‘ภูมิธรรม’ ซัดรัฐประหาร 19 กันยา. ใช้กลไก กม.ผิดเพี้ยน พิษร้ายทำลายสังคมไทย

19 ก.ย.2565-นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และแกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง “16 ปี รัฐประหาร 19 กันยา 2549 ความเลวร้ายของการใช้อำนาจนอกระบบ ที่ไม่เห็นหัวประชาชน” ระบุว่า 19 กันยายน 2549 ครบรอบ 16 ปีของการรัฐประหารที่ คสช.ใช้อำนาจเผด็จการฉีกรัฐธรรมนูญอย่างไม่เห็นหัวประชาชน และใช้กลไกอำนาจในคราบอันธพาล ข่มขู่คุกคามนิสิต นักศึกษา ประชาชนและพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง

นับจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ผมคิดว่าวันนี้คนในสังคมไทยได้เรียนรู้ผลกระทบของการรัฐประหารอย่างกระจ่างแจ้งมากขึ้นแล้วว่า มันได้ส่งผลกระทบที่เป็นพิษร้ายต่อทุกระบบในสังคมไทย และการเลือกหนทางรัฐประหารเป็นทางเลือกที่ทำร้ายระบบประชาธิปไตย เศรษฐกิจ สวัสดิภาพและความมั่นคงทุกมิติของบ้านเมือง สิ่งที่ชัดเจนที่สุด คือ การใช้กลไกทางกฎหมายที่ผิดเพี้ยน การปล่อยข่าวใส่ร้ายป้ายสีเพื่อจัดการลงโทษเอาผิดกับคนและพรรคการเมืองที่คิดว่าอยู่ฝ่ายตรงข้าม ในขณะเดียวกันก็ยกเว้นผิด ละเว้นโทษให้กับพวกพ้องตน โดยไม่ได้คำนึงถึงหลักการทางกฎหมายสากลใดๆ

แนวทางการใช้กลไกกฎหมายตาม “หลัก(พวก)กู” ของผู้มีอำนาจ แสดงถึงพัฒนาการอย่างหนาและด้านทน กระทำการเลวร้ายโดยอ้างความมั่นคงของชาติอย่างไม่ละอายใจ ข้ออ้างเหล่านี้ถูกนำมาผลิตซ้ำอีกครั้งในการรัฐประหารปี 2557 ความผิดเพี้ยนของคณะรัฐประหารและเนติบริกรที่ร่วมกันออกแบบรัฐธรรมนูญและการใช้กฎหมายดังกล่าวให้เป็นคุณแก่พรรคและพวกตนเองนั้น วันนี้ได้กลับมาย้อนทำร้ายตัวเอง กรณีกำหนดเวลา 8 ปีของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งยิ่งตอกย้ำชัดเจนในวันนี้ว่า “หมดเวลาของประยุทธ์” แล้ว แต่ก็ยังเห็นการดิ้นรนของคนแวดล้อมประยุทธ์ที่พยายามบิดพริ้วให้คืนอำนาจกลับมาอีกครั้ง

16 ปีที่ประเทศไทยเราต้องถอยหลังจมปลักอยู่กับความขัดแย้ง และการใช้อำนาจรัฐซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง เป็น 16 ปีของการสูญเสียที่ดึงประเทศให้ล้าหลังและไร้อนาคต ผมคิดว่าเราไม่ควรเอาอนาคตของประเทศ อนาคตของลูกหลานมาทิ้งไว้กับความพยายามในการปกป้องตัวเอง ของผู้นำที่หวงอำนาจ คิดแต่รักษาผลประโยชน์ของพวกพ้อง ใช้เล่ห์เหลี่ยมหาทางออกให้กับกลุ่มผู้นำที่มาจากรากรัฐประหารโดยไม่เห็นประชาชนอยู่ในสายตา

วันนี้ แม้ว่าผลพวงของการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จะสะท้อนออกมาให้เห็นถึงความล้มเหลวด้านสังคม เศรษฐกิจ และ การเมือง มาอย่างต่อเนื่อง คนไทยเราหมดหวังกับผลพวงที่เลวร้ายนานเกินไป จากการที่คณะรัฐประหารพยายามแปลงร่างใหม่ ใช้กุศโลบายแบบคิดสั้นมาทำร้ายและกัดกินประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทว่า..การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ จะเป็นช่วงเวลาของการแสดงให้เห็นถึงอำนาจในมือประชาชน ที่จะกำหนดอนาคต และ สร้างความหวัง ให้เป็นความจริง รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ครบรอบ 16 ปี เป็นเวลาที่เราต้องเรียนรู้บทเรียน และไม่ปล่อยให้ผู้ลุแก่อำนาจ (ไม่ว่าจะแปลงโฉมแบบใด) มาทำร้ายประเทศและประชาชนได้อีก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่พลิกโผ! เพื่อไทย เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ 'สุริยะ-ยศชนัน-จุลพันธ์' 16 ธ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย จำนวน 3 คนที่จะเปิดตัววันที่ 16 ธ.ค.ในกิจกรรม "ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้" ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

รู้แล้วฝีมือใคร! จุดเริ่มต้นดรามา 'ซีเกมส์ 2025'

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วิพากษ์วิจารณ์กันจนเป็นดรามา คือเรื่องพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

'จุลพันธ์' คุยโวเพื่อไทยพร้อมเลือกตั้งนานแล้ว อ้างคู่แข่งใช้อำนาจรัฐก็ไม่กังวล เชื่อมั่นประชาชนเป็นหลังพิงให้

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ยุบสภาว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมนานแล้ว โดยยืนยันเราส่งผู้สมัครครบ 400 เขตแน่นอน ตอนนี้เราได้คัดเลือกผู้สมัครเกิน 300

เพื่อไทย เตรียมเปิดตัว 'สุริยะ-ยศชนัน-จุลพันธ์' เป็นแคนดิเดตนายกฯ

รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จำนวน 3 คนที่จะเปิดตัวในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ เป็

นักวิชาการ มธ. มองเลือกตั้งหน้า ‘พรรคประชาชน’ โดดเดี่ยว อำนาจต่อรองไหลกลับเพื่อไทย

นักวิชาการธรรมศาสตร์วิเคราะห์ผลจากการยุบสภา ชี้สมการการเมืองหลังเลือกตั้งมีแนวโน้มทำให้พรรคประชาชนโดดเดี่ยว สูญเสียอำนาจต่อรองในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่บทบาทต่อรองมีโอกาสไหลกลับไปอยู่ที่พรรคเพื่อไทย ท่ามกลางการแข่งขันของการเมือง 3 ขั้ว