เพื่อไทยหลีกทางแก้ 112 ไม่วิจารณ์ 'ก้าวไกล' ดันเพดาน

แฟ้มภาพ

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ขอวิจารณ์ ก้าวไกลดันแก้กฎหมาย 112 ชี้พรรคมุ่งเน้นแก้ปัญหาปากท้องก่อน รวมถึงความมั่นคงทางการเงิน การคลัง

16 ต.ค.2565 –  นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคก้าวไกล เปิดนโยบาย ดันแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 เห็นด้วยหรือไม่ ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจุดยืนของแต่ละพรรค ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์อยู่ที่ประชาชนจะพิจารณาแล้วตัดสินใจ เข้าใจว่าแต่ละพรรคได้ศึกษามาดีแล้วถึงประกาศเป็นนโยบายออกไป พรรคเพื่อไทยทำนโยบายทุกด้าน แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องเร่งด่วนที่สุดคือเรื่องเศรษฐกิจปากท้องประชาชน และความมั่นคงทางการเงินการคลังของประเทศ รวมทั้งการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดกับสังคมไทย

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการเดินสายพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลและส.ว.ให้ลงชื่อสนับสนุนการเปิดสภาสมัยวิสามัญ ถอดบทเรียนและป้องกันเหตุซ้ำรอยกรณี จ.หนองบัวลำภู นายสุทิน กล่าวว่า เท่าที่ประสานเป็นรายบุคคลส่วนใหญ่เห็นด้วย ได้รับการตอบรับ แต่อาจติดปัญหามติพรรคของแต่ละพรรคหรือไม่ต้องดูกันต่อไป หากเปิดได้ตามญัตติ จะขอเปิดด่วนที่สุดประมาณวันที่ 24-25 ต.ค. หากเปิดได้จะใช้เวลาอย่างคุ้มค่าเพื่อประชาชน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แกะรอยปฐมบทฮั้วสว. แฉบันทึกประชุม สนช. ปี 60 ใช้ 5 พันล้านยึดประเทศ

‘นักวิชาการ’ เปิดบันทึกประชุม สนช.ปี 60 ชี้มีการพูด-เปิดช่องฮั้ว-โกง สว. ตั้งแต่ออกแบบระบบเลือกกันเอง ย้อนคำพูดมีระบบกามิกาเซ่-โค้ช-กาโพย ใช้ 5 พันล้านยึดประเทศได้

'หมอสุภัทร' ยื่นสอบ 'สธ.' ใช้เงินรพ.จัดอีเวนต์ 'รักชนก' รับลูกเร่งชง กมธ. สังคายนา

'หมอสุภัทร’ บุกสภา ยื่นสอบ ‘สธ.’ ใช้เงินบำรุงโรงพยาบาลจัดอีเวนต์ 'รักชนก' ’รับลูกเตรียมชงเข้า กมธ.ติดตามงบฯ สังคายนา

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

'น้ำเงิน' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เลอะเทอะ ตกเลขนับเก้าอี้ สส. ให้ได้ก่อน

'ธนกร' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เปลี่ยนนายกฯ ตกคณิตศาสตร์ ชี้ปูดข่าวทั้งทีลองนับเลขเก้าอี้ สส. ก่อน ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก

'สส.ปชน.' ชงหั่นงบ 70 ค่าใช้จ่ายสัมมนา-บินนอก-พีอาร์

'ภัณฑิล' เรียกร้อง ‘อนุฯกมธ.’ ตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายที่อาจซ้ำซ้อน มองโครงการไม่จำเป็น-ไม่เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน ควรปรับลดงบ เพื่อความคุ้มค่ากับภาษีประชาชน