'เต้น สภาโจ๊ก' แซะมอตโตหาเสียงบิ๊กตู่ 'ทำเจ๊ง ทำจน ทำอีก' ขอโอกาสเพื่อไทยแก้ปัญหา

23 ก.พ.2566 - ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พูดชัดว่าจะมีการยุบสภาฯในช่วงเดือนมี.ค. ว่า สำหรับพรรค พท. นายกฯจะยุบสภาเมื่อไรเอาที่ท่านสบายใจตราบใดที่กฎหมายยังให้อำนาจ เราไม่ได้หันมองว่านายกฯ จะยุบสภาฯเมื่อไร แต่เราหันมองว่าเราจะมีโอกาสไปทำงานแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนผ่านการเลือกตั้ง 

“จะยุบวันธงชัย หรือวันแมคอินไตย เป็นเรื่องของท่าน พรรค พท. รอวันที่จะได้กลับเข้าไปทำงานกับพี่น้องประชาชนหลังจากวันที่พี่น้องประชาชนมอบหมายให้พรรค พท. แลนด์สไลด์แล้วเท่านั้น” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนการประกาศสโลแกนใหม่ในของพล.อ.ประยุทธ์ว่า “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” นั้น เป็นเรื่องของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งตนไม่ได้มองเห็นภาพเดียวกับพล.อ.ประยุทธ์ แต่ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาเป็นการ “ทำเจ๊ง ทำจน ทำอีก” ซึ่งอยู่ที่พี่น้องประชาชนจะพิจารณาตัดสินใจ  หากเห็นว่าทำเจ๊ง ทำจนมา 8 ปี แล้วยังจะทำอีก ก็ขอให้ตัดสินใจร่วมกันให้โอกาสพรรคเพื่อไทยเข้าไปแก้ปัญหา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประกาศประชามติแล้ว กกต.ยํ้าการ‘หย่อนบัตร’

นายกฯ ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติแล้ว พร้อมเคาะคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" กกต.แจงขั้นตอนออกเสียง

'เทวัญ' ลุยตลาดสดช่วยหาเสียง ผู้สมัคร สส.โคราช เขต 1 มั่นใจทวงคืนเก้าอี้จากพรรคส้มได้

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายประเสริฐ บุญชัยสุข ผู้สมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 1 นครราชสีมา หมายเลข 11 พรรคเพื่อไทย ได้เดินหาเสียงพบปะพ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการ พี่น้องประชาชนที่เดินจับจ่ายในตลาดย่าโม , ตลาดป๋องแป๋ง และตลาดเซฟวัน

สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ

วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เร่งลงพื้นที่ 5 อำเภอ ชูนโยบายน้ำเพื่อเกษตร รายได้ชุมชน และโอกาสคนรุ่นใหม่ ย้ำขอเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านจากประสบการณ์ทำงานจริงทั้งระดับประเทศและพื้นที่

นักวิชาการ ชี้ สส.บัญชีรายชื่อ คละบ้านใหญ่-เทคโนแครต สะท้อนการเมืองเน้นนโยบาย

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รายชื่อ สส. ในบัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายมากขึ้น เหตุคละกันระหว่าง“บ้านใหญ่-นักธุรกิจ” กับ “เทคโนแครต-นักวิชาการ