
ไพ่ใบสุดท้ายหมากการเมือง “ดร.ณัฎฐ์” สับ “ทักษิณ” จะกลับมาพร้อมติดคุก เป็นเพียงเกมเรียกคะแนนสงสารในการเลือกตั้ง ถ้าจะกลับอย่าลืมชวน ‘ยิ่งลักษณ์’ น้องสาวกลับมาด้วย
26 มี.ค. 2566 – ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฎฐ์” นักกฎหมายมหาชน หล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พร้อมที่จะกลับมารับโทษจำคุกในประเทศไทย” ว่า นายทักษิณ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้ช่องว่างกฎหมาย หลบหนีไปยังประเทศปลายทางที่ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนประกอบกับนายทักษิณฯกับนางสาวยิ่งลักษณ์ฯ ถือสัญชาติต่างประเทศ อีกสัญชาติหนึ่ง ถือเป็นคนสองสัญชาติ ทำให้ ติดตามตัวเพื่อกลับมาดำเนินคดีได้ยากขึ้น การหลบหนีคำพิพากษาของศาล และศาลปรับนายประกันเต็มตามสัญญา เป็นการกระทำของจำเลยทั้งสองเองหรือไม่
ตนฟังคำสัมภาษณ์ของนายทักษิณฯที่ระบุตอนหนึ่งว่า ….ถึงแม้จะเป็นบทลงโทษที่ผมไม่จำเป็นต้องชดใช้ แต่ผมจะชดใช้ให้ เพราะต้องการอยู่กับหลานๆและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับลูกๆหลานๆ ฟังเผินๆแล้วเหมือนน่าจะเห็นใจ แต่ขอให้พี่น้องประชาชนตาสว่างให้รู้ทันเกมเล่ห์เหลี่ยมนายทักษิณคดีไหนแพ้ บอกว่าศาลไม่ยุติธรรมคดีไหนทักษิณฯชนะ บอกว่า ศาลยุติธรรม
ดร.ณัฐ กล่าวว่าคดีที่นายทักษิณกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ส่วนใหญ่ที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก เป็นคดีทุจริตหรือไม่ อย่างไร ให้ประชาชนไปย้อนอ่านคำพิพากษาของศาลหลายคดีที่ยังไม่ขาดอายุความ จะได้รู้ทันนายทักษิณและจะได้คำตอบชัดแจ้งว่า เป็นบทลงโทษที่นายทักษิณจำเป็นต้องชดใช้หรือไม่ อย่างไร
การหลบหนีคำพิพากษาของศาล เป็นการกระทำส่วนตัวของนายทักษิณและนางสาวยิ่งลักษณ์ฯฝที่หลบหนีออกช่องธรรมชาติระหว่างประเทศกัมพูชาด้วยตนเองทั้งสิ้น หากเห็นว่าตัวเองไม่ผิด ไม่เห็นจำเป็นต้องหลบหนี ต้องพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม ตามหลักคำสอนของพระพุทธทาสภิกขุ “ถ้าวันนี้ถูกต้อง ไม่ต้องกลัววันพรุ่งนี้”
จะเห็นได้จาก พฤติการณ์ที่นายทักษิณฯหลบหนีคำพิพากษาแล้วใช้สิทธิฟ้องบุคคลอื่น ต่อมาป.วิอาญา มาตรา 161/1 วรรคสอง(แก้ไขใหม่) ราษฎรฟ้องเอง การฟ้องไม่สุจริต กรณีโจทก์ฝ่าฝืนหรือหลบหนีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ส่งผลให้นายทักษิณเป็นโจทก์ฟ้องใครไม่ได้อีก
“ไพ่ใบสุดท้าย เป็นหมากการเมืองที่นายทักษิณเคยใช้บ่อยครั้ง เป็นกลยุทธ์การเมือง จะกลับบ้านพร้อมติดคุก แต่ใช้ไม่ได้ผลในการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ประชาชนไม่เชื่อและรู้ทันแล้ว เพราะที่ผ่านมาปล่อยให้คนเสื้อแดงติดคุก แต่ตัวเองเผ่นหนีก่อนใคร”
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่าตนไม่ได้ดิสเครดิสพรรคเพื่อไทยและไม่มีอคติกับนายทักษิณที่ว่าจะกลับไทยแน่นอนในปี 2565 นี่เดือนมีนาคม 2566 แล้ว ให้ประชาชนคนไทยคิดเอาเองแล้วกัน เมื่อวานนี้นายทักษิณไปให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า “จะกลับไทยหลังจากเลือกตั้ง”นั้นถือเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมือง เป็นเทคนิคเรียกคะแนนสงสารหวังเพียงให้ประชาชนเทคะแนนให้ชนะแลนสไลด์ 310 ที่นั่งเท่านั้นจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ว่า “…ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง อย่างน้อยจะได้เก้าอี้อาจสูงกว่า 310 ที่นั่ง เพราะประชาชนเบื่อหน่ายการปกครองของนายประยุทธ์มาหลายปี..”
ส่วนที่ว่า “ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร” ตรงนี้ เป็นจุดขายฝัน หากเทียบกับผู้นำทางการเมืองในอดีต นายปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 7 ลี้ภัยนอกประเทศไปยังประเทศจีนตั้งแต่ปี 2492 ไปไม่กลับไทย ระหว่างหนี ได้แสดงความเห็นทางการเมืองบ่อยครั้ง จนถึงแก่อสัญกรรมในปี 2526 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ไม่แตกต่างกับนายทักษิณอดีตนายกรัฐมนตรี หากนายทักษิณเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมประเทศไทย ย่อมกลับประเทศไทยพร้อมเข้าสู่กระบวนการการบังคับโทษทางอาญาตามคำพิพากษาถึงที่สุด สามารถกลับประเทศไทยได้ทันที ไม่มีข้อห้าม ทำไมต้องรอหลังเลือกตั้ง เป็นเพียงชั้นเชิงสับขาหลอก หวังผลเพียงให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเทคะแนนให้พรรคเพื่อไทยเท่านั้น
“นายทักษิณ อย่าลืมชักชวนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น้องสาวที่หลบหนีไปด้วยกัน กลับประเทศไทยด้วย ประชาชนถึงจะเชื่อคำพูดว่า จะกลับไทยจริง ทั้งนี้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมต.ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ฝากความคิดถึงและรอติดคุกพร้อมกันอยู่ มีเสียงกระซิบจากในเรือนจำได้ยินถึงภายนอกว่า “นายกฯปู เผ่น ไม่บอกเลย” ปล่อยให้ตนต้องติดคุก”
ส่วนที่ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัจรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ว่า ที่ผ่านมาคดีเกิดจากฝั่งตรงข้ามทางการเมืองและกลับมาเพื่อพิสูจน์ตนเอง ตนมองว่า ก่อนแถลงข่าว ควรไปปรึกษากับนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการฝ่ายกฎหมาย หรือนายชุมสาย ศรียาภัย รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย หรือมวยรุ่นใหญ่ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ที่จบปริญญาเอกนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตจากรั้วพ่อขุน ก่อนดีกว่าไหม จะได้ไม่ผิดคีย์ ขาดน้ำหนักความน่าเชื่อถือทางการเมือง น.ส.ลิณธิภรณ์ ขาดความรู้ทางกฎหมาย แยกไม่ออกระหว่าง การพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรมกับการบังคับโทษทางอาญา เป็นอย่างไร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปมที่ดิน จุดตายนักการเมือง-เศรษฐี “สหายแสง-ศุภชัย”ไม่ใช่รายสุดท้าย
จากกรณีเมื่อ 11 มิ.ย. ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีของ ศุภชัย โพธิ์สุ หรือสหายแสง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต
เสื้อแดงขอนแก่นชู ‘ทักษิณ’ ซูเปอร์ฮีโร่ ยอมเข้าคุกทั้งที่เจอความยุติธรรม 2 มาตรฐาน
คนเสื้อแดงขอนแก่น ชู "ทักษิณ" เป็นซูเปอร์ฮีโร่ ทั้งที่รู้ว่าสองมาตรฐานแต่ก็รับโทษตามกฎหมายจนได้รับอิสรภาพ พร้อมระบุแม้เจ้าตัวจะไม่กลับคืนเวทีการเมืองแต่ก็เป็นนักรบที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เชื่อคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.กรรมติดจรวดแน่
กรมคุมประพฤติ คอนเฟิร์ม 'ทักษิณ' ถอดกำไล EM พ้นโทษโดยสมบูรณ์
กรมคุมประพฤติ ยืนยัน "ทักษิณ" ถอดกำไล EM พ้นโทษเรียบร้อยแล้ว หลังศาลอาญาธนบุรีตรวจเอกสารรายชื่อผู้ได้รับอภัยโทษปล่อยตัวพ้นโทษจากการคุมประพฤติ รวม 22 ราย ขณะที่ไทม์ไลน์ทักษิณ ระบุ สิ้นเดือน มิ.ย.69 เตรียมบินดูไบ
'สมศักดิ์' เปิดจดหมายลับ 20 ปี อ้าง 'ส.ศิวรักษ์' เคยหนุนใช้ 112 เล่นงานทักษิณ
‘สมศักดิ์เจียม” เปิดเผยเรื่องราวเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โดยอ้างว่าได้รับจดหมายจาก “ส.ศิวรักษ์” ในช่วงพันธมิตรฯขับไล่ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งระบุว่าต้องจัดการทักษิณก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องอื่น พร้อมเผยเก็บเรื่องนี้ ไว้
'ทักษิณ' ขอเลื่อน! รายงานตัวคุมประพฤติ ยันยังติดกำไล EM
'ทักษิณ' เลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรก ขยับไป 28 พ.ค. ยังคงติดกำไล EM ตามมติคณะอนุกรรมการพักโทษฯ ไม่มีการยื่นขอปลดชั่วคราวหรือถาวร

