'ชัชชาติ' หนาว! ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ปล่อย 'อากง' วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง

8 มิ.ย. 2569 – เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานใหญ่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กรณีถูก 2 นักการเมือง 2 พรรคการเมืองกล่าวหาว่า ปล่อยให้ “อากง”วิ่งเต้นซื้อ-ขายตำแหน่งข้าราชการระดับสูงของ กทม.เข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เปิดประเด็น ‘เต้าไต่ ผัวน้อยผจญภัย’ ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ในช่วงเช้าวันที่ 2 มิ.ย.69 ที่ผ่านมาว่า ในการแต่งตั้งโยกย้าย ผู้อำนวยการเขตก็ดี ผู้ตรวจราชการ หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ กทม. มีคนทำงานหลังบ้านให้กับนายชัชชาติ คือ เสี่ย ต. กับเสี่ย ป. มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายข้าราชการได้ และคุมงบประมาณใหญ่ๆ ด้วย มีการเกิดขึ้นของ “ส่วย” ในหน่วยงานสำนักต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งมีการใช้เต้าไต่ ในการแต่งตั้งโยกย้าย-ซื้อขายเก้าอี้กันด้วย กระทั่งนายจิรายุเอาหนังสือที่มีคนเขียนมาร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามท่างเพศ การนั่ง ผอ.เขตไวผิดสังเกต มาเผยแพร่ในโซเชียลเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในขณะนี้

ล่าสุดนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ ได้เปิดแถลงข่าว”เปิดปฏิบัติการทุบ! ระบอบอากง เปิดแผลทุจริต กทม.” โดยตั้งข้อสังเกตว่าใครเป็นผู้บริหารกทม.ที่แท้จริงระหว่างนายชัชชาติ หรือบุคคลที่พรรคเรียกว่า “อากง” ซึ่งเป็นข้าราชการการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้ง พร้อมอ้างว่ายังมีบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งพรรคใช้ชื่อย่อว่า “ป.ร” เป็นกลไกสำคัญในเครือข่ายเพื่อรองรับการเจรจาวิ่งเต้นเรียกรับผลประโยชน์ในการซื้อ-ขายตำแหน่งกันในตัวเลขระดับ 4 ล้านทีเดียว

กรณีตามข้อกล่าวหาของ 2 นักการเมืองดังกล่าว น่าจะมิใช่เพียงการดิสเครดิสกันธรรมดาในช่วงฤดูการหาเสียงเลือกตั้ง หากแต่ข้อมูลที่ทั้งสองได้นำเสนอผ่านสื่อมวลชนนั้น ย่อมชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติ และข้อพิรุธของนายชัชชาติว่า จะมีฐานของข้อเท็จจริงมากเพียงใด โดยเฉพาะเป็นเรื่องที่เข้าข่ายเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ตาม ปอ.มาตรา 149 ซึ่งชอบที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 จะใช้อำนาจตามกฎหมายในการเรียกนักการเมืองทั้ง 2 คนพร้อมพยานหลักฐานที่ใช้แถลงข่าวมาสอบเพิ่ม รวมทั้งเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดมาสอบ เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยว่า การกระทำของนายชัชชาติ อากง และ ป.ร. เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่ต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พี่ศรี' ค้าน 'อนุทิน-ชัชชาติ' เพิ่มพื้นที่โซนนิ่งสถานบริการ เอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการ พร้อมสู้ถึงศาล

'ศรีสุวรรณ 'ค้าน 'อนุทิน-ชัชชาติ' เพิ่มพื้นที่โซนนิ่งสถานบริการ ชี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการ-นักท่องราตรี แต่จะไปก่อปัญหาใหม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญและอาชญากรรมมากขึ้น แนะต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยทุกสถานประกอบการเป็นหลัก รวมทั้งเพิ่มโทษเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่หลับตาข้างเดียว ชี้เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบขัดรธน. ลั่นหากฝืนพร้อมสู้ถึงศาล

เพื่อไทยเล็งเสนอแก้ พ.ร.บ. โรงแรมฯ ปลดล็อกข้อจำกัดที่พักขนาดเล็ก

ปลดล็อกข้อจำกัดที่พักขนาดเล็ก! เพื่อไทยหารือ Airbnb เร่งดัน พ.ร.บ. โรงแรมฯ เข้าสภา พร้อมเสนอแนวคิด ‘ที่พักในภาวะฉุกเฉิน’ ดึงเอกชนช่วยรับมือในสถานการณ์วิกฤต

'ชัชชาติ' สั่งล้อมคอกสถานบริการทั่วกรุง พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ

'ชัชชาติ' ตรวจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน ปรับนิยามสถานบริการใหม่

ระทึก! 'กสถ.' นักถก 15 ก.ค. ชี้ชะตา 'ขรก.ท้องถิ่น' เอี่ยวทุจริตสอบ ก่อนส่ง 'ก กลาง-จังหวัด' เพิกถอนบรรจุ

‘อรรษิษฐ์’ เผย กสถ.ประชุมชี้ชะตา ขรก.ท้องถิ่นเอี่ยวทุจริตสอบที่บรรจุแล้ว 15 ก.ค. นี้ ก่อนส่ง ‘ก กลาง-จังหวัด’ เพิกถอนบรรจุ มั่นใจสอบรอบนี้สร้างความกระจ่างให้ประชาชนได้

'ผู้ว่าฯ กทม.' สั่งตั้งศูนย์ประสานช่วยญาติเหยื่อ เร่งสอบใบอนุญาต หาเหตุไฟไหม้

'ผู้ว่าฯ ชัชชาติ' ลงพื้นที่ติดตามเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว สั่งตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือญาติ เร่งตรวจใบอนุญาต-ระบบทางหนีไฟ รอผลพิสูจน์หาสาเหตุเพลิงไหม้

นักวิชาการ สะท้อนข่าวดัง เงินโอน 51 ครั้ง เมื่อ 'ผลประโยชน์ทับซ้อน' คือจุดเริ่มต้นของการทุจริต

นักวิชาการอิสระ สะท้อนเงินโอน 51 ครั้ง กับคำถามที่ใหญ่กว่าคดี เมื่อผลประโยชน์ทับซ้อน คือจุดเริ่มต้นของการทุจริต