
24 ต.ค.2566- ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีกระแสว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะเข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ว่า ในวันที่ 27 ต.ค.นี้จะมีการเลือกตั้ง เพื่อสรรหาคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตลอดทั้งทั้งวัน โดยคณะกรรมการบริหารส่วนอื่นก็มีความพร้อมด้วยเช่นกัน โดยพร้อมจะดำเนินการและเข้ามาทำงานในฝ่ายรัฐสภา ฉะนั้นผู้บริหารชุดใหม่จะมีเวลาในการทำงานในพรรคได้มากขึ้น
นายภูมิธรรม ยังระบุว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า น.ส.แพทองธารจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ หากถามสมาชิกทุกคนเขามีความพร้อมเหมาะสม อยู่ที่การตัดสินใจของทางน.ส.แพทองธาร แต่เท่าที่ฟังมาไม่ได้มีความขัดข้องอะไรพร้อมที่จะเป็นหัวหน้าพรรคหากสมาชิกไม่ขัดข้องอะไร และส่วนตัวตนคิดว่านางสาวแพทองธารถ้าตัดสินใจที่จะเป็นหัวหน้าพรรคเชื่อว่าสมาชิกพรรคทุกคนจะยอมรับและสนับสนุน เพราะมีความพร้อมมากพอสมควรทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ
รวมถึงประสบการณ์ทางการเมือง ที่ผ่านมาน.ส.แพทองธาร มีประสบการณ์ทางการเมืองมาตั้งแต่ช่วงอายุอย่างน้อย ในสมัยตั้งพรรคไทยรักไทยและถึงปัจจุบันเป็นพรรคเพื่อไทย ซึ่งเขาได้ขึ้นเวทีเกือบทุกเวทีและเคยเดินทางไปเกือบทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะหาเสียงกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคุณพ่อ หรือการร่วมประชุมจัดตั้งนโยบายกับนายทักษิณ ซึ่งได้รับรู้มาโดยตลอด จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์วิกฤตการณ์รัฐประหารในปี 2549 ก็มีโอกาสได้พบกับประสบการณ์ที่มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงแต่สามารถจัดการและผ่านมาได้ด้วยดี
“ผมคิดว่าความพร้อมของน.ส.แพทองธาร มีมากพอสมควร แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่การตัดสินใจของเขา และอาจจะต้องมีการพูดคุยกับครอบครัว เนื่องจากมีลูกแล้ว เพราะการเป็นหัวหน้าพรรคจะต้องทุ่มเทเวลาเป็นอย่างมาก แต่คิดว่าหากได้เข้ามาแล้วจะทำให้พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมมากขึ้น เนื่องจากน.ส.แพทองธาร ได้พบกับประชาชนทั้งในชนบทและในเมืองมากพอสมควร ซึ่งจะมีการรับรู้ความต้องการของพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันก็มีความเข้าใจกับสส. ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยประสานงานได้ทั้งหมด ส่วนตัวคิดว่าหากไม่ปฏิเสธและยอมรับสำหรับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคก็มีความเหมาะ”
ส่วนตำแหน่งเลขาธิการของพรรคซึ่งจะมีคนรุ่นใหม่ร่วมด้วยหรือไม่นั้น นายภูมิธรรมระบุว่า เรามีคนหลายรุ่นอยู่ในพรรคทั้งคนรุ่นใหญ่ ตั้งแต่สมัยไทยรักไทย เริ่มต้นมีประสบการณ์ทางการเมืองพอสมควรร่วม 25 ปี และคนรุ่นกลาง ที่เติบโตมาที่เติบโตพร้อมกับไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนจนมาถึงพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่ขณะนี้มีจำนวนมากเพราะฉะนั้นฉะนั้นคิดว่าการประสานงานกับคนทั้ง 3 รุ่น อยู่ในทิศทางที่เราสามารถทำได้ ส่วนจะอยู่ในบทบาทมากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่ที่จะต้องร่วมกันพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งครั้งนี้เราจะมีการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่คนรุ่นกลางเข้ามาบริหารพรรคให้มากขึ้น ประสานเพื่อที่จะได้ประสานกับคนวัยต่างๆ ทั้งในและภายนอก และภายในประเทศให้ได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อถามว่า หากน.ส.แพทองธาร มาเป็นหัวหน้าพรรค จะเชิญอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร มาเป็นที่ปรึกษาพรรคหรือไม่นายภูมิธรรม ระบุว่า อย่าเพิ่งไปพูดเลยเพราะตอนนี้ก็อยู่ที่ในโรงพยาบาล อาการป่วยยังมีอยู่ แต่ว่าในพรรคเพื่อไทยเราไม่ได้ปฏิเสธใคร เช่น กรณีของนายเศรษฐา ทวีสิน เมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการเดินสายไปพบกับทุกฝ่ายและทุกส่วน รวมถึงได้มีการไปพบกับอดีตนายกรัฐมนตรีหลายคน ไม่ได้ปฏิเสธคนที่มีความรู้ความสามารถถ้าช่วยให้รัฐบาลและพรรคแข็งแรงพร้อมยินดีรับฟังความคิดเห็นทั้งหมด ซึ่งตนมองว่ายังเร็วเกินไปที่เราจะพูดเรื่องดังกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘จุลพันธ์’ ยันนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านไม่ใช่นโยบายแจกเงิน
‘จุลพันธ์’ ย้ำ โครงการสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ไม่ใช่นโยบายแจกเงิน ยกเคส บราซิลเพิ่มจัดเก็บภาษีราว 8–9% ชี้ ดึงเศรษฐกิจนอกระบบ 9 ล้านล้านขึ้นมาบนดิน
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
‘ภูมิธรรม-ทวี’ ระทึกพรุ่งนี้ 21 ม.ค. ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว.
พรุ่งนี้ 21 ม.ค. “ภูมิธรรม-ทวี”ระทึก ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว. จับตา จะมีผลต่อรูปคดีในชั้นกกต.-ดีเอสไอหรือไม่ สว.สีน้ำเงิน ลุ้นหวังคดีพลิก
ศาลรธน.ชี้ชะตา"ภูมิธรรม-ทวี" คดีฮั้วสว.เดิมพันอนาคตการเมือง
ในช่วงเวลาที่การเมืองไทยยังคงร้อนระอุด้วยความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจเก่ากับขั้วอำนาจใหม่ คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะอ่านคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 21 ม.ค.2569 นี้ ถือเป็นจุดสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง และความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน

