โฆษกรวมไทยสร้างชาติ อัด สส.ก้าวไกล นำข้อมูลเก่าที่กฟผ.คาดการณ์ไม่ตรงกับข้อมูลปัจจุบันมาพูดในสภาฯ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและเกิดความเสียหายต่อองค์กรได้ ย้ำกำไรที่ลดลงเพื่อนำมาลดค่าไฟดูแลประชาชน
5 ม.ค.2567 - นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์เรียกร้องไปยัง นายศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ว่า การนำข้อมูลมาอภิปรายในสภาฯ ควรนำข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงในปัจจุบันไม่ใช่ข้อมูลที่มีการคาดการณ์ นายศุภโชติได้อภิปรายเรื่องตัวเลขกระแสเงินสดของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ล่าสุด นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงานได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้วว่าตัวเลขที่สส.พรรคก้าวไกลนำมาอภิปรายเป็นตัวเลขคาดการณ์ ประมาณการ ตั้งแต่ตุลาคม 2566 ที่กฟผ.ได้มีการจำลองสถานการณ์เพื่อให้ฝ่ายบริหารเฝ้าระวัง
นายอัครเดช กล่าวว่า ทั้งนี้ ในปัจจุบันสถานะทางการเงินของกฟผ. ไม่ได้เกิดขึ้นตามที่คาดการณ์ เพราะอัตราแลกเปลี่ยน หรือราคาเชื้อเพลิง ราคาแก๊ส ราคาต้นทุนต่างๆ มีการปรับเปลี่ยนไปมาก ทำให้สถานะเงินสดของกฟผ.ดีขึ้นมากจากที่เคยประมาณการณ์ ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์เหมือนอย่างที่ สส.ก้าวไกลได้หยิบข้อมูลมาอภิปราย ตนจึงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกหรือตกใจ ในตัวเลขดังกล่าว
“ผมอยากเรียกร้องสส.พรรคก้าวไกลจะนำข้อมูลอะไรมาอภิปรายในสภาฯ ต้องไม่สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน ต้องนำข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นปัจจุบันมาอภิปราย การจัดตั้งรัฐวิสาหกิจจัดตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนไม่ได้แสวงหากำไร การที่รมว.พลังงานได้มีการปรับลดค่าไฟลงมา แล้วทำให้สถานะทางการเงินของกฟผ.ลดลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้กฟผ.มีปัญหาทางด้านการเงิน เพียงแค่มีกำไรที่ลดลง เพื่อนำกำไรที่ลดลงมาดูแลพี่น้องประชาชนให้ใช้ค่าไฟฟ้าถูกลง ตรงนี้อยากจะบอกพรรคก้าวไกลว่า สิ่งที่นายพีระพันธุ์ทำ เป็นการรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่สส.พรรคก้าวไกลนำตัวเลขประมาณการณ์มาอภิปรายในสภาฯ เป็นการบิดเบือนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด”นายอัครเดช กล่าว
เมื่อถามว่า คิดว่าเป็นความตั้งใจของสส.พรรคก้าวไกลนำข้อมูลไม่ตรงตามข้อเท็จจริงมา อภิปรายหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า สส.พรรคก้าวไกลคงจะมีเจตนาเอาข้อมูลจากการประมาณการณ์ เอาตัวเลขที่น่ากลัวมาสื่อสารให้กับประชาชนได้รับรู้ ผ่านเวทีการอภิปรายงบประมาณ เพื่อสร้างกระแสการเมืองอยากบอกพรรคก้าวไกลว่า หากมีการอภิปราย ถ้าไม่มั่นใจในข้อมูลก็สามารถสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ สอบถามมายังรมว.พลังงานยินดีตอบข้อซักถาม และให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับพรรคฝ่ายค้าน ไม่ใช่เฉพาะพรรคก้าวไกลอย่างเดียว
เมื่อถามว่า การอภิปรายงบประมาณในสภาฯ ประชาชนติดตามทั่วประเทศ ครั้งนี้คิดว่าประชาชนแยกแยะออกหรือไม่ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า เวลามีการอภิปรายในสภาฯอยากให้ประชาชนฟังข้อมูลทั้งผู้อภิปราย และผู้ที่ชี้แจงคือรัฐมนตรี รวมถึงสส.รัฐบาลด้วยแล้วให้นำเอาข้อมูลมาถ่วงดุลกันว่า ข้อมูลของใครน่าเชื่อถือกว่ากัน ตรงนี้เป็นสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย เพื่อจะได้รับข้อมูลทั้งสองฝ่าย อย่าเชื่อทางใดทางหนึ่งไปเลย ข้อมูลในการอภิปรายประชาชนต้องใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พรรคส้มเพิ่งตื่น ตั้งกรรมการพิสูจน์ข้อเท็จจริงปม 'แก้วตา' ถูกคนในพรรคคุกคามทางเพศ
น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีตสส.กทม. พรรคประชาชน ถูกคุกคามทางเพศ ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการโดยไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาชุดที่ผ่านมาขึ้นมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เสียหายรู้สึกสบายใจที่สุด วางใจที่สุด และปลอดภัยที่สุด
ด้วยความสัตย์จริงของ 'เจี๊ยบ' แก้ม.112 ควรเป็นวาระแห่งชาติ
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "คนเกินเจ้า" อย่างน้อย 2 กลุ่ม
'พีระพันธุ์' จี้รื้อโครงสร้างค่าไฟ ประชาชนโดนกำไร 2 เด้ง พ่วงค่าพร้อมจ่าย เฉียดล้านล้านบาท
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวเปิดประเด็นโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ซับซ้อน โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนขนมชั้นที่มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่หลายชั้น และสุดท้ายภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ประชาชน
'อรรถวิชช์' ปลุก ขรก.ใจนิ่งสู้กลุ่มทุนหมื่นล้าน
'อรรถวิชช์' ขอบคุณ 'สมอ.' ตัดเหล็ก IF ออกจากโครงสร้างอาคาร ปลุกขรก. ใจนิ่งสู้กลุ่มทุนหมื่นล้าน
'อรรถวิชช์' ชี้พิรุธตรวจเหล็ก 'ซินเคอหยวน' จี้ ก.อุตฯสุ่มตรวจเตาหลอมโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการตรวจสอบมาตรฐานเหล็กของบริษัท ซิน เคอ หยวน ว่า หลังพบว่าเหล็กกว่า 40,000 เส้นถูกจำหน่ายออกจากโรงงานในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แม้คณะกรรมการสอบสวนจะกำหนดให้สุ่มตรวจทุกเตา แต่เมื่อมีการอนุญาตเปิดโรงงานกลับพบว่ามีการตรวจเพียงบางเตาเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด

