25 เมษายน 2569 - เมื่อเวลา 09.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ ประชุมใหญ่สามัญ ประจําปี 2569 โดยมีกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคฯ
นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ นายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคฯ สส. กก.บห. และสมาชิกพรรคบางส่วนประชุม ขณะเดียวกันก็มีการประชุมผ่านระบบออนไลน์ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมา ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตน้ำมันในปัจจุบัน
ทั้งนี้ การประชุมใหญ่สามัญฯ เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมือง และตามข้อบังคับของพรรคฯ ซึ่งจะต้องมีการจัดประชุมสามัญอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนเมษายนของทุกปี สำหรับองค์ประชุม ตามกฎหมายและตามข้อบังคับขณะนี้ครบองค์ประชุมครบ คือมีผู้ที่เข้าร่วมการประชุมทั้งสิ้น 299 คน อยู่ในห้องประชุม 51 คน และอยู่ในระบบออนไลน์ 248 คน
โดยการประชุมในเป็นการรายงานผลการดําเนินงานของพรรคฯในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา รวมไปถึง รับรองงบการเงิน ประจําปี 2568 ตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าดเวยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 แต่จะไม่มีการแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคฯ แทนนายวีระพงษ์ ประภา ที่ลาออกไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ในการเลือกตั้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดีจากทุกฝ่ายด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเวลาที่ทำให้อาจเกิดความไม่พร้อมในการบริหารจัดการ และกระบวนการสรรหาผู้สมัคร ทุกคนคงเข้าใจในข้อจำกัดนี้ดี ส่วนผลการเลือกตั้งที่ออกมาตนก็คิดว่าในส่วนสส.ระบบบัญชีรายชื่อนั้นไม่ได้ห่างจากเป้าหมายและความคาดหมายที่เรามี เมื่อคิดสัดส่วนคะแนนของบัญชีรายชื่อกลับไปอยู่สูงกว่า เปี 2562 เล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นฐานที่เราจะสามารถใช้ในการขยายไปสู่การเติบโตในวันข้างหน้าได้ แต่ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในระบบเขตเลือกตั้งยังไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง ซึ่งตนก็ได้รับฟังหลังจากการเลือกตั้งแล้วจากทุกภาค ที่พูดถึงเงื่อนไขต่างๆที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้
“ทั้งหมดนี้ก็นำมาสู่การปรับแผนการดำเนินการทั้งหมดและเราก็มั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เรามีเวลาในการเตรียมตัวตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จ และได้เดินหน้าในการวางรากฐานหลายอย่างแล้ว”นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า รวมไปถึงการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน แม้พรรคฯมีเพียงแค่ 21 เสียง แต่เสียงของเราก็เป็นสิ่งที่ดังพอสมควร สส.ทุกคน ตั้งใจในการใช้ทุกโอกาสในสภาฯ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอญัตติ กระทู้ และต่อไปงคือเรื่องของการเสนอกฎหมายควบคู่กับการอภิปราย เช่นการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ทำให้เห็นถึงการทำงานของเราในฐานะฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีเหตุและผล มีความพร้อม ความสร้างสรรค์และมีข้อเสนอแนะรวมไปถึงฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดของพรรคฯเกี่ยวกับประเด็นต่างๆของสังคม เศรษฐกิจ การเมืองในทุกๆเรื่อง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า การทำงานในสภาฯไม่เพียงพอ แต่ขณะนี้เรากำลังวางแผนในการทำงานให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น ทั้งในปละนอกสภา ซึ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นในช่วงปิดสมัยประชุมเป็นต้นไป