'อรรถวิชช์' คืนสังเวียน ขอโอกาสชาวหลักสี่-จตุจักร

28 ธ.ค.2564 - ที่พรรคกล้า นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ประกาศลงชิงเลือกตั้งซ่อมเขต 9 หลักสี่ - จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค คณะผู้บริหาร และทีมพรรคกล้า กทม. มาร่วมให้กำลังใจในการเปิดตัวส่งสมัคร ส.ส. ครั้งนี้

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตั้งพรรคกล้าขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชน อยากเห็นการเมืองสร้างสรรค์ บนแนวคิดปฏิบัตินิยม ลงมือทำ และเมื่อมองย้อนไปในพื้นที่ หลักสี่- จตุจักร ในช่วง 7 ปีเศษนี้ มีงานสาธารณูปโภค ถนนย่อย ระบบระบายน้ำ หลายอย่างที่ยังค้างคา ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่เคยเป็น ส.ส.ในเขตจตุจักรคงได้ลงไปช่วยกันสะสางกันจนเสร็จสิ้น บทบาท ส.ส.ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่สามารถทำได้ ในฐานะตัวเชื่อมหน่วยราชการกับประชาชน งาน ส.ส.ไม่ใช่แค่เข้าประชุมสภาฯ หรือการต่อสู้ฟาดฟันกับฝ่ายที่เห็นต่าง จึงเห็น “คุณภาพ ส.ส.” เป็นเรื่องสำคัญ

"การทำการเมืองสร้างสรรค์เป็นปฏิบัตินิยมลงมือทำนั้น ไม่มีอะไรดีกว่า “ทำให้ดู” ผมจะถือโอกาสเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พาทีมงานว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ไฟแรงของพรรคกล้า เรียนรู้ขั้นตอนต่างๆ ทางการเมืองด้วย เค้าอาจเป็นตัวจริงในแต่ละอาชีพ แต่ทำงานการเมืองนั้นไม่ง่าย เป็นงานที่ต้องเข้าใจคนอย่างแท้จริง" นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ กล่าวย้ำว่า ตนเองเคยเป็นผู้แทนทั้งเขตหลักสี่และจตุจักร มั่นใจว่าห้วงเวลาที่ตนเองเป็นผู้แทนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และจะขอกลับมาทำหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง ขอพี่น้องประชาชนให้โอกาส “สร้างสรรค์การเมืองคุณภาพ” ให้เกิดขึ้นในหลักสี่ – จตุจักร

นายกรณ์ จาติกวนิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า การส่งนายอรรถวิชช์ ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรค ลงสู้ศึกครั้งนี้ สะท้อนวัฒนธรรมของพรรคที่เน้นปฏิบัติ กล้าที่จะลงมือทำ การแพ้ชนะเป็นเรื่องปกติในทุกประเภทการแข่งขันและทางการเมือง ซึ่งพรรคเลือกได้เลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่เหมาะสมที่สุด มีความพร้อมมากที่สุดที่จะแสดงตนในฐานะหัวหน้าทัพ ไม่ได้นั่งบัญชาการอยู่เบื้องหลัง และเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน ให้พี่น้องชาวหลักสี่ ชาวจตุจักร และเพื่อให้พี่น้องชาวกรุงเทพ และคนไทยทั้งประเทศได้เห็นว่าผู้สมัครของเรามีคุณภาพอย่างไร พรรคของเราต้องการสร้างการเมืองที่ดีขึ้น การแข่งขันครั้งนี้สำตัญ สำหรับชาวกรุงเทพ ชาวพรรคกล้า สำหรับการเมืองไทย ที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเพื่อโอกาสของประชาชนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น นั่นคือสาเหตุที่เราตั้งพรรคกล้า เมื่อเรากล้าที่จะตั้งพรรค เรากล้าลงแข่งขันทุกเวที

นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหน้าพรรคกล้า กล่าวเสริมว่า การตัดสินใจส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เป็นสิ่งที่พรรคกล้ามีฉันทามติร่วมกัน พวกเราเป็นพรรคปฏิบัตินิยม หลายคนไม่เคยเป็นนักการเมือง วันนี้เราถือว่าเป็นหลักสูตรเรียนลัด การที่นายอรรถวิชช์ ลงเลือกตั้งซ่อม เป็นการให้บทเรียน สอนน้องๆเพื่อนๆ พี่ๆในพรรค ได้ลงพื้นที่ ทำการเมืองอย่างใกล้ชิด ตลอดเวลาเกือบ 2 ปีที่ตั้งพรรคมา เราได้รับคำถามว่าเมื่อไหร่จะส่งผู้สมัครสักที วันนี้เรามีโอกาส ครั้งนี้ไม่เพียงคนเก่งคนดี แต่เป็นคนที่มีความสามารถ

นายวรวุฒิ กล่าวอีกว่าพรรคเราไม่เพียงส่งบุคลากรที่เก่งมาก แต่เป็นการพิสูจน์ ว่าแนวทางปฏิบัตินิยม แนวทางการลงมือทำ โดยเอาคนที่รู้จริงในสาขาอาชีพต่างๆ มา จะเป็นสิ่งที่ประชาชนสนับสนุนหรือไม่ ถือเป็นโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้ทดลองพิสูจน์คุณภาพของพรรคกล้าจริงๆ เราอยากเป็นตัวอย่าง ส.ส. คุณภาพ พรรคการเมืองแนวคิดใหม่ ไม่เน้นความขัดแย้ง เน้นแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชน พี่น้องประชาชนจะให้โอกาสเราอย่างไร วันนี้พวกเราลุยกันเต็มที่แน่นอน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘โตโต้’ เจอสวนปมมติ 7-0! ผู้ช่วยโฆษกรัฐ ซัดบันเทิงธิปไตย ถามนับองค์ประชุมเป็นหรือไม่

“อุบลรัตน์’ ซัด ‘โตโต้ ปิยรัฐ’ หลังโชว์มติ กมธ. 7 ต่อ 0 เดินหน้าเอาผิด ‘อนุทิน’ และอธิบดีกรมการปกครอง ปมไม่เข้าชี้แจงทุจริตสอ

'โรม' โต้ 'ศุภชัย' ยันมติ กมธ. เรียกนายกฯ ชอบด้วยกฎหมาย ท้าเปิดชวเลขพิสูจน์ความจริง

'โรม' โต้ 'ศุภชัย' เลิกชี้นิ้วด่าคนอื่น ไม่เข้าประชุมเอง สส.ภูมิใจไทย อยู่ไม่จบการประชุม ไร้สิทธิ์เสียงโหวต ปมสั่งนายกฯ แจงสภา แพ้แล่วตีรวน ยัน มติ 7 ต่อ 0 ชอบด้วยกฎหมาย ยินดีเปิดชวเลขยัน อย่าหวังกินรวบ เปลี่ยนเป็นสภาสีน้ำเงิน ลั่นพวกเราไม่มีวันยอม

แสวง-7 เสือ กกต. มีหนาว! ประธานศาลอุทธรณ์พลิกคำสั่ง ไฟเขียวศาลคดีทุจริตฯ รับฟ้อง 'ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ' คดีฮั้ว สว.

ระอุ! ศึกกกต.-ศาลยุติธรรม 7 เสือ กกต.-แสวง แย่แล้ว เสี่ยงคุก ประธานศาลอุทธรณ์พลิกศาลชั้นต้น ออกคำสั่งวันนี้ให้ศาลอาญาคดีทุจริตฯรับฟ้องคดีผู้สมัครสว.ฟ้องกตก.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบคดีฮั้วสว. หลังก่อนหน้านี้ กกต.เปิดศึกศาลสูง ยื่นศาลรธน.ตีความอำนาจศาลฎีกาฯ

การเมืองช่วงต้นรัตนโกสินทร์: : มรดกจากการเมืองสมัยอยุธยาบนความต่อเนื่องและความเปลี่ยนแปลง (4)

ต่อมาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2393 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ มีพระอาการประชวรจึงมีกระแสพระราชดำริถึงผู้สืบราชสมบัติ มีหลักฐานบันทึกต่างๆ ดังนี้