'เสี่ยหนู' พูดชัดภูมิใจไทยเวลานี้ไม่มีกลุ่มโรงแป้งมันอยู่ในพรรค!

'เสี่ยหนู' ลั่นภูมิใจไทยไม่มีกลุ่มโรงแป้งมัน ยันมีแต่ 'กลุ่มอนุทิน' หลังมีข่าวทีมงาน 'กำนันป้อ' จ่อซบเพื่อไทย

02 ก.พ.2566 - ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงสถานะภายในพรรคของนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตกรรมการบริหารพรรค ว่าสถานะยังเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ต้องเช็กกับนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายทะเบียนพรรค

ถามถึงกระแสข่าวทีมงานนายวีรศักดิ์จะย้ายไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุทินระบุว่า เรื่องนี้รู้มานานแล้ว ทั้งนี้มองว่ามันก็ดี เพราะจะมีการคละเคล้ากันไป จะได้เลิกวลีไล่หนูตีงูเห่า หากมาพรรคภูมิใจไทย เพราะคนของพรรคภูมิใจไทยก็ออกไปพรรคอื่น ซึ่งเราไม่ได้ไล่ใครทั้งนั้น ต่างคนต่างทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง แล้วมาแข่งกันทำความดีและขายนโยบายให้กับประชาชนเพื่อตัดสินใจ

เมื่อถามว่าทีมงานของนายวีรศักดิ์ย้ายไป พรรคเพื่อไทยจะไม่ทำให้ภูมิใจไทยขุ่นข้องหมองใจใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทีมงานท่านวีรศักดิ์ไม่เคยทำอะไรให้กับพรรคอยู่แล้ว ซึ่งตอนที่ท่านวีรศักดิ์อยู่ที่นี่ก็คุยกับท่านวีรศักดิ์คนเดียว ส่วนการดูแลประสานงานในพื้นที่ทางพรรคก็มีการแบ่งกันดูอยู่แล้ว ณ วันนี้พรรคภูมิใจไทย ก็ต้องถือว่าไม่มีธุรกิจกลุ่มโรงแป้ง ไม่มีกลุ่มท่านรัฐมนตรีวีรศักดิ์อีกต่อไป มีแต่กลุ่มของภูมิใจไทยทางโคราชก็กลุ่มอนุทินนี่แหละ

ขณะที่นายศุภชัยกล่าวว่า นายวีรศักดิ์ ณ วันนี้ยังเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เพียงแค่ลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีและกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เต้' ไขก๊อกแล้ว! จ่อตั้งพรรคก้าวล้ำ ทิ้งบอมบ์ 'ราเชน' สำเหนียกบุญคุณ

'เต้ มงคลกิตติ์' ยื่น กกต. ลาออกจากทางเลือกใหม่ พร้อมตั้งพรรคใหม่ 'ก้าวล้ำ' สานต่อทุกนโยบายที่เคยทำ แย้มส่งชิงผู้ว่ากทม. ทวงบุญคุณ 'ราเชน' เข้าสภาได้เพราะใคร

เริ่มแล้ว! นายกฯ ถก 'สมช.' รับมือผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง ผบ.เหล่าทัพตบเท้าพร้อมเพรียง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569

เพื่อไทยออกแถลงการณ์หนุนรัฐบาลดูแลคนไทยในตะวันออกกลาง

พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์เรื่อง สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาค