'ธนกร' อัด 'พิธา' ไม่รู้จริงไม่ต้องพูด! ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้

'ธนกร' สวน 'พิธา' หยุดวิจารณ์ BCG Model ถ้าไม่รู้จริง อัดอย่าเอาทุกเรื่องมาปนกันจนประชาชนสับสน เหน็บไม่พูดเรื่องที่ไม่รู้จริงสักเรื่องก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้

16 พ.ย.2565 - นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุว่ารัฐบาลฝันที่จะใช้การประชุมเอเปกสร้างเศรษฐกิจสีเขียว แต่แค่ PM2.5 ฝุ่นข้ามชาติยังไร้ภาวะผู้นำที่จะแก้ไขว่า ถ้านายพิธาไม่รู้จะพูดเรื่องอะไรเพื่อให้ตัวเองได้คะแนนนิยม การไม่วิจารณ์เรื่องการประชุมเอเปกแบบมั่วๆ ด้วยชุดข้อมูลผิดๆ สักเรื่องก็คงไม่มีใครหาว่านายพิธาเป็นใบ้ เพราะนายพิธาไม่ควรเอาทุกเรื่องมาโยงเป็นเรื่องเดียวกันจนทำให้ประชาชนสับสน ทั้งนี้ เรื่อง BCG Model เป็นเรื่องหลักที่รัฐบาลจะนำไปหารือในการประชุมเอเปกครั้งนี้ ซึ่งเป็นจุดแข็งในภาคเกษตรของไทย มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดขยะ และเน้นการใช้กระบวนการที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงในอนาคตการประกอบธุรกิจภายใต้แนวคิด BCG อาจจะได้ประโยชน์ทางด้านภาษีเมื่อทำการค้าระหว่างประเทศด้วย สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกเรื่องสิ่งแวดล้อม ถือเป็นหนึ่งทางออกที่ครอบคลุมให้ทุกการพัฒนาไม่มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาคู่ไปกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลด้วย ส่วนเรื่องปัญหา PM2.5 นั้น รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ดังนั้นหากนายพิธาไม่รู้ก็ควรจะหาข้อมูลให้ได้ข้อเท็จจริงก่อน ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์แบบตีหัวแล้วเข้าบ้าน ซึ่งไม่น่าจะใช่แนวทางของนักการเมืองรุ่นใหม่อย่างที่พรรคนายพิธามักจะกล่าวอ้างอยู่บ่อยๆ

นายธนกร กล่าวอีกว่า BCG Model ดำเนินการภายใต้นโยบายของรัฐบาลไทยตามแผนการปฏิบัติด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2570 สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อย่างน้อย 5 เป้าหมาย ได้แก่ การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ความหลากหลาย ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การลดความเหลื่อมล้ำ อีกทั้งยังสอดรับกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ทั้งนี้ สอวช.รายงานว่า มูลค่าเศรษฐกิจ BCG เพิ่มขึ้นจาก 3.4 ล้านล้านบาทในปี 2562 เป็น 4.4 ล้านล้านบาทในปี 2565 สร้าง Value creation ให้กับประเทศอย่างมีเสถียรภาพ ขยายโอกาสทางการค้าในเวทีโลก ดังนั้น BCG Model จะเป็นฐานเศรษฐกิจหลักของประเทศที่สร้างมูลค่ากว่า 4.4 ล้านล้านบาท GDP เพิ่มขึ้นถึง 24% ใน 5 ปีข้างหน้า สร้างงานใหม่หลายล้านตำแหน่ง เกิดการจ้างงาน 16.5 ล้านคน และเพิ่มระดับรายได้ของแรงงานในอุตสาหกรรม BCG เพิ่มรายได้แก่ชุมชนผ่านการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถดึงเอาศักยภาพพื้นที่ออกมาได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดปริมาณของเสียจากระบบ เพื่อรักษาฐานทรัพยากรของประเทศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“ไทยจะได้ประโยชน์จากการนำแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ไปแลกเปลี่ยนในที่ประชุมเอเปกอย่างแน่นอน เพื่อขับเคลื่อนทิศทางการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนในภูมิภาค โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยจะได้เรียนรู้ประสบการณ์โดยตรงจากเพื่อนสมาชิก การยกระดับมูลค่าของห่วงโซ่การผลิตให้เกิดการก้าวกระโดด ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเจ้าของสินค้าและบริการมูลค่าสูง เกิดการกระจายรายได้และโอกาสแบบทั่วถึง รวมถึงการรักษาสมดุลเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ จะสร้างการพัฒนาที่ดีในระยะยาว รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยอีกด้วย” นายธนกร กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุทิน' ท้าก้าวไกลซักฟอกงบลับ-ซื้ออาวุธ-เรือดำน้ำ ขอเวลาฝ่ายค้านเพิ่มจะได้ชี้แจงครบ

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ว่า มีความพร้อม เราได้ทำตามที่พูดไปและเท่าที่ฟังก็เป็นประเด็นที่เราตอบได้อยู่แล้ว

'ศิริกัญญา' อัดงบ 68 ปรับแต่งตัวเลขเพื่อดิจิทัลวอลเล็ตโครงการเดียว

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงการจัดสรรงบประมาณปี 68 ที่ทำให้ประเทศไทยทำลายสถิติใหม่ทางการคลังหลายตัว นอกเหนือจากที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงไปเมื่อเช้าแล้ว

'ชัยธวัช' ประเดิมสับงบ 68 ซัดมักง่ายเจ๊งไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้

'ชัยธวัช' สับรบ. จัดงบฯ68มักง่าย สายตาสั้น เน้นแก้วิกฤตตัวเอง ไม่ตอบโจทย์ปัญหาประเทศ สอนมวยพลิกฟื้นประเทศ ต้องเน้นลงทุน-ภาคการผลิต ชี้ ไทยเจอ 2 หลุมดำ สินค้าจีนราคาถูก-แพลตฟอร์มออนไลน์ ดูดเงิน

คดียุบพรรคก้าวไกล ศาลรธน.ให้คู่กรณีตรวจพยานหลักฐาน 9 กรกฎา.

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายในคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)โดยนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา