
‘อนุทิน’ ยินดีด้วย ‘เพื่อไทย’ ตั้งเป้าโกย 310 ที่นั่ง ระบุ ‘ภูมิใจไทย’ ขออยู่กับความจริง ลั่นรู้อยู่แล้วจะได้เท่าไหร่ ไม่ต้องโกหกประชาชน เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์คะแนนเสียงจนถึงวันเลือกตั้ง
12 มี.ค.2566 – ที่จังหวัดนราธิวาส นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการตั้งเป้าคว้าส.ส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ว่า ในช่วง 4 ปี ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล เราให้ความสำคัญกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มารับฟังปัญหา แก้ไขปัญหาให้ประชาชน ทั้งด้านสาธารณสุข คมนาคม และการท่องเที่ยว มั่นใจว่ารอบนี้ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะให้ความไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยมากขึ้นกว่าเดิม
นายอนุทิน ระบุว่า ส่วนกรณีที่ทางนิด้าโพลได้เปิดผลสำรวจประชาชนจังหวัดอุดรธานี ต่อความนิยมของพรรคการเมือง โดยเฉพาะความนิยมต่อส.ส. ที่ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย มาเป็นลำดับ 5 ขณะที่ส.ส.เขต มาเป็นลำดับที่ 6 นั้น ถือว่าเป็นไปได้ เพราะเราไม่ได้แข็งแรงทุกจังหวัด ต้องลองไปทำโพลที่จังหวัดบุรีรัมย์ สตูล อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยาดู แล้วค่อยมาว่ากัน
เมื่อถามว่า ในพื้นที่ที่ดูแล้วผลโพลยังไม่ดี จะมีมาตรการเพิ่มเติมอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีการทำโพลของพรรคเอง ทุกสัปดาห์จะมีการเชิญผู้สมัครส.ส.ของพรรคมาหารือเพื่อปรับกลยุทธ์ในการทำโพลให้กับเขาจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าหลายพรรคเริ่มตั้งเป้าที่จะคว้าจำนวนส.ส. อย่างพรรคเพื่อไทย ตั้งเป้าคว้าส.ส.310ที่นั่ง นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยรู้อยู่แล้ว ว่าจะได้เท่าไหร่ ที่พรรคเพื่อไทยประกาศคว้า 310 เสียง ก็ยินดีด้วย
เมื่อถามว่าการตั้งเป้าของพรรคเพื่อไทยดูจะเกินจริงไปหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวย้ำอีกว่า ก็ขอแสดงความยินดีด้วย ทุกคนต้องมีความหวัง แต่พรรคภูมิใจไทย เราทำวิสัยทัศน์ให้เป็นความจริง เราทำเรื่องจริง อยู่กับความจริง เราก็อยู่ของเราแบบนี้ ไม่วิจารณ์ใคร ถ้าเป็นไปได้คนอื่นก็ต้องไม่มาวิจารณ์พรรคภูมิใจไทย ตนเองไปปราศรัยหลายพื้นที่ไม่เคยพูดถึงพรรคอื่น ไม่เคยเอ่ยชื่อพรรคใด ไม่เคยว่าบ้านใหญ่ที่ไหนไม่ดีอย่างไร ไม่เคยไล่ ไม่เคยเสียดสีใคร เพราะมันไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน พูดไปเสร็จแล้วบอกว่านโยบายพรรคเหล่านั้น ต้องการทำให้ประเทศไทยสามัคคี สงบสุข ยังไม่ทันเลือกตั้ง ขึ้นเวทีก็ระเบิดแล้ว มันก็โกหกตั้งแต่คำแรกแล้ว พรรคภูมิใจไทยไม่โกหกประชาชน หน้าที่ตนเองคือรับผิดชอบต่อประชาชนในนามพรรคภูมิใจไทย ต้องให้เกียรติกัน ไม่วิจารณ์กัน ประชาชนคือผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่ได้มาเพราะการด้อยค่า หรือด่าทอนโยบายพรรคภูมิใจไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประกาศประชามติแล้ว กกต.ยํ้าการ‘หย่อนบัตร’
นายกฯ ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติแล้ว พร้อมเคาะคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" กกต.แจงขั้นตอนออกเสียง
สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ
วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เร่งลงพื้นที่ 5 อำเภอ ชูนโยบายน้ำเพื่อเกษตร รายได้ชุมชน และโอกาสคนรุ่นใหม่ ย้ำขอเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านจากประสบการณ์ทำงานจริงทั้งระดับประเทศและพื้นที่
นักวิชาการ ชี้ สส.บัญชีรายชื่อ คละบ้านใหญ่-เทคโนแครต สะท้อนการเมืองเน้นนโยบาย
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รายชื่อ สส. ในบัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายมากขึ้น เหตุคละกันระหว่าง“บ้านใหญ่-นักธุรกิจ” กับ “เทคโนแครต-นักวิชาการ
ร้อง กกต. คัดค้านพรรคประชาชน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 ใช้เบอร์เดิม
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ นายอนันตเดช ธนวิภารัตน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข 12 เขตเลือกตั้งที่ 33 และนายธิติพัทธ์ นรวิทยโชติกุล ผู้สมัครหมายเลข 4 เขตเลื
'อนุทิน' โพสต์ 'ไทยรบจนสุดใจขาดดิ้น'
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับทหารบนปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ในภารกิจตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมระบุข้อความ
‘ม้ามืดชานเมือง ของภูมิใจไทย อ.นัส เขต 17’
ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ทําการบ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการคัดสรรผู้สมัครที่มีคุณภาพมีความยึดโยงกับประชาชนและพื้นที่เลือกตั้ง

