'ศรีสุวรรณ' ร้อง กกต.เอาผิดป้ายหาเสียง 'ภูมิใจไทย-สร้างอนาคตไทย' ไม่เป็นไปตามกฎเหล็ก 180 วัน
29 ก.ย.2565 - ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นเบาะแสต่อ กกต.เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนสอบสวนเอาผิดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ที่จัดทำและติดตั้งป้ายโฆษณาหาเสียงบริเวณริมถนนต่าง ๆ ทั่วประเทศไม่เป็นไปตามระเบียบของ กกต.
โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก กกต.ได้ออกระเบียบ ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2565 ที่ผ่านมา รวมทั้งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ในส่วนของมาตราที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.บางส่วน ได้กำหนดให้ว่าที่ผู้สมัครและพรรคการเมืองจะต้องปฏิบัติตาม ในช่วง 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.2565 ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะครบวาระในวันที่ 23 มี.ค.2565 แล้ว
โดยปรากฏว่ามีพรรคการเมืองหลายพรรค ได้เริ่มจัดทำป้ายหาเสียงออกมาติดตั้งในบริเวณพื้นที่หาเสียงต่าง ๆ บริเวณริมถนนสายต่างๆ หลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยนำเสนอนโยบายพรรค นำเสนอรูปหัวหน้าพรรคหรือบุคคลสำคัญของพรรค หรือนำเสนอรูปผู้สมัครพร้อมชื่อของพรรค เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งและบุคคลทั่วไปได้จดจำ ชื่อผู้สมัคร ชื่อหัวหน้าพรรคหรือแกนนำพรรค ชื่อของพรรค และหรือนโยบายของพรรคในด้านต่างๆ นั่นเอง แต่เนื่องจากระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ระบุไว้ชัดเจนว่า ประกาศการโฆษณาหรือแผ่นป้ายการโฆษณาหาเสียง สามารถระบุชื่อ รูปถ่าย หมายเลข ประจำของตัวผู้สมัคร ชื่อของพรรคการเมือง สัญลักษณ์ของพรรคการเมือง นโยบายของพรรคการเมือง คติพจน์ คำขวัญ หรือข้อมูลประวัติเฉพาะที่เกี่ยวกับตัวผู้สมัครหรือพรรคการเมือง พร้อมระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวน และวันเดือนปีที่ผลิตไว้อย่างชัดเจนที่ด้านหน้าของประกาศการโฆษณาหรือแผ่นป้ายการโฆษณาด้วย
“จากการตรวจสอบป้ายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย ที่เริ่มติดตั้งอยู่ริมถนน ตรอก ซอย ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดชลบุรี จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา ฯลฯ และของพรรคสร้างอนาคตไทยบางพื้นที่ กลับพบว่าแผ่นป้ายโฆษณาหาเสียงทุกแผ่นป้ายของสองพรรคการเมืองดังกล่าว มีพิรุธจัดทำไม่เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และระเบียบ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 อันเป็นสาระสำคัญของระเบียบดังกล่าว สมาคมฯ จึงนำความพร้อมพยานหลักฐานมาแจ้งเบาะแสให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการเอาผิดตามครรลองต่อไป”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทรงศักดิ์' ลุยฟ้องคลิปเสียงเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น ไม่รู้จัก 'ส้ม – กิจ'
“ทรงศักดิ์” ไม่ทน สั่งฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานฟ้อง ปมคลิปเสียงเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ทำเสียหาย ยัน ไม่รู้จัก "ส้ม-กิจ" เชื่อ ความจริงจะปรากฏ ปัด มท.ป่วนเพราะขัดแย้งขย่มเก้าอี้
'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบรัฐฉ้อโกงประชาชน ผ่านบิลค่าไฟส่องสว่าง/ค่าไฟแผง
นายศรีสุวรรณณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการ กบง. คณะกรรมการร กกพ. การไฟฟ้า กฟภ. กฟน. กรมทางหลวง ฯลฯ
นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ
'อนุทิน' สวนเจ็บ 'ไอซ์ รักชนก' จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน ไม่ต้องมายุ่งเรื่องพรรคคนอื่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งเป้าผลงานของรัฐบาลภูมิใจไทย ในระยะเวลา 1 ปี ทั้งในส่วนของสส.และกรรมาธิการ มองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนองเรียกร้องให้สส.ของพรรคภูมิใจไทย ออกมาปกป้องโครงการของพรรคตนเอง ว่า
'ไอติม' ข้องใจ 'ภท.' รีบปฏิเสธข้อมูลใหม่เลือกตั้ง สสร. ถามหรือมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่
ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้หาก 'ภูมิใจไทย' จริงใจที่จะหาแนวทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. เสนอว่าเราทุกฝ่ายควรหารือร่วมกันอย่างจริงจัง
จับตา 2 กลุ่มในภูมิใจไทย เสี่ยงถูกปรับพ้นรัฐมนตรี
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์กระแสภายในพรรคแกนนำรัฐบาล ชี้จับตา 2 กลุ่มรัฐมนตรีเสี่ยงถูกประเมินผลงาน หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งกลุ่มรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนนอกหรือมืออาชีพ ที่ยังถูกตั้งคำถามเรื่องผลงานในช่วงที่ผ่านมา

