'เพื่อไทย' ดิ้นต่อ ชูนโยบายแก้ รธน. รื้อยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หาเสียงเลือกตั้ง

“เพื่อไทย” ไม่ท้อเดินหน้าชูนโยบายแก้รธน. หาเสียงเลือกตั้ง แม้มีกลไก ส.ว. ขวางอีก 2 ปี อัดสภาสูงอภิปรายใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ท้าทายประชาชน

8 ก.ย.2565 - ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีที่ประชุมร่วมรัฐสภาไม่ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับ โดยนายสุทิน กล่าวว่า ได้เห็นความพยายามของพรรคเพื่อไทย และพรรคฝ่ายค้านในการพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญตามนโยบายที่หาเสียงกับประชาชนไว้ และความมุ่งมั่นในการสร้างระบอบประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ ซึ่งเพื่อไทยได้เสนอทั้งหมด 3 ร่าง ขณะเดียวกันพบว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยากจริงๆตามที่คนเขียนได้วางกับดักไว้ว่าให้แก้ยากที่สุดจนมิอาจจะแก้ได้ ส่วนกลไกสำคัญที่เขาวางเอาไว้คือ ต้องใช้เสียง ส.ว. ถึง 84 เสียง จึงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ รวมทั้งยังมีหน้าที่ปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้และปกป้องเจตนารมณ์ของผู้ร่างชัดเจน

"การแสดงออกของส.ว.เมื่อวานนี้คือการปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างไรเสียก็ไม่ให้ผ่าน ไม่ให้แก้ ซึ่ง 4 ร่างที่พิจารณาเมื่อวานนี้ แม้มีสองร่างเป็นเรื่องการเมือง แต่สองร่างที่เหลือเกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง เราคาดหวังว่าสองร่างที่เหลือจะผ่านเพราะมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับอำนาจใครเลย แต่ก็น่าผิดหวังที่ร่างทั้งสองตกไป ขอบอกไปยังประชาชนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่แก้เฉพาะอำนาจของพวกเรา แต่อำนาจของประชาชนเราก็แก้ให้ แต่เสียดายที่จะต้องตกไปอีกครั้ง" ประธานวิปฝ่ายค้าน

นายสุทิน กล่าวอีกว่า ส.ว.ชี้ขาดตัดสิน เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง หลายท่านพูดชัดเจนว่าไม่ลงมติเห็นชอบเพราะส.ส.ไปพูดกระทบกระทั่งไม่ให้เกียรติ โดยไม่เอาเหตุผล ประโยชน์ประเทศชาติเป็นที่ตั้ง แต่สุดท้ายก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเราต้องทำงานให้หนักมากขึ้นโดยเราจะไม่หยุดเพราะการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเอาเรื่องนี้ประกาศเป็นนโยบายเพื่อเอามาแก้ไขต่อ เพราะแม้อำนาจส.ว.จะหมดไปตามเวลา ที่เหลืออยู่2 ปี แต่ก็ไม่น่าปล่อยไว้

เมื่อถามว่า วันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา เรายังปิดสวิตซ์ ส.ว.ไม่ได้ ทำให้เราได้บทเรียนอะไรบ้าง นายสุทิน กล่าวว่า นี่คือความหมายของการสืบทอดอำนาจและเป็นกลไกการสืบทอดอำนาจที่ได้ผลที่สุด ที่เขาชอบอ้างว่าอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าจะอยู่เพื่อเปลี่ยนผ่านการปฎิรูปประเทศ แต่วันนี้ไม่มีการปฏิรูปอะไรแล้ว เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนผ่านจากประยุทธ์ 1 ไปประยุทธ์ 2 และจากประยุทธ์ 2 ไปประยุทธ์ 3 ดังนั้น ส.ว.ก็ทำหน้าที่แค่เปลี่ยนผ่านรัฐบาลประยุทธ์เท่านั้น ไม่ได้มีการปฏิรูปอะไร และไม่ได้มีความจำเป็นต้องอยู่แล้ว หากจำเป็นต้องมีการปฏิรูปจริงๆ เราก็ไม่ว่า แต่นี่ไม่มีประโยชน์และยังสืบทอดอำนาจ ซึ่งอำนาจของฝ่ายเผด็จการ เขาก็ยังเข้มแข็งของเขาและยังไม่ลืมหูลืมตา นอกจากไม่ฟังประชาชนแล้วยังมีการท้าทายด้วย หากฟังคำอภิปรายของส.ว.เมื่อวานนี้ที่บอกอย่างไม่อายว่าไม่รับร่างแก้ไขมาตรา 272 ที่บอกว่าพวกเราไปล่วงล้ำ ล่วงเกิน ซึ่งเหตุผลแบบนี้ยังอาจยกมาอ้าง เอาอารมณ์เป็นที่ต้นเป็นเรื่องไม่สมควร มันคือการท้าทายประชาชน

ถามต่อว่านายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุว่าถ้าส.ส.รวมเสียงกันเองได้ ส.ว.ก็ไม่มีความหมายในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี นายสุทิน กล่าวว่า “คุณก็รู้ว่าธรรมชาติการเมืองถึงอย่างไรก็รวมเสียงกันได้ไม่มากถึงขนาดนั้น ซึ่งการรวมเสียงโดยธรรมชาติสามารถรวมเสียงได้เกินครึ่งสภาแน่นอน แต่จะให้รวมเสียงเกินครึ่งหนึ่งของรัฐสภา มันทำได้ยาก นายวันชัยพูดปลายเหตุ แต่ต้นเหตุคือเสียงของคุณนั่นแหละที่เอามาบวก”นายสุทิน กล่าว

ด้านนายสมคิด กล่าวเสริมว่า ส.ว.เป็นอุปสรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราเสียดายที่ร่างของพรรคเพื่อไทยในประเด็นสิทธิชุมชน เรายืนยันว่าจะเดินหน้าเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ขณะนี้มีการพูดคุยว่าจะประกาศเป็นนโยบายตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมาแก้ไข ซึ่งมีหลายเรื่องที่ต้องแก้ไขไม่ใช่เรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว เช่นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการปฏิรูปต่างๆที่มันไม่ได้ผลไม่ใช่ว่ารัฐธรมนูญทุกอย่างจะดีไปหมด หาก4-5 ปีไม่ดีก็ต้องมีการปรับ เหมือนคนอ้วนขึ้นที่เสื้อมันคับ หรือว่าผอมลงก็ต้องตัดเสื้อใหม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จุลพันธ์' ยันรัฐบาลไม่มีแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายบัตรทอง

กลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านไม่ให้มีการแก้ไขโครงสร้างโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่หรือโครงการบัตรทอง โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนรับมอบ

'อนุทิน' ปัดดีลการเมือง หลังควง 'เศรษฐา' ดูมวยราชดำเนิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปดูมวยไทยที่เวทีราชดำเนินกับ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี จนถูกโยงว่ามีการพูดคุยทางการเมือง ว่า ไม่มี ก็เป็นการเปิดหูเปิดตา

'ไชยชนก' ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพมั่นคง ไม่จำเป็นต้องดึง 'สส.กล้าธรรม' เข้ามาเพิ่ม

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมี สส.พรรคกล้าธรรม (กธ.) 10 คน ในกลุ่มนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรค กธ. จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเพื่อเติมเสียงให้รัฐบาล ว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงมากๆ ไม่ใช่แค่เพียงพรรคเรา แต่เรายังมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพันธมิตร เพราะฉะนั้นในเรื่องเสถียรภาพตนคิดว่ามี ส่วนที่มีการถามเมื่อสักครู่ว่ามีการเติมเสียงนั้นตนไม่ได้ยิน