“วิษณุ” เผย นายกฯลงนามกฎหมายลูก 2 ฉบับแล้ว เหลือรอทูลเกล้าฯ ย้ำ ส.ส.ลาออกไม่กระทบงานสภา แต่รบ.ไม่เสนอกม.ใหม่แล้ว ระบุ “บิ๊กตู่” ยังไม่ส่งซิกยุบสภา
16 ธ.ค.2565 - เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า วันเดียวกัน (16 ธ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ลงนามในร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯภายในวันที่ 16 ธ.ค. หรืออย่างช้าวันที่ 17 ธ.ค. ตามขั้นตอนเมื่อมีการทูลเกล้าฯไปแล้วจะอยู่ในพระบรมราชวินิจฉัย 90 วัน เมื่อมีการโปรดเกล้าฯลงมา และประกาศในราชกิจจานุเบกษาจะมีผลบังคับใช้ในวันถัดไป ถือว่ากติกาสำหรับการเลือกตั้งครบถ้วนแล้ว อย่างไรก็ตาม หากใครจะคัดค้านจะต้องดำเนินการหลังจากมีผลบังคับใช้แล้ว ส่วนกระบวนการนั้นจะต้องไปร้องศาลและให้ศาลส่งต่อมายังศาลรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ ส.ส.ลาออกจำนวนมาก ทำให้มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่านายกฯจะถือโอกาสยุบสภา นายวิษณุ กล่าวว่า เดิม ส.ส.มี 500 คน ขณะนี้เหลือ 400 กว่าคน องค์ประชุมลดตามลงมา ประมาณ 220 คน ฉะนั้น การดำเนินงานของสภายังดำเนินการได้ตามปกติ เหมือนที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯว่าไว้ ยังประชุมได้ ยังทำภารกิจได้ และยังมีเวลาเหลือ 2 เดือนกว่า หลังจากนี้รัฐบาลคงไม่เสนอกฎหมายใหม่เข้าไป ซึ่งขณะนี้มีกฎหมายที่ค้างสภาอยู่ 3 ประเภท คือ 1.กฎหมายที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้วและเสนอกลับมาให้สภาพิจารณา 2.กฎหมายที่รัฐบาล ส.ส. และประชาชนเสนอเข้าไปแต่ยังไม่ได้พิจารณาในวาระ 1 และ3.เรื่องที่อยู่ระหว่างการศึกษาของ กมธ. เมื่อถามย้ำว่า ที่ ส.ส.ลาออกจำนวนมากเช่นนี้เป็นเงื่อนไขให้เกิดการยุบสภาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวสั้นๆ ว่า ขณะนี้ยัง
เมื่อถามว่า การที่นายกฯจะยุบสภาต้องแจ้งให้พรรคร่วมรัฐบาลทราบหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่เคยยุบสภา เพราะเป็นอำนาจนายกฯ แต่ในฐานะที่ร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภามาแล้ว 3-4 ครั้ง นายกฯจะไม่นำเรื่องดังกล่าวปรึกษาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่างจากพระราชกฤษฎีกาทั่วไปที่ต้องผ่าน ครม. แต่พระราชกฤษฎีกายุบสภาเป็นฉบับเดียวที่ไม่เคยมีนายกฯคนใดนำมาปรึกษาในที่ประชุม ครม. แต่การจะบอกบางคน เช่น แกนนำพรรคมีความเป็นไปได้ เมื่อถามอีกว่า ได้สัญญาณการยุบสภามาจากนายกฯบ้างหรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า ตนเตรียมอุปกรณ์ที่จะร่างมา 2 ปีแล้ว แต่ไม่ได้ประเมินอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดทางการเมือง และขอยืนยันยังไม่เคยได้ยินนายกฯหรือรัฐมนตรีคนใดบอกว่าให้ยุบสภา
เมื่อถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ระบุว่าหากนายกฯยุบสภา เงื่อนไขกฎเหล็ก 180 วัน ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นโมฆะไปเลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มันไม่ได้เซ็ตซีโร่เพราะยุบสภา แต่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเลือกตั้งฉบับใหม่ที่บางส่วนต่างจากฉบับเก่า ดังนั้น อะไรที่ผิดอาจจะไม่ผิด แต่การยุบสภาไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเรื่องดังกล่าว เพราะการกระทำผิดทางกฎหมายคือเรื่องของกฎหมาย แต่การยุบสภาเป็นเรื่องการตัดสินใจทางการเมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อสม. บนสมรภูมิเลือกตั้ง จากด่านหน้าสาธารณสุขสู่ข้อครหากลไกซื้อเสียง?
ข้อกล่าวหาว่าอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ “อสม.” อาจถูกใช้เป็นกลไกซื้อเสียงในสนามเลือกตั้ง กลายเป็นประเด็นที่สังคมหันมาพูดถึงมากขึ้น
โบว์ ณัฏฐา ชงตัดขั้นตอน-กฎไม่ก่อประโยชน์ออก ยกเลือกตั้ง สส. กว่าคนไทยได้รัฐบาลเสียเวลาหลายเดือน
โบว์ ชี้ประเทศไทยถ้ามี mindset ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการตั้งกฎอย่างมีเหตุผล ตัดขั้นตอนและกฎที่ไม่ก่อประโยชน์ออก การพัฒนาจะมีความเป็นไปได้ขึ้นอีกมาก
รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ หนึ่งเดียว จากพรรคโอกาสใหม่ ล้มบ้านใหญ่ เดินเข้าสภาฯ
หนึ่งใน สส.-นักการเมืองหน้าใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็คือ "รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ เขต 2 พรรคโอกาสใหม่" นักการเมืองหญิง-สส.หนึ่งเดียวจากพรรคโอกาสใหม่
สะดุ้ง! เจ้าหน้าที่ กกต. บาดเจ็บระหว่างคุมเลือกตั้ง 34 รายใน 11 จังหวัด
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข่าวเลขที่ 208/2569 วันที่ 6 มีนาคม 2569 กกต. เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
จับตาเลือกก.ต. ยกชุด3ชั้นศาล เต็งจ๋าแห่สมัคร
จับตาเลือกตั้งใหญ่ ก.ต. 3 ชั้นศาล “วีระพงศ์-ตุลยวัต-พงษ์เดช” คิว ปธ.ศาลฎีกาเต็ง ชั้นอุทธรณ์ “มัณทรี-กีรติ-ณรัช” มีลุ้น ชั้นต้นขับเคี่ยวหนัก “ธิดาพร-สิทธิชัย” โดดเด่น
จับตา! เลือกตั้งใหญ่ 'ก.ต.' ศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น
จับตา! เลือกตั้งใหญ่ ก.ต. 3 ชั้นศาล 'วีระพงษ์ -ตุลยวัตร -พงษ์เดช' คิวประธานศาลฎีกา 'ฉัตรชัย' ก็มาแรง ส่วนอุทธรณ์ 'มัณทรี-กีรติ-ณรัช' มีลุ้น ชั้นต้นขับเคี่ยวหนัก 'ธิดาพร-สิทธิชัย' โดดเด่น

