สัญญาณบวก! นายกฯมั่นใจเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว ต่างชาติจัดอันดับโตต่อเนื่อง

ADB ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2566 โต 3.3% JCER และ Nikkei ประเมินไทยโต 3.7% มีสัญญาณบวก สะท้อนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยที่แข็งแกร่ง

11 เม.ย.2566- นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มั่นใจเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากที่ประเทศไทยได้รับการประเมินแนวโน้มทางเศรษฐกิจจากหลายหน่วยงานด้านเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือ ซึ่งประเมินเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2566 – 2567 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจของญี่ปุ่น (Japan Center for Economic Research: JCER) ร่วมกับหนังสือพิมพ์ Nikkei คาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของไทยจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้มีเสถียรภาพและเติบโตอย่างมั่นคง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ธนาคารพัฒนาเอเชีย คาดการณ์ว่า ในปี 2566 เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะเติบโตเร็วขึ้น โดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 4.8 เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 4.2 และสำหรับประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชียประเมินว่า เศรษฐกิจของไทยในปี 2566 จะขยายตัวที่ร้อยละ 3.3 และขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.7 ในปี 2567 โดยมีปัจจัยสำคัญจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและการบริโภคของภาคเอกชน นอกจากนี้ ธนาคารพัฒนาเอเชียประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยจะลดลงจากปี 2565 ที่ร้อยละ 6.1 เป็นร้อยละ 2.9 ในปี 2566 และร้อยละ 2.3 ในปี 2567 เนื่องจากแรงกดดันด้านอุปทานที่คาดว่าจะลดลงตามราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจของญี่ปุ่น (Japan Center for Economic Research: JCER) และหนังสือพิมพ์ Nikkei สำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ และประเมินว่า ในปี 2566 ประเทศส่วนใหญ่ในทวีปเอเชียจะมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับปี 2565 ยกเว้นไทยและมาเลเซียที่จะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยเศรษฐกิจไทยคาดว่าจะเติบโตได้ถึงร้อยละ 3.7 ในปี 2566 และ 2567 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.6 ในปี 2565 โดยเป็นผลสืบเนื่องจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ของจีน

“นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกหน่วยงานด้านเศรษฐกิจที่ทำงานอย่างแข็งขัน ขับเคลื่อน และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ จนทำให้ไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และหลายหน่วยงานด้านเศรษฐกิจประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยไปในทิศทางเดียวกันว่ามีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สะท้อนถึงความเข้มแข็ง มีเสถียรภาพของรากฐานทางเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติ” นายอนุชากล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษกรัฐบาล แจงมติครม.ออกกฎรักษาความลับทางราชการ-การให้ข่าวสื่อ

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ก.ย.66 เห็นชอบแนวทางปฏิบัติในการรักษาความลับของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการประชุมครม. และการให้ข่าวสาร

เปรียบ 'เศรษฐา-หมออ๋อง' ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่แปลกใจยุค 'ลุงตู่'​ ​การเงินการคลังมั่นคง

นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เจ้าของสูตรน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า

เอาแล้ว 'สมชัย' เปิดชื่อคณะร่วมทีมนายกฯ ไปนิวยอร์ก พบ 2 คนไม่ใช่ข้าราชการ หนึ่งในนั้นคือ ลูกสาว

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก มาแล้ว ชื่อคณะบุคคล ที่ร่วมเดินทางกับนายกรัฐมนตรี 19 รายชื่อแรก

อดีตรมว.คลัง ยัน ปลดผู้ว่าแบงก์ชาติไม่ง่าย แนะ 'เศรษฐา' รับฟังธนาคารแห่งประเทศไทย

การดำเนินนโยบายต่างๆ ควรเป็นรูปแบบเฉพาะกลุ่ม ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้มากกว่า เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะต้อ

เช็กชื่อ! ครม.แต่งตั้งข้าราชการการเมือง และขรก.ประจำ 'ไพโรจน์ โชติกเสถียร' นั่งปลัดแรงงาน

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 กันยายน 2566 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ/เห็นชอบ ในเรื่องแต่งตั้ง ดังนี้

ครม. อนุมัติงบกลาง 2,310 ล้าน ค่าอาหารกลางวัน-นม ให้แก่โรงเรียน อปท. และเทศบาล

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น (งบกลางฯ ปี 2566)