"ชัยธวัช" ยัน สส.ก้าวไกล ไม่มีความเชื่อมโยงคนในป่า ซื้อตัวโหวตเป็นนายกฯ เผยมีหลายพรรค-หลายโมเดล ติดต่อมา ถามถ้าฝากเลี้ยงจะมีประโยชน์อะไร เชื่อคดียุบพรรคยังมีโอกาสชนะ หวังศาล รธน.มีมติเปิดไต่สวนพรุ่งนี้
11 มิ.ย.2567 - ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการประชุมพิจารณาคดีล้มล้างการปกครองของพรรคในวันที่ 12 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ ว่า ก็คงต้องรอว่าพรุ่งนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณายุบพรรคก้าวไกลหลังจากนี้ จะมีกระบวนการอย่างไรต่อ ซึ่งหลังจากที่เราได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไปแล้ว ฝ่ายกฎหมายพรรคก้าวไกลได้ไปยื่นขอให้เปิดการไต่สวน และบัญชีรายชื่อพยานที่เราเสนอไปในแต่ละประเด็นข้อต่อสู้ ก็ต้องรอวันพรุ่งนี้ศาลจะเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีการไต่สวนเพิ่มเติมหรือมีการเรียกพยานเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไร
นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า เราคาดหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเปิดโอกาสให้พรรคก้าวไกลได้มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่โดยมีการเปิดไต่สวนเรียกพยานเพิ่มเติม โดยพยานที่ยื่นไปนั้นมีจำนวนมาก เพราะข้อต่อสู้มีหลายประเด็น ประเด็นไหนที่เราเห็นว่าจะมีการเรียกพยานเพิ่มเติมก็เสนอไป
เมื่อถามว่าฟีดแบ็คที่พรรคก้าวไกลแถลง มีการวิเคราะห์กันว่าพรรคก้าวไกลใส่เต็มข้อ แสดงว่ารู้อยู่แล้วว่ารูปแบบของการตัดสินนั้น พรรคจะถูกยุบใช่หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า เป็นปกติของการต่อสู้ ที่เราไล่การต่อสู้ ตั้งแต่ประเด็นเรื่องใหญ่ลงไปเรื่อยๆ ไม่ได้เป็นเรื่องการซัดเต็มข้อ แต่คิดว่าเป็นประเด็นทางกฎหมาย มีประเด็นที่เราสามารถต่อสู้ได้เราก็เสนอไป เรื่องไหนที่เราเห็นว่ามีการวินิจฉัยข้อเท็จจริงใหม่ก็เสนอไป
ส่วนเรื่องการตรวจสอบ สส.งูเห่าในพรรค นายชัยธวัช กล่าวว่า มีความพยายามที่จะติดต่อ สส.พรรคก้าวไกล ตนก็ยอมรับว่ามีจริง และไม่ใช่เรื่องใหม่ เราก็ทราบข้อมูลมาโดยตลอด ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน แต่จนถึงตอนนี้ ตนก็คิดว่าเราไม่ได้กังวลอะไร เชื่อมั่น และมั่นคงในทางอุดมการณ์ รวมถึงซื่อตรงต่อความไว้วางใจของประชาชนที่มอบให้ สส.พรรคก้าวไกล เหนือสิ่งอื่นใด ประเด็นสำคัญกว่าคือการที่เรายังมีโอกาสชนะในการต่อสู้คดียุบพรรค
เมื่อถามว่าภาพใหญ่ตอนนี้ เหมือนมีเกมที่ทำให้พรรคก้าวไกลถูกยุบ แล้วจะได้ดูด สส.งูเห่าไป เพื่อไปโหวตนายกรัฐมนตรีขั้วตรงข้าม โดยการล้มนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นายชัยธวัช ระบุว่า เรื่องนี้อาจจะต้องแยกออกมาจากเรื่องการยุบพรรค ซึ่งเป็นการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ทางการเมือง ก็ว่ากันไป แต่สถานการณ์นั้นยังมาไม่ถึง
เมื่อถามว่าช่วงที่พรรคก้าวไกลออกมาพูดเรื่องงูเห่า เป็นช่วงเดียวกับที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดถึงคนในบ้านป่าพอดี มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ที่ สส.พรรคก้าวไกลจะถูกดูดจากคนในบ้านป่า นายชัยธวัช กล่าวว่า น่าจะไม่เกี่ยวข้องกัน น่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับนายทักษิณหรือพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะ เพราะข้อมูลที่ตนมี ความพยายามดูด สส. พรรคก้าวไกล มาจากหลายพรรค ซึ่งเราให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ถามย้ำว่า สส.พรรคก้าวไกล อาจจะถูกดูดไปโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอีกรอบ นายชัยธวัช ระบุว่า วิธีการนี้ไม่น่าจะสำเร็จ เหนือสิ่งอื่นใด ตนคิดว่าพี่น้องประชาชนในปัจจุบันไม่ได้ยอมรับวิธีการทำงานการเมืองแบบนี้อีกแล้ว ต่อให้มีการดูด สส. ตนคิดว่าก็ยิ่งทำให้ไม่ได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชนระยะยาว
ถามอีกว่ามีรายงาน สส. ที่ไปได้ค่ารถกลับมาด้วย นายชัยธวัช ตอบทันทีว่า ไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่ารู้ตัวใช่หรือไม่ว่ามีใครบ้าง นายชัยธวัช กล่าวว่า สส. ก็มาเล่าให้ฟังตลอดว่ามีใครจากไหน พรรคไหน คนไหนบ้าง ที่มาติดต่อ มีข้อเสนออะไรเราก็ติดตามตลอด
"อย่าเพิ่งไปสรุปแบบนั้น ผมแค่บอกว่าในความเป็นจริงมีความพยายามเยอะ จากหลายพรรคการเมืองด้วย รวมถึงแม้กระทั่งจะเสนอให้ไปย้ายเข้าอีกพรรคการเมืองใหม่ ก็มีหลายโมเดล หลายกลุ่ม แต่ว่าอย่าเพิ่งไปสรุปว่าใครเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้าส่วนบุคคล เราก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน" นายชัยธวัช กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีวิธีการตอบโต้อย่างไร เพราะอาจทำให้ลูกพรรคใจอ่อน นายชัยธวัช ร้องโอ้ ไม่มีความจำเป็น เพราะสุดท้ายพรรคการเมืองไหนที่ทำงานการเมืองแบบนี้ ก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชน
ช่วงท้ายการสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าพรรคไหนบ้าง นายชัยธวัช ยิ้มพร้อมกล่าวเพียงว่าหลายพรรค อย่าเพิ่งลงรายละเอียดเลย ส่วนจะมีการฝากเลี้ยงหรือไม่ ตนยังไม่แน่ใจ แต่ก็คิดว่าจะมีประโยชน์อะไร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ 'ภูมิธรรม–ทวี' รอด! ส่งผลสะเทือน สว.ที่เล่นบทเหยื่อกระอัก
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
‘ภูมิธรรม-ทวี’ ระทึกพรุ่งนี้ 21 ม.ค. ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว.
พรุ่งนี้ 21 ม.ค. “ภูมิธรรม-ทวี”ระทึก ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว. จับตา จะมีผลต่อรูปคดีในชั้นกกต.-ดีเอสไอหรือไม่ สว.สีน้ำเงิน ลุ้นหวังคดีพลิก

