'อนุสรณ์' อัด 'สว.สมชาย' บิดเบือนล้มรธน.ปราบโกง พาโทนี่กลับไทย

12 ส.ค.2566 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายสมชาย แสวงการ สว. ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ ล้มรัฐธรรมนูญปราบโกง ปฏิบัติการพาลุงโทนี่กลับบ้าน ว่า นายสมชายจะแสดงความเห็นอย่างไรก็เป็นสิทธิ แต่ต้องไม่บิดเบือน หรือมองโลกในแง่ร้ายเกินไป การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้รณรงค์หาเสียงกับพี่น้องประชาชน นายสมชายน่าจะเข้าใจหลักการประชาธิปไตย แต่เมื่อได้ประโยชน์จากการแต่งตั้งมากกว่าการเลือกตั้งที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเลือกมา ก็อาจต้องตัดตอนความจริง รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง เป็นเพียงแค่วาทกรรมที่ว่างเปล่า

นายอนุสรณ์ กล่าวว่าถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ปราบโกงได้จริง ผลการจัดอันดับความโปร่งใสสถานการณ์ต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันของไทยคงไม่ตกต่ำลงทุกปี ความกลัวทำให้เสื่อม สิบกว่าปีที่นายสมชายได้ประโยชน์จากระบอบนี้ มีรายได้ ได้เงินเดือน เบี้ยประชุม สวัสดิการอื่นๆ โดยไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน พอจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับไปให้ประชาชนเลือกจึงกลัวเสียประโยชน์ สวนทางกับ สว.หลายคนที่ให้ความเห็นว่าประเทศไทยเสียโอกาสไปมากแล้ว ประเทศไทยต้องเดินหน้า จะชักช้าไม่ได้ ใครรวมเสียงส่วนใหญ่ได้ จะเลือกคนนั้นพรรคนั้นเป็นนายกฯ ประเทศไทยต้องไม่ขาดรัฐบาลนานเกินไป

“ประชาชนอยากเห็นสมาชิกวุฒิสภา เป็นสภาของผู้ทรงคุณวุฒิที่หลากหลาย เป็นกลางทางการเมือง นายสมชายต้องทำตัวให้มีวุฒิภาวะ อายุวุฒิภาวะต้องสูงตามอายุคน อย่าทำตัวให้ใครว่า วุฒิภาวะลดต่ำ สวนทางกับอายุที่เพิ่มขึ้น” นายอนุสรณ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การเปลี่ยนผ่านของสถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่นจากอาณัติสวรรค์และวงศาสู่อำนาจอธิปไตยจากปวงชน (ตอนที่ 1 สถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่นกับการจำกัดพระราชอำนาจก่อนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่)

มักจะเป็นที่เชื่อกันว่าระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ (constitutional monarchy) มีจุดเริ่มต้นมาจากพัฒนาการทางการเมืองของบรรดาชาติตะวันตก และทั่วโลกจะต้องมีการเปลี่ยนผ่านตามแนวทางของชาติตะวันตกเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากประสบการณ์ทางฝั่งตะวันออกโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือในประเทศ

แสวงเซ็ง! จวกพรรคการเมืองเอาแต่โยนบาปบอกหากกติกาไม่เป็นธรรมทำไมไม่แก้

'แสวง' จวกพรรคการเมือง โยนบาป กกต. ทั้งที่เห็นกติกาไม่เป็นธรรมกลับไม่แก้จุดบกพร่อง เอื้อให้ตัวเองทำงานสะดวก ชี้หากเห็นแก่พรรคจริง กฎหมายพรรคการเมืองน่าจะดีกว่านี้