คือช่วงเดือนกรกฎาคม แต่ขณะนี้สิ่งที่ทางผู้บริหารพรรคฯ ได้ทำในเรื่องของความพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมโยงเข้าหากันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แม้กระทั่งการเข้ามายืนยันตัวตนในการประชุมใหญ่ในวันนี้ และต่อไปคือการเชื่อมโยงกับสมาชิกพรรคทั้งประเทศที่ใช้มีแอพพลิเคชัน และระบบที่ทำให้สื่อสารภายในได้รับรู้รับทราบประเด็นข้อห่วงใยและความคิดเห็นของสมาชิกควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวในการทำงานของพรรคฯ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร สส.สาขาพรรคฯ ตัวแทนจังหวัดและอื่นๆ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สภาฯได้ข้อยุติแล้วในเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญประจำสภา มีทั้งสิ้น 35 คณะ แต่พรรคฯมีสส.จำนวน ที่ได้ที่นั่งในกมธ. 22 ที่นั่ง ทำให้เราไม่ได้เป็นกรรมาธิการครบทุกคณะ แต่จะพยายามประสานกับทุกกรรมธิการว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะขอให้มีตำแหน่งของกรรมาธิการเป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ผู้ชำนาญการ หรือเลขาฯ อะไรก็แล้วแต่ตามระเบียบของสภา ซึ่งตนอยากให้ผู้ที่มีประสบการณ์ ทั้งอดีตรัฐมนตรี อดีตสส ที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานในส่วนของกรรมาธิการเหล่านี้ เร่งแจ้งเข้ามาถึงความสนใจการทำงานในกรรมาธิการ และหากกรรมาธิการไหนที่เราไม่มีกรรมาธิการ ก็จะให้พรรคร่วมฝ่ายค้านช่วยนำเสนอว่าจะสามารถเข้าไปมีบทบาทหรือมีส่วนร่วมในกรรมาธิการต่างๆได้มากน้อยเพียงใด สำหรับประธานกรรมาธิการ พรรคฯได้มา 2 คณะ คือคณะ กรรมาธิการ สาธารณสุข และคณะกรรมาธิการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดเพราะฉะนั้น 2 ขณะนี้อย่างน้อยเราน่าจะมีโอกาสในการที่จะคัดสรรบุคคลหรือบุคลากรเข้าไปเสริมได้ดียิ่งขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุชา' ควง 'อภิสิทธิ์' เดินสวนลุม ฟังเสียงคนบ่อนไก่ ลุยสางปัญหาขยะล้น
'อนุชา' ควง 'อภิสิทธิ์' ลุยสวนลุม ดันสวนหย่อม-น้ำพุ-ยกระดับศูนย์อาหาร ฟังเสียงชาวบ่อนไก่ ลุยสางปัญหาขยะล้นปล่อง คืนคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
'ฝ่ายค้าน' บี้ล่า 'นอมินี' หลังพาณิชย์เจอแหล่งใหญ่ห้วยขวาง 53 บริษัท ชี้เป้าลุย 'สมุย-กระบี่-ภูเก็ต'
รองหน.พรรคปชป.ชี้กรณีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีในพื้นที่เขตห้วยขวาง จำนวน 53 ราย
ชงศาลฎีกาฟัน 14 ปปช.
“ณัฐพงษ์” นำทีมยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปัดตกคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น ตั้ง 4 ข้อกล่าวหา หวัง “โสภณ” ใช้ดุลพินิจส่งเรื่องเร็ว “นันทนา” ต้องลบครหาระบอบสีน้ำเงิน “ศรีสุวรรณ” ยื่นฟัน “ไชยชนก” ผุดโครงการ TH-AI Passport
'เท้ง' หอบหลักฐานมัด ป.ป.ช. 4 ข้อหา ยื่นปธ.สภาส่งศาลฎีกา ปมตีตกศักดิ์สยาม
'เท้ง' นำทีมยื่นคำร้องประธานรัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้งกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ปฏิบัติมิชอบปัดตกคดี 'ศักดิ์สยาม' ตั้ง 4 ข้อกล่าวหา ปชป. เผยส่งคำร้องเพิ่มปมขัดกันแห่งผลประโยชน์ 'สว.นันทนา' บี้เร่งส่งลบครหาระบอบสีน้ำเงิน
'อนุชา' ควง 'อภิสิทธิ์' ขอเสียงคนกรุง ลั่นทำให้คนรัก ปชป. กลับมา
‘อนุชา’ ควง ‘อภิสิทธิ์’ หาเสียงเขตสวนหลวง ขอเบอร์ 5 ทั้งสองใบ ชูตลาดสะอาด-จัดการคนจรจัด พร้อมแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ลั่นจะทำให้คนรักประชาธิปัตย์กลับมา
'พรรคส้ม' เหนื่อย! คนกรุงเจน Y-Z ยังเทใจให้ 'ชัชชาติ'
'รองผอ.สถาบันพระปกเกล้า' ชี้พรรคส้มเหนื่อย กลุ่มเจนY-เจนZ มีแนวโน้มเทใจให้ชัชชาติ ที่มีจุดแข็งเก็บได้ทุกเจนเนอเรชัน

