
‘ปานปรีย์’ ยันเยียวยาผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต เหตุกราดยิงพารากอนเต็มที่ เผย 1-2 วัน มาตรการเสร็จเรียบร้อย ต่างชาติจะเชื่อมั่นไทยอีกครั้ง ชี้มีผลกระทบแค่ระยะสั้น
6 ต.ค. 2566 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ว่า กำลังดำเนินการอยู่ ภายใน 1-2 วันนี้ คงเรียบร้อย ส่วนจำนวนที่เยียวยาเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงไป ขณะที่สถานทูตที่มีประชาชนได้รับผลกระทบไม่ได้เรียกร้องอะไรเพิ่มเติมเข้ามา เพราะเขารู้ว่ารัฐบาลไทยและห้างสรรพสินค้าพารากอนกำลังดำเนินการอยู่ และทางห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนได้แสดงความรับผิดชอบที่ชัดเจนอยู่แล้ว รวมทั้งรัฐบาลให้การสนับสนุนในเรื่องของการเงินช่วยเหลือเยียวยาทั้งผู้ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเต็มแม็กซ์ ฉะนั้นไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เพราะเรามีระเบียบราชการอยู่ว่าภาครัฐจะช่วยจำนวนเท่าไหร่ นอกจากนี้ ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติเองก็มีประกันภัยอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศต่างๆ มีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายปานปรีย์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เราไม่สามารถควบคุมในลักษณะที่ว่ามีเด็กอายุ 14 ปี ไปทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เพราะฉะนั้น คิดว่าชาวต่างชาติเข้าใจ และอยู่ที่ว่าหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการอย่างไร ขณะนี้เชื่อว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังวางมาตรการที่ชัดเจน โดยมี 2 มาตรการ มาตรการแรกคือ การเยียวยา อีกมาตรการคือการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก หาก 2 มาตรการมีความชัดเจนเชื่อว่าชาวต่างชาติจะกลับมาให้ความเชื่อมั่นประเทศไทยอีกครั้ง เชื่อว่าภายใน 1-2 วันนี้ มาตรการเหล่านี้จะเสร็จเรียบร้อย
ส่วนกรณีนักท่องเที่ยวมีความกังวล อาจทำให้การท่องเที่ยวชะงักในช่วงนี้นั้น นายปานปรีย์ กล่าวว่า ต้องมีบ้างในช่วงต้น แต่เชื่อว่าถ้าเขาได้เห็น 2 มาตรการนี้ที่รัฐบาลไทยออกไป ทั้งการเยียวยาและป้องกัน รวมถึงการดำเนินการกับผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเนื่องจากกรณีนี้เป็นเรื่องของเยาวชน เรามีกฎหมายคุ้มครองเยาวชนอยู่ มันต้องมีบทลงโทษ ตนไม่ทราบว่าจะลงโทษในลักษณะไหน แต่คิดว่าคงจะปล่อยให้ลอยนวลไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม คิดว่าผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจะเกิดในระยะสั้น
เมื่อถามว่า มารดาผู้เสียชีวิตชาวเมียนมาต้องการเดินทางมาร่วมงานศพลูกสาวในประเทศ อยากให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ นายปานปรีย์ กล่าวว่า แน่นอนเราอำนวยความสะดวกให้เต็มที่
สำหรับกรณี เจ้าชายตุนกู อับดุล ราห์มัน มกุฎราชกุมารแห่งรัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งประทับอยู่ที่โรงแรมใกล้กับห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ขณะเกิดเหตุกราดยิงนั้น นายปานปรีย์ กล่าวว่า ได้รับทราบข่าวแล้ว หลังจากเกิดเหตุการณ์ท่านและครอบครัวสามารถออกมาได้ โดยเจ้าหน้าที่พาไปอยู่ที่ปลอดภัย และไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ขณะที่ทางรัฐบาลไทยได้แสดงความเป็นกังวลและเป็นห่วง และถวายความปลอดภัยให้กับท่านเต็มที่ ส่วนที่เจ้าชายระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่เคยเจอมานั้น สำหรับหลายๆ คนที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ คงเป็นเรื่องที่น่าตกใจ แต่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น รวมถึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจมากที่เกิดขึ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กรุงไทย’คาด GDP ปี 2569 เติบโต 1.8%
‘กรุงไทย’ ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เติบโต 1.8% ช้ากว่าเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน SMEs จำเป็นต้องผ่าตัด ปรับโมเดลธุรกิจเจาะตลาดเฉพาะทางและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อพลิกฟื้นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยตามแนวทาง Reinvent Thailand
เร่งแต่งตั้งผู้ปกครองดูแลเงินบัญชี เด็ก 10 ขวบ ลูกเหยื่อเครนถล่มทับรถไฟ ห่วงไม่ได้รับความเป็นธรรม
ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ กำชับ พมจ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแต่งตั้งผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย และดูแลบัญชีให้กับลูกชายเหยื่อเครนทับรถไฟเสียชีวิตวัย 10 ขวบ หลังกำพร้าทั้งพ่อและแม่ทั้งมีกระแสข่าวลือสะพัดเงินที่หลายฝ่ายช่วยเหลือเยียวยารวมกว่า 1 ล้านบาท ถูกถอนออกไปแล้วหลักล้าน ห่วงเด็กจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
‘คลัง’หั่นจีดีพี68เหลือโตที่2.2% ปี69หวังส่งออก-ท่องเที่ยวประคอง
‘คลัง’ หั่นจีดีพีไทยปี 68 เหลือ 2.2% ส่วนไตรมาส 4/68 ลุ้นโต 1.8% อานิสงส์มาตรการรัฐ ‘คนละครึ่ง พลัส-เที่ยวดีมีคืน-เร่งรัดเบิกจ่าย” หนุน ส่วนปี 69 ยืนที่ 2% ชี้ส่งออก-ท่องเที่ยวช่วยประคอง ประเมินงบปี 70 ดีเลย์ 3 เดือน กระทบลงทุนรัฐชะลอแน่
TACC ตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโต 10%
TACC ประกาศปี 2569 รายได้โตต่อเนื่อง 10% พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจหลัก ควบคู่การสร้างการเติบโตระยะยาว ผ่าน 2 กลุ่มธุรกิจหลัก พร้อมมองหาโอกาส M&A และ JV ผลักดัน New S-Curve ใหม่สามารถต่อยอดกับธุรกิจเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

