‘บ้านใหญ่นครปฐม’ ไม่ทิ้ง ‘ชาติไทยพัฒนา’ เตรียมเปิดตัวคนรุ่นใหม่ลง ส.ส.16 ส.ค.นี้

‘อนุชา’ ยันบ้านใหญ่นครปฐมไม่ทิ้ง พรรคชาติไทยพัฒนา ขอยึดภาคกลางเป็นฐานทัพ เตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. 16 ส.ค.นี้

15 ส.ค.2565-ที่พรรคชาติไทยพัฒนา  นายอนุชา สะสมทรัพย์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ตนเองและนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา จะนำนายศุภโชค ศรีสุขจร หรือ สจ.ฟิล์ม มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา และเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม ในวันอังคารที่ 16 ส.ค.นี้เวลา 13.00 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา โดย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ให้เกียรติร่วมเปิดตัวนายศุภโชค

นายอนุชา กล่าวว่า ครอบครัว ศรีสุขจร เป็นครอบครัวที่คลุกคลีอยู่กับทางการเมืองในจังหวัดนครปฐมมายาวนาน รุ่นอากง ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่กำแพงแสน มีคนนับหน้าถือตา ไฝ่ฝันอยากเห็นลูกเป็นวุฒิสมาชิกก็ได้เห็นมาแล้ว จึงอยากจะเห็นหลานได้เป็นส.ส. ส่วนรุ่นพ่อ คือนายธงชัย ศรีสุขจร ก็เป็นอดีตวุฒิสมาชิก ที่สำคัญตระกูลศรีสุขจร ให้การสนับสนุนตระกูลสะสมทรัพย์มาโดยตลอดจนถึงทุกวันนี้ นายศุภโชค ตั้งแต่เด็กมีความใฝ่ฝันเป็นนักการเมือง โปรไฟล์ดีมาก จบจากนิวยอร์ค เป็นคนเก่ง ที่ผ่านมาก็ลงสมัคร อบจ. และได้รับเลือก จึงมีการพูดคุยกัน เพราะนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนาทุกคนทราบดีว่า น.ส.กัญจนาและนายวราวุธ ต้องการให้มีคนรุ่นเก่าส่วนหนึ่ง และอยากได้คนรุ่นใหม่ไว้อีกส่วนหนึ่ง เพื่อผสมผสานกัน จะเห็นได้ว่านครปฐมมีทั้งหมด คนรุ่นเก่า รุ่นกลางๆ และคนรุ่นใหม่ ซึ่งนายศุภโชคเองเพิ่งอายุเพียง 28 ปี ความรู้ดี มีประวัติดีทั้งหมด หน่วยก้านดี ควรจะโตไปได้มากกว่านี้

“นครปฐมตอนนี้กำลังแสวงหาเด็กรุ่นใหม่ เพราะรุ่นเก่าก็จะมีพี่เผดิมชัยกับผม ที่แก่ที่สุดทางการเมืองแล้ว ดังนั้นควรมีเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมา ไม่ใช่ว่าจะต้องสะสมทรัพย์เสมอไป ก็คงไม่ใช่ เพราะเราเล่นการเมืองเราต้องหลากหลาย จะได้มีหลากหลายความคิดมาอยู่ร่วมกัน ตามนโยบายของพรรคชาติไทยพัฒนา เราต้องการคนหนุ่มๆมาเสริมทัพ อย่างไรก็ตาม ในต่างจังหวัดเรื่องของการเมือง เมื่อมีเงิน มีชื่อเสียง และมีใจที่อยากเป็นนักการเมืองเป็นสิ่งที่สำคัญ ใจที่อยากเสียสละสำคัญสุด ซึ่ง ครอบครัวศรีสุขจรนั้น มีครบ มีใจเสียสละ รักครอบครัว ความรู้ดีก็เข้าคอนเซ็ปทั้งหมด”

ถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าตระกูลสะสมทรัพย์ จะย้ายจากพรรคชาติไทยพัฒนา ไปอยู่ พรรคภูมิใจไทย นายอนุชา กล่าวว่า ทุกพรรคการเมืองน่ารักทั้งหมด แต่ขณะนี้พวกเราตระกูลสะสมทรัพย์มีความรู้สึกว่า ในเมื่อพรรคอื่นเขามีเหนือ มีใต้ มีอีสาน ผมก็อยากมีกลางเล็กๆของผม มีสุพรรณ มีนครปฐม มีอ่างทอง ไว้สำหรับให้ประชาชนในพื้นที่ ได้อาศัยเรา ให้เราได้ช่วยเหลือเขาบ้าง เอาภาคกลางเล็กๆพอ ไม่คิดแข่งกับกรุงเทพมหานคร กลางๆเล็กๆ ขอสัก 40 คนก็พอ ช่วยๆกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า การจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม เป็นการย้ำให้เห็นว่าตระกูลสะสมทรัพย์ยังอยู่กับพรรคชาติไทย นายอนุชา กล่าวว่า ครับ ใช่ครับ ผมก็บอกกับนายศุภโชคว่า ผมอยู่ พรรคชาติไทยพัฒนา ผมรักพรรค ผมอยากให้พรรคเป็นพรรคภาคกลางเล็กๆอย่างที่บอก ก็อยากให้ช่วยดูแลชาวบ้าน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘กัญจนา’ เปิดทาง ‘ท็อป’ ถือธง ‘ชทพ.’ ยุค ‘ลูกไม้ใต้ต้น’ แกร่งขึ้น

ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 พรรคชาติไทยพัฒนาในวันที่ไร้ ‘มังกรสุพรรณ’ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 มีความคิดที่จะรีแบรนด์พรรคใหม่ ใช้นักการเมืองไฟแรงเป็นตัวชูโรง โดยมีนักการเมืองอาวุโสเป็นแบ็กอัพ

'นิกร' เตือน รมต. ระวังช่วง 180 วัน ดีที่สุดรอ กม.เลือกตั้งบังคับใช้ก่อน

'นิกร' เตือนนายกฯ-รองนายกฯ-รมต. ต้องระวังช่วง 180 วัน รับมีผลทางการเมืองแยกกันลำบาก ดีที่สุดรอกฎหมายเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ก่อน

โฆษกรัฐบาล รอผลตรวจสอบคุณภาพอากาศ สารเคมีรั่วนครปฐม ก่อนจะชี้แจงอีกครั้ง

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมตรี เปิดเผย ความคืบหน้ากรณีเหตุสารเคมีรั่วไหล บริเวณพื้นที่ ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ส่งผลให้มีกลิ่นกระจายเป็นวงกว้างในพื้นที่และเขตรอยต่อกรุงเทพมหานคร จุดเกิดเหตุคือ บริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)

'สุชาติ' ส่งทีมสอบสารเคมีรั่วนครปฐม เชิญนายจ้างให้ข้อมูลเพิ่ม 27 ก.ย.นี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีเหตุสารเคมีอันตรายรั่วไหลจากโรงงานแห่งหนึ่ง บริเวณพื้นที่ ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ส่งกลิ่นกระจายเป็นวงกว้างในพื้นที่และเขตรอยต่อกรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนนั้น

คุมได้แล้ว! สารเคมีรั่วนครปฐม เข้าสู่ภาวะปกติ เตือนอันตรายหากสูดดมปริมาณมาก

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 5 กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ กรณีสารเคมีรั่วไหลในพื้นที่ตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม