'ภูมิธรรม' เคาะทำประชามติ ใช้คำถามเดียวแก้รัฐธรรมนูญ ไม่แตะหมวด 1,2

"ภูมิธรรม" เคาะทำประชามติ คำถามเดียว "แก้ รธน. - ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2" คาดชงเข้า ครม. ม.ค.67 ส่วนคุณสมบัติ สสร. โยนรัฐสภา พิจารณาขั้นตอนแก้ รธน. มาตรา 256

25 ธ.ค.2566 - เวลา 14.30 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ 2560 แถลงผลการประชุมคณะกรรมฯ ครั้งที่ 3 ว่า ที่ประชุมมีความเห็นเกี่ยวกับคำถามประชามติ ว่าจะใช้คำถามเดียว โดยถามว่า “ ท่านเห็นชอบหรือไม่ ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์”

โดยเรื่องนี้ จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงเดือนมกราคม 2567 หรืออย่างช้าไม่เกินไตรมาสแรก พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะมุ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ผ่านไปให้ได้ภายใน 4 ปี พร้อมจะผลักดันอย่างเต็มที่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงเร่งออกกฎหมายลูกเพื่อให้มีการเลือกตั้งด้วยบริบทใหม่ หลังจากที่เราทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีเหตุให้ดึง เพราะนายกฯก็ถามตนอยู่ทุกวันว่าไปไหนแล้ว

นายภูมิธรรม กล่าวต่ออีกว่า คณะกรรมการฯ ยังเห็นว่าควรทำประชามติ 3 ครั้ง แต่ให้ความสำคัญกับครั้งแรกก่อนเพื่อให้ผ่านให้ได้ ส่วนการจะแก้กฎหมายประชามติ เพื่อให้เสียงผ่านประชามติง่ายขึ้นนั้น ก็มอบให้ ครม. เป็นผู้พิจารณาว่าจะแก้ไขหรือไม่

เมื่อถามว่า ประชาชนจะได้เข้าคูหาลงประชามติครั้งแรกเมื่อใด นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถ้า ครม. เห็นชอบก็จะส่งให้เรื่องไปให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และทาง กกต. ก็จะดำเนินการทำประชามติ ในกรอบเวลาไท้น้อยกว่า 90 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน

เมื่อถามว่า กระบวนการกำหนด สสร. อยู่ในขั้นตอนใด นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถ้าหากการทำประชามติครั้งแรกผ่าน ก็จะมีการยื่นแก้ไข มาตรา 256 จาก สส. และ สว. ก็จะเป็นผู้กำหนดคุณสมบัติดังกล่าว

เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะหมดวาระตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังอยู่แต่ขึ้นอยู่กับ ครม. จะมีมติอย่างไรต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ประชามติรอบแรก แค่หยั่งเสียง ไม่ฉีกรธน. ไม่ใช่ตีเช็คเปล่า

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ “ประชามติ”รอบปฐมฤกษ์ เป็นการหยั่งเสียงประชาชนในฉันทามติร่วมกันในกติกาสูงสุด ไม่ใช่เป็นการ “ฉีกทำลายล้างรัฐธรรมนูญ”และ“ไม่ตีเช็คเปล่า”        

‘ภูมิธรรม-ทวี’ ระทึกพรุ่งนี้ 21 ม.ค. ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว.

พรุ่งนี้ 21 ม.ค. “ภูมิธรรม-ทวี”ระทึก ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว. จับตา จะมีผลต่อรูปคดีในชั้นกกต.-ดีเอสไอหรือไม่ สว.สีน้ำเงิน ลุ้นหวังคดีพลิก   

ศาลรธน.ชี้ชะตา"ภูมิธรรม-ทวี" คดีฮั้วสว.เดิมพันอนาคตการเมือง

ในช่วงเวลาที่การเมืองไทยยังคงร้อนระอุด้วยความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจเก่ากับขั้วอำนาจใหม่ คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะอ่านคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 21 ม.ค.2569 นี้ ถือเป็นจุดสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง และความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน