3 ส.ส.ใหม่ รายงานตัว ช่วงปิดสมัยประชุมรัฐสภา ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

"ราเมศ-ยุพ-อาทิตยา" รายงานตัวเป็นส.ส.ใหม่แล้ว แต่ยังรับหน้าที่ไม่ได้ ติดปิดสมัยประชุมไม่สามารถปฏิญาณตนได้ ด้าน “ราเมศ” เผย แม้เป็นส.ส.ในเวลาสั้นๆขอทำทุกวินาทีให้มีค่า

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการสภาฯ รับรายงานตัว ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ได้รับการเลื่อนลำดับมาแทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 3 คน ได้แก่ นายราเมศ รัตนะเชวง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค ประชาธิปัตย์ ,นายยุพ นานา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ น.ส.อาทิตยา อะนะฝรั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ทำให้ จำนวน ส.ส.ตามการรายงานของกลุ่มทะเบียนและสถิติ สำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีจำนวน 403 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ส.ส.ใหม่ ที่รายงานตัวดังกล่าว ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 115 ระบุว่า ก่อนส.ส.เข้ารับหน้าที่ ส.ส.และส.ว.ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาฯ ที่ตนเป็นสมาชิก โดยขณะนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุม ส.ส.ใหม่จึงไม่สามารถปฏิญาณตนได้

ด้านนายราเมศ กล่าวว่า แม้ว่าจะเหลือช่วงระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง ส.ส.ไม่มากนักแต่ทุกวินาทีมีค่าในการทำงานให้กับประชาชน มีเรื่องทุกข์ร้อนของประชาชนที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมาอีกหลายเรื่องที่ตนจะพยายามติดตามผลักดันให้ปัญหาของประชาชนสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกินของประชาชนที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมาเป็นจำนวนมาก ขอย้ำว่าทุกวินาทีในการทำงานให้กับประชาชนมีค่าเสมอ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรณ์ จี้รัฐบาลเฉือนงบฯ ลดภาษีน้ำมันต้นทุนพลังงานช่วยทุกคน ไม่ใช่เติมเงินให้บางกลุ่ม

กรณ์ซัดรัฐบาลตอบข้อเสนอลดภาษีดีเซลช่วยแค่คนมีรถ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ดีเซลไม่ใช่น้ำมันของคนขับรถเก๋ง แต่เป็นน้ำมันของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ

‘ธนกร’ สวน ‘เท้ง’ อย่าเหมารวม 21 ล้านเสียงแก้รธน.เป็นของพรรคส้ม

“ธนกร” สวน “ณัฐพงษ์” อย่าเหมารวม แจง 21 ล้านเสียงเพื่อให้แก้ รธน. ไม่ใช่เห็นด้วยกับแนวทางพรรคประชาชน ชี้อำนาจของประชาชนพิสูจน์แล้วผ่านผลเลือกตั้งที่ผ่านมา ด้วยการหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่งผล ภท.ชนะถล่มทลาย

'สส.ภูมิใจไทย' ซัด 'อภิสิทธิ์' ไร้วุฒิภาวะ ปั่นกระแสลือคดีฮั้วสว.ฉลองรอดแล้ว หวังผลส้มหล่น

‘วัชรพงศ์’ ซัด ‘อภิสิทธิ์’ ไร้วุฒิภาวะ ปมปล่อยข่าวลือคดีฮั้ว สว. ฉลองรอดแล้ว ตอกกลับควรมีหลักฐานจริง ไม่ใช่ใช้ปากตีกินเดินเกมหวังผลทางการเมืองและโหนกระแสพรรคส้มเพื่อรอส้มหล่น

'อภิสิทธิ์' ดึงสติ กกต. อย่าเคาะมติ 'ผลไม้พิษ' คดีฮั้วสว. ทำลายระบบการเมือง

'อภิสิทธิ์' จี้ กกต. ยึดบรรทัดฐานศาลฎีกา ชี้ขาดคดี 'ฮั้ว สว.' เตือนขืนใช้ 2 มาตรฐาน ยิ่งตอกย้ำเป็น 'ดอกไม้พิษ"' จาก สว. ที่เป็น 'กิ่งก้าน' ของพรรคที่เป็น 'ต้นไม้พิษ'