“วิเชียร” กางข้อกฎหมายปม “ลิซ่า” โชว์เบียร์ไทย ชวน Jimmy Fallon พูด “หมดแก้ว” ก่อนชนแก้วในรายการดังสหรัฐฯ ชี้แม้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ยกเลิกบทบัญญัติเดิม แต่เมื่อพิจารณาประมวลกฎหมายอาญา การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กระทำนอกราชอาณาจักรไม่ต้องรับโทษในไทย
19 กันยายน 2569 - จากกรณี ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ศิลปินระดับโลก ปรากฏตัวในรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon พร้อมนำเสนอความเผ็ดของพริกและส้มตำ อาหารโปรดของคนไทย ก่อนหยิบเบียร์ยี่ห้อหนึ่งของประเทศไทย และชวนพิธีกรกล่าวคำว่า “หมดแก้ว” พร้อมชนแก้วดื่มเบียร์แก้เผ็ด จนกลายเป็นไวรัลและเกิดข้อสงสัยว่า การกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายไทยหรือไม่
ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ ให้ความเห็นทางกฎหมายว่า พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 และมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 60 วันนับแต่วันประกาศ มีบทบัญญัติสำคัญในมาตรา 32/1 และมาตรา 32/2
มาตรา 32/1 ห้ามผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เว้นแต่เป็นการให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ หรือประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม
ส่วนมาตรา 32/2 ห้ามผู้ใดใช้ชื่อเสียงเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน สื่อสารข้อมูลต่อสาธารณชนโดยการแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมุ่งหมายชักจูงให้ผู้อื่นบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เว้นแต่การสื่อสารทางวิชาการให้แก่สมาชิกในวงจำกัด
ดร.วิเชียรระบุว่า เดิมพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 32 บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม
ขณะที่การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์โดยผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้กระทำได้เฉพาะการให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้เชิงสร้างสรรค์สังคม โดยไม่มีภาพสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ เว้นแต่ภาพสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือบริษัทผู้ผลิต
อย่างไรก็ตาม มาตรา 32 วรรคสามของกฎหมายเดิม กำหนดว่าบทบัญญัติดังกล่าวไม่ใช้บังคับกับการโฆษณาที่มีต้นกำเนิดนอกราชอาณาจักร
ต่อมา มาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 จึงเกิดคำถามว่า คนไทยหรือคนต่างด้าวที่โฆษณาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในต่างประเทศ จะมีความผิดหรือต้องรับโทษในประเทศไทยหรือไม่
ดร.วิเชียรระบุว่า กรณีดังกล่าวจำเป็นต้องพิจารณาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 7 ซึ่งเป็นบทบัญญัติให้ผู้กระทำความผิดนอกราชอาณาจักรต้องรับโทษในราชอาณาจักร และมาตรา 8 ที่กำหนดกรณีความผิดนอกราชอาณาจักร ซึ่งผู้กระทำเป็นคนไทย หรือเป็นคนต่างด้าวและรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหาย และผู้เสียหายร้องขอให้ลงโทษ
แต่บทบัญญัติมาตรา 7 และมาตรา 8 จำกัดเฉพาะความผิดบางฐานที่สามารถลงโทษผู้กระทำความผิดนอกราชอาณาจักรในประเทศไทยได้ เช่น ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เป็นต้น
ดร.วิเชียรระบุว่า “ไม่ปรากฏว่าความผิดเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้กระทำนอกราชอาณาจักรจะต้องรับโทษในราชอาณาจักร” แต่อย่างใด
ดังนั้น ดร.วิเชียรจึงเห็นว่า การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กระทำนอกราชอาณาจักร ไม่ต้องรับโทษในราชอาณาจักร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ก.อุตฯ ปรับแผนตรวจโรงงานเชิงรุกสั่งฟัน 767 โรงงานทำผิดกฎหมาย
กระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับตรวจโรงงานเชิงรุกพบทำผิดกฎหมาย 767 ราย สั่งหยุดดำเนินการทันที 131 ราย ดำเนินคดีกว่า 391 ราย พร้อมเร่งยกระดับความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ควบคู่การส่งเสริมการลงทุน
ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ย้ำคนโกงสอบท้องถิ่นไม่ว่าเป็นใครต้องเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย
“อาสพลธ์” หนุนสอบท้องถิ่นโปร่งใส ไร้ตั๋ว-ไม่ต้องจ่ายเงิน ชูความสามารถตัดสินความก้าวหน้า ย้ำคนทุจริตต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
'อนุทิน' ย้ำปม 'หมอสรณ' ทำตามกฎหมายทุกอย่าง!
'อนุทิน' ย้ำทำตามกฎหมาย ปม 'หมอสรณ' ยังนั่งประชุม กสทช. ลั่นทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย

