'สันติ' หวังประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นพลเมืองตื่นรู้!

'สันติ' รำพึงวาระครบ 1 เดือนหลังเลือกตั้ง ชี้เริ่มเห็นการต่อสู้อนุนิยมและเสรีนิยม รวมทั้งแนวนโยบายเศรษฐกิจ ระบุหากพลเมืองตื่นรู้ก็จะวิเคราะห์แยกแยะได้

14 มิ.ย.2566 - นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 14 มิถุนายน 2566 ครบ 1 เดือนหลังจากวันหย่อนบัตร ผมสังเกตว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เมื่อผมส่อง FB แล้ว มีเรื่องการเมืองน้อยลงไปกว่าวันก่อนหน้า ความคืบหน้าที่เป็นทางการคือ กกต. เริ่มรับรอง ส.ส. ซึ่งคงจะสมบูรณ์ครบร้อยละ 95 ในเวลาไม่ช้านี้ กระบวนการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการรายงานตัวของ ส.ส. การเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา การเลือกประธาน สภาผู้แทนราษฎร จนกระทั่งรูปรอยของการจัดตั้งรัฐบาล หน้าตา ครม.จะเป็นอย่างไร ก็คงจะได้เห็นในไม่ช้านี้ จะเรียกความมั่นใจได้ หรือจะสร้างความสงสัยให้ประชาชน ก็รออีกไม่นาน

นับจากนี้ไปอีก 10 วัน ก็จะถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2566 ครบ 91 ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ต้องยอมรับว่า ยังไปไม่ถึงไหน โดยเฉพาะช่วงเวลากว่า 20 ปีมานี้ ที่วุ่นวายและถ่วงรั้งการพัฒนาประเทศ

อย่างไรก็ดี ถึงเวลานี้ หากตัดเหตุการณ์หรือองค์ประกอบที่สร้างความงุนงงออกไป ก็อาจจะทำให้เริ่มเห็นการต่อสู้กันทางอุดมการณ์ทางการเมือง ระหว่างอนุรักษ์นิยม (ทั้งเข้มข้น และอนุรักษ์นิยมใหม่ที่เป็นสายกลางมากขึ้น) และเสรีนิยม (ที่สุดโต่ง จนถึงสายกลางของเสรีนิยมที่มีความประนีประนอมตามสมควร) คล้ายๆ กับที่เป็นไปในต่างประเทศ ถึงแม้ว่าบางเสี้ยวส่วนของเสรีนิยม (ที่เรียกตัวเองว่า ฝ่ายประชาธิปไตย) อาจจะแอบแฝงแนวคิดสังคมนิยมมาให้เห็น

นโยบายเศรษฐกิจที่เคยมีแนวคิด "ประชานิยม" เป็นจุดขายหลักในระยะเวลากว่า 20 ปีมานี้ อาจจะเริ่มมีคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ สร้างภาระให้ระบบเศรษฐกิจโดยไม่สร้างผลิตภาพหรือเปล่า เริ่มมีการนำเสนอแนวคิด "สังคมนิยม" ที่มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำ โดยใช้วิธี Robinhood ซึ่งก็ท้าทายต่อการดำเนินการและผลที่ตามมา

ในขณะที่แนวคิด "ทุนนิยม" หรือ capitalism ที่ถูกเข้าใจผิดว่าเหมือนกับแนวคิด "ทุนสามานย์" ซึ่งไม่ได้มีภาษาอังกฤษบัญญัติไว้ แต่เป็นเพราะมีการดำเนินงานทางเศรษฐกิจที่ทุจริต (corruption) เอื้อประโยชน์ให้ทุนใหญ่ และแย่งความมั่งคั่ง (wealth redistribution) ไปจากคนอื่นอย่างไม่เป็นธรรม และถูกกล่าวอ้างว่าสร้างความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างรุนแรง เลยทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่า capitalism หรือทุนนิยม เป็นแนวคิดทางเศรษฐกิจที่ไม่ดี ทั้งที่ capitalism นั้น มุ่งเน้นการแข่งขันที่เป็นธรรม

อุดมการณ์และแนวคิดเหล่านี้ หากประชาชนผู้มีสิทธิมีเสียง จะวิเคราะห์ แยกแยะให้เห็นชัดเจน และเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองเป็น "พลเมืองตื่นรู้" (active citizen) ก็จะเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดำรงอยู่ได้ทั้ง 3 สถาบันหลัก (ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่ปรากฎในธงไตรรงค์) และเป็นหลักในการพัฒนาประเทศทุกด้านให้เข้มแข็งต่อไปได้ #เพ้อเจ้อรำพึง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ลูกชายเจ๊แดง’ หว่านนโยบายประชานิยม ขุด รถไฟ 20 บาท มาขายต่อ

ที่ตลาดวัดเกาะ เขตสายไหม กทม. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์​​ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์​​ หัวหน้าพรร

ถอดรหัส 'เอกนิติ' พูดเรื่องขึ้น VAT ส่งสัญญาณมืออาชีพ ชิงใจคนเมืองปูฐานก่อนเลือกตั้ง

'อ.ธันยวัชร์' วิเคราะห์ 'เอกนิติ' พูดเรื่องขึ้น VAT ตอนนี้ ไม่ใช่เพราะจะขึ้นจริงวันนี้ เพราะต้องการ ล็อก narrative ขึงวินัยการคลัง สร้างภาพกล้าพูดความจริง ชิงใจคนเมือง ปูฐานการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทย คือการเคลื่อนแบบ 'มืออาชีพคิดก่อน' ไม่ใช่แบบการเมืองที่เก่งแต่ประชานิยม

อย่าทำหล่อ! เรียกตัวเองพวก 'ก้าวหน้า' จนกว่าอ่านหนังสือ 3 เล่มนี้ก่อน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่าเรียกตัวเองว่าเป็นพวก "ก้าวหน้า" และอย่าทำหล่อ เรียกคนอื่นว่าเป็น "ฝ่ายอนุรักษ์" หรือ "อนุรักษ์นิยมก้าวหน้า"

ดร.กิตติธัช ชี้เลือกตั้งใหญ่ ฝั่งอนุรักษนิยมตัดคะแนนกันเอง 'อภิสิทธิ์' ทำแผนใหญ่ 'ภท.' สะดุด

ดร.กิตติธัช ชี้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกครึ่งปีข้างหน้า จะเป็นการแย่งชิงและตัดคะแนนกันเอง ของฝั่งอนุรักษ์นิยม

ดร.ณัฏฐ์ ย้อนศรลอรี่-พงศ์พล ชี้คณะสุดซอยทำเอกนัฏถูกฟ้อง 3.2 พันล้าน

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ ปมลอรี่-พงศ์พล รสทช. “กลุ่มสุดซอย” เป็นเหตุให้บริษัท “ซิน เคอ หยวน สตีล” ฟ้อง “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” อดีต รมว.อุตสาหกรรม มูลค่า 3.2 พันล้าน และถูกร้องให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีอาญา