
5 พ.ย.2565 - นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และรัฐบาลเดินหน้าช่วยลูกหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (GFA) จัด “งานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้” ประเดิมการจัดครั้งแรกแล้ว ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2566 ณ เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร และจะจัดสัญจรอีก 4 ครั้งไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศได้แก่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา โดยมุ่งเป้าในการแก้ปัญหาหนี้สินสำหรับผู้ร่วมงานที่เป็นลูกหนี้ ให้มีสภาพคล่องเพิ่ม ผ่อนภาระหนี้สินให้สอดคล้องกับรายได้ เข้าถึงทุนใหม่ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นในการดำรงชีพหรือประกอบอาชีพสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
นายธนกร กล่าวว่า สำหรับมหกรรมร่วมใจแก้หนี้สัญจร ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2565 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 5 เมืองทองธานี ธนาคารออมสินได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดงานหลักร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ นำเสนอมาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อประเภทต่าง ๆ อาทิ สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อภาคการเกษตร นาโนไฟแนนซ์ รวมถึงลูกหนี้บัตรเครดิต ฯลฯ ตลอดจนบริการให้คำปรึกษาแก้ปัญหาหนี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https:/In15.gsb.or. th/WE B- DEBT/ เพื่อแจ้งความประสงค์มาติดต่อขอแก้ไขหนี้ พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ ได้ตลอดงานทั้ง 3 วัน ซึ่งภายในงาน สถาบันการเงินต่างๆ ยังได้นำเสนอโปรโมชั่นสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ เพื่อเติมทุนให้กับลูกค้ารายย่อยและ SMEs รวมทั้ง ผลิตภัณฑ์เงินฝากเพื่อส่งเสริมการออมด้วยสิทธิพิเศษ และบริการทางการเงินอื่น ๆ อาทิ เงินฝากดอกเบี้ยสูงสุดจากธนาคารออมสิน สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0% โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ สินเชื่อเพื่อผู้ส่งออกป้ายแดงจาก Exim Bank สินเชื่อบุคคล สินเชื่อ SMEs เป็นต้น พร้อมทั้งกิจกรรมฝึกอาชีพและสัมมนาให้ความรู้ด้านการจัดการหนี้ เทคนิคบริหารเงินและส่งเสริมการออม ด้วย
"ต้องขอบคุณนายกฯและรัฐบาลได้จัดงาน “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ : มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน" โดยให้กระทรวงการคลัง แบงค์ชาติ และสถาบันการเงินของรัฐ ผนึกกำลังร่วมกันปัญหาลูกหนี้โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางแบบครบวงจรทั้งแก้หนี้ เติมเงินใหม่ รวมทั้งให้คำปรึกษาทางการเงิน ตามที่รัฐบาลประกาศความตั้งใจให้“ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ครัวเรือน” ซึ่งสอดคล้องกับความปรารถนาของท่านนายกรัฐมนตรีที่ต้องการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าขณะนี้กระแสความนิยมของนายกฯดีวันดีคืน เนื่องจากประชาชนเห็นถึงความตั้งใจจริงของนายกฯในการทำงานให้ประเทศชาติและประชาชน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย ผมมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าหากนายกฯไปต่อจะได้ชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างแน่นอน ส่วนที่แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านหลายคนดาหน้าออกมาเคลื่อนไหวดิสเครดิตรัฐบาลรายวันนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกไร้รอยหยัก เน้นใช้แต่วาทกรรมทำลายคู่แข่ง เป็นประเภทดีแต่พูดแต่ไม่เคยทำอะไรสำเร็จไม่เชื่อลองไปตรวจสอบดู” นายธนกร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ฟาด 'รังสิมันต์' ชอบพูดคาดเดาตามสติปัญญาที่มี ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานกรรมาธิการ มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น
🔴 LIVE สะเทือนขวัญทั้งประเทศ กราดยิงกลางโรงเรียนดัง | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | ยุบ-โยก-เดือด! ถูกที่ผิดตัว?
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : : วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2569
'ศุภจี' จ่อคุย 'เอกนิติ' ใช้งบหรือเงินกู้ ลุย 'ไทยเที่ยวไทยพลัส'
'ศุภจี' ขอดูความเหมาะสมใช้งบประมาณ หรือเงินกู้ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' รับต้องดูความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องออกพร้อม 'ไทยช่วยไทยพลัส'
'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ
รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
'พิชญุตม์' การันตีผลงานรัฐบาล 'อนุทิน' 4 เดือน รับมือวิกฤตพลังงาน ดันราคาข้าว-ยาง-ปาล์ม พุ่งต่อเนื่อง พร้อมอัดมาตรการช่วยลดต้นทุน-ขยายตลาดโลก
นายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ว่า ภายหลังรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าบริหารประเทศ 4 เดือน สามารถรับมือกับวิกฤตพลังงานและสงครามตะวันออกกลางได้ดี ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรหลักปรับตัวสูงขึ้น

