
'ชัยธวัช' หวัง ศาลรธน.ขยายเวลาส่งคำชี้แจง 'คดียุบพรรค' พ้อ หากไม่ให้ ถือว่า 'ก้าวไกล' ไม่ได้รับโอกาสในการต่อสู้ในคดีโทษแรง พร้อม จี้ รัฐบาล ทบทวน คำถามประชามติ ให้ชัดเจน-เข้าใจง่าย บอก น่าเสียดาย หากตกไปตั้งแต่ทำรอบแรก
1พ.ค.2567 - ที่ ถ.ราชดำเนินนอก กทม. นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการประชุมสส.ของพรรคก้าวไกล ว่า เราหารือกันหลายเรื่อง ซึ่งตนได้อัพเดทในเรื่องของคดียุบพรรค โดยแจ้งว่าได้ยื่นขอขยายระยะเวลาในการส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญเพิ่ม ไปอีก 30 วัน โดยได้ยื่นไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ในสัปดาห์ที่แล้ว ศาลฯ ไม่มีการประชุม จะมีการประชุมอีกครั้งคือวันนี้
“เราหวังว่าศาลฯ จะอนุญาตให้ขยายเวลาในคดีนี้มีความจำเป็นต้องลงรายละเอียดเยอะ ทั้งในแง่ข้อเท็จจริงและข้อกฏหมายในการต่อสู้คดี ที่มีโทษร้ายแรงถึงขั้นยุบพรรคการเมือง รวมถึงตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค ระยะเวลาที่ศาลให้ครั้งแรกคือ 15 วัน เราขอขยายต่อ 30 วัน ศาลฯ ให้เพิ่มแค่ 15 วัน รวมกันแล้วแค่ 1 เดือน ซึ่งไม่เพียงพอในการหาข้อเท็จจริง รวมถึงการพูดคุยขอความร่วมมือกับคนที่จะมาเป็นพยาน หวังว่าวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาตามคำร้องขอของเรา”
เมื่อถามว่าหากวันนี้ศาลฯ ไม่เพิ่มระยะเวลาในการชี้แจง จะเป็นความเสียเปรียบของพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายชัยธวัช ระบุว่า ก็ถือว่าเราไม่ได้รับโอกาสให้ต่อสู้คดีที่มีความร้ายแรงอย่างเต็มที่
นอกจากนั้น ยังมีประเด็นสำคัญอีกหลายเรื่อง รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นเรื่องของคำถามประชามติ เพื่อนำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของรัฐบาล ในที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า อยากให้รัฐบาลทบทวนคำถามในการจัดทำประชามติให้เป็นคำถามที่กว้างที่สุด และง่ายชัดเจน ไม่ใช่คำถามซ้อนคำถาม
“คือถามง่ายๆ เลยว่า ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ ว่าจะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งคำถามแบบนี้ถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ของการทำรัฐธรรมนูญที่ดี และ จะเป็นคำถามที่ช่วยทำให้ประชาชน เห็นด้วยให้มีจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนรัฐธรรมนูฉบับปี60 รวมเสียงกันเป็นเอกภาพมากที่สุด ทำให้แนวโน้มการทำประชามติผ่านมากขึ้น ในส่วนนี้เป็นความปรารถนาดีของพรรคก้าวไกลที่อยากจะรัฐบาลทบทวน หากรัฐบาลเห็นว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ควรจะยกเว้น เนื้อหาอย่างใดอย่างหนึ่งก็สามารถใส่ไปในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของรัฐบาลได้เมื่อประชามติผ่าน” นายชัยธวัชกล่าว
เมื่อถามว่าหากรัฐบาล ไม่ได้ปรับเปลี่ยนคำถามในการทำประชามติ จะเป็นการวางยาตัวเองเพื่อนำไปสู่แก้รัฐธรรมนูญแบบรายมาตราหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราสามารถทำคู่ขนานได้ไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่เราอยากจะย้ำคือหากรัฐบาลมีเจตนาตั้งใจอยากจะให้กระบวนการประชามติผ่านนำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จริงๆควรทบทวนคำถาม ส่วนความเห็นต่างอื่นๆเช่นสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ควรมีโครงสร้างอย่างไร เนื้อหาในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ควรจะมีข้อจำกัดเพิ่มเติมหรือไม่ สามารถนำไปใส่ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของแต่ละพรรคการเมืองได้
“มันน่าเสียดาย ถ้าประชามติไม่ผ่านตามที่คาดหวังไว้ อันที่จริงยังมีเรื่องการแก้ไขกฎหมายประชามติอีก ซึ่งเรื่องนี้ควรแก้ไขให้เร็วที่สุด ถ้าสามารถแก้ไขได้ทันแล้วนำมาบังคับใช้ในการทำประชามติครั้งแรกก็ถือว่าดีมาก ซึ่งพรรคฝ่ายค้านให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะเรามีร่างกฏหมายของเรายื่นไปแล้ว เพียงแต่ว่ารัฐบาลไม่เคยยื่นร่างของตนเองมาเลย ก็อยากให้ยื่นเร็วเร็วจะเปิดวิสามัญก็ได้“ นายชัยธวัชกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
'โสภณ' รอศาลรัฐธรรมนูญก่อนเปิดสภาสมัยวิสามัญถกเงินกู้ 4 แสนล้าน
'โสภณ' รอเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนส่ง ครม.ทูลเกล้าฯ เปิดสภาวิสามัญ ถก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้าน
มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต
ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ
ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน
รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้

