'ชนะศักดิ์' ย้อนเกล็ด 'อรุณี' ยุคนายใหญ่-นายหญิง เอื้อประโยชน์พวกพ้อง จนถูกคนทั้งประเทศขับไล่

23 ส.ค.2565 - นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึง น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นำกรณี ส.ต.ท.หญิง ทำร้ายร่างกายลูกจ้าง ซึ่งเป็นทหารรับใช้ มาเชื่อมโยงกับการบริหารงานของนายกฯ กล่าวหายกฯ 8 ปี สร้างระบบอุปถัมภ์ เอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง ระบบราชการกลายเป็นนายประชาชน การทุจริตคอร์รัปชันพุ่งสูง

โดยนายชนะศักดิ์ กล่าวว่าเรื่องของส.ต.ท.หญิง ทำร้ายร่างกายลูกจ้างซึ่งเป็นทหารรับใช้นั้น ถือเป็นความผิดส่วนบุคคล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสอบสวน และดำเนินการตามกฎหมายไปแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับว่าใครเป็นผู้เลือก ส.ว.เข้ามา

ขณะเดียวกันแม้นายกฯจะกำกับดูแล ทหาร ตำรวจ ก็ไม่ได้ดูแลใครเป็นพิเศษ ยืนยันว่าที่ผ่านมานายกฯได้ดูแลคนทุกกลุ่มทั้งประเทศ รวมถึงทั้งทหาร ตำรวจ และผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ดังนั้นนางสาวอรุณีไม่ต้องมาพูดให้สังคมตั้งข้อสงสัยกับนายกฯ

นายชนะศักดิ์ กล่าวต่อว่าและก่อนที่จะกล่าวหานายกฯ สร้างระบบอุปถัมภ์ เอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง ระบบราชการกลายเป็นนายประชาชน การทุจริตคอร์รัปชันพุ่งสูง หากนางสาวอรุณีมีหลักฐานก็นำมา เพื่อให้ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ว่าจะเอามาพูดลอยๆ เอาสนุกปากเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง

"ก่อนที่จะพูดก็ขอให้ใช้สมองคิดและกลับไปมองว่าในสมัยที่นายทักษิณ และนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ บริหารประเทศอย่างไรจนคนทั้งประเทศออกมาขับไล่ และมีคดีติดตัวจนหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ ก็เพราะไม่ใช่ว่าเอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง มีการทุจริตคอร์รัปชันหรอกหรือ” นายชนะศักดิ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา

นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