กกต.ระยอง ส่งข้อมูล "นครชัย" สส.ระยอง พรรคก้าวไกล ส่อขาดคุณสมบัติให้กกต.กลางแล้ว พบข้อมูลเบื้องต้นต้องคดีลักทรัพย์ ช่วงปี 42 - 43 เจอโทษศาลสั่งจำคุก 1 ปี 6 เดือน
26 ก.ค.2566 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยระหว่างรายการโหนกระแสว่า ส.ส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ขาดคุณสมบัติในการเป็นส.ส.เนื่องจากเคยเป็นนักโทษ ติดคุกนั้น มีรายงานว่าส.ส.เขต 3 พรรคก้าวไกล ก็คือนายนครชัย ขุนณรงค์ ส.ส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานกกต.จังหวัดระยองได้มีการส่งข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งส.ส.ของนายนครชัย มายังสำนักงานกกต.กลางเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาแล้ว เนื่องจากเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติส.ส.เข้าข่ายเป็นอำนาจวินิจฉัยของกกต.กลางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคท้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีดังกล่าวมีผู้ยื่นร้องต่อกกต.จังหวัดระยอง มาตั้งแต่ช่วงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. แต่ในขณะนั้นกกต.จังหวัดระยอง ได้หลักฐานเป็นเพียงเลขสำนวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่กกต.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครโดยพบว่านายนครชัย ต้องคดีลักทรัพย์ ในพื้นที่จ.ชลบุรี ช่วงปี 2542 - 2543 แต่เมื่อนำเลขสำนวนดังกล่าวไปที่ศาลชั้นต้นเพื่อค้นหาคำพิพากษากลับไม่พบ เพราะต้องค้นหาด้วยหมายเลขคดีหมายเลขแดง ทำให้ผอ.กกต.จังหวัดระยอง ต้องประกาศให้นายนครชัย เป็นผู้สมัครไปก่อน ซึ่งหลังจากกกต.กลางประกาศผลการเลือกตั้งก็มีผู้มายื่นคำร้องต่อกกต.จังหวัดระยอง และกกต.กลาง ทางกกต.จึงส่งเรื่องให้ทางกกต.จังหวัดระยองดำเนินการ โดยในคำร้องดังกล่าวได้มีการแนบหลักฐาน เป็นคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโดยมีคดีหมายเลขแดงมาด้วย ที่มีเนื้อหาระบุว่านายนครชัย ให้การรับสารภาพ ศาลจึงได้สั่งลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ซึ่งนายนครชัย ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ จึงถือว่าคดีถึงที่สุด แต่ทั้งนี้ทางสำนักงานกกต.จังหวัดระยอง อยู่ระหว่างขอคัดสำเนาคำพิพากษา เพื่อให้ได้หลักฐานชัดเจนว่านายนครชัย ต้องคำพิพากษาจริง และคดีดังกล่าวเป็นตดีในฐานความผิดที่กฎหมายกำหนดเป็นลักษณะมิให้ใช้สิทธิสมัครรัยเลือกตั้งจริงหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่ากรณีดังกล่าวจะคล้ายกับกรณีของนายสิระ เจนจาคะ อดีตส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องคำพิพากษาของศาลแขวงปทุมวันในคดีฉ้อโกงเมื่อปี 2538 ที่ถูกสั่งจำคุก 8 เดือน แต่รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 4 เดือน ซึ่งนายสิระ ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ทำให้คดีถึงที่สุด และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2564 ว่าเหตุดังกล่าวทำให้นายสิระ เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 98 (10) แต่จะมีความแตกต่างตรงที่ของนายนครชัย ต้องคดีลักทรัพย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พึ่งศาลรธน.รื้อคดีฮั้วสว. บี้‘กกต.’สังคายนาตัวเอง
กระหึ่ม! เวทีราชบัณฑิตยสภา กกต.เสียงข้างน้อยยืนยันฮั้ว สว.ผิดชัดเจนจาก "โพยสั่งการ"
'จรัญ' ชี้ช่องรื้อคดี 'ฮั้ว สว.' ต้องไปให้ถึงศาลรัฐธรรมนูญ
"จรัญ" ชี้ช่องใช้พยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ข้อมูลการเงิน ข้อความสื่อสารในไลน์ รื้อคดีฮั้วสว. ดันสู่ศาลรัฐธรรมนูญ มัดตัวการใหญ่ทั้งระบบ กางกฎหมาย 3 มาตรา ชี้ชัด กกต. จัดการเลือกตั้ง สว.ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม หวังศาลฎีกาใช้เครื่องจับเท็จเค้นสอบพยานกลับคำสู่พยานปรปักษ์
'วิชา' สับ 'ฮั้ว สว.' สุดเลวร้าย บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย กลายพันธุ์เป็น 'เผด็จการ'
"วิชา มหาคุณ" ออกโรงฉะกระบวนการ "ฮั้วทางการเมือง" ซัดเป็นพัฒนาการขั้นเลวร้าย เหตุกลุ่มทุน-พรรคการเมืองรวมหัวล็อกผลลัพธ์ ทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หวังรวบอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ ลั่นระบบไต่สวนไม่ต้องรอพิสูจน์จนสิ้นสงสัย
'วัส ติงสมิตร' ชี้ 6 ช่องทางเดินหน้าสู้มติ กกต. คดีฮั้ว สว.
นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงการใช้ดุลยพินิจของกกต. ในการวินิจฉัยกรณีฮั้วสว. ว่า ตนมีคำถามสำคัญคือ กกต. มีอำนาจ ในการใช้ดุลยพินิจแค่ไหน
รอดศาลฯแต่วิกฤตศรัทธายับเยิน ดันเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรอบหน้า
โล่งอก ไปเปลาะหนึ่งสำหรับ กกต. หลัง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องเรียน 22 เรื่อง
กกต.จ่อใช้เครื่อง แทนบัตรเลือกตั้ง
กกต.เล็งดันเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์แทนกาบัตร นำร่องเลือกตั้งท้องถิ่น-แทนตำแหน่งว่าง

