’เพื่อไทย‘ มั่นใจ ‘งบ-ประชามติ’ ผ่านฉลุย

’เพื่อไทย‘ มั่นใจ ’งบ-ประชามติ‘ ผ่านฉลุย พร้อมเตรียมขุนพลอภิปรายหนุนงบรายกระทรวง 20 คน เผย ‘แพทองธาร’ ลงมาคุม เหตุอยากสื่อสารให้ ปชช.เข้าใจ เชื่อ รมต.ชี้แจงได้ 

16 มิ.ย. 2567 – นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประชุม สส.พรรคในวันที่ 17 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ ว่า เป็นการประชุม สส. เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งจะมีเรื่องของการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ และการวางขุนพลเพื่อที่จะอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในวันที่ 19-21 มิ.ย. 

นายดนุพร กล่าวต่อว่า การอภิปรายครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งที่ผ่านมา เพราะน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยลงมาดูเอง และบอกว่าอยากให้มีคนพูดถึงนโยบายกระทรวงต่างๆ เฉพาะเลย ไม่ใช่ สส.ใครอยากลงชื่อก็มาลงชื่อ แต่ไม่รู้จะพูดเรื่องอะไรบ้าง บางคนก็พูดซ้ำกัน จึงรู้สึกว่าประชาชนจะงง และน่าเบื่อ 

นายดนุพร กล่าวต่อว่า ในการอภิปรายครั้งนี้จึงมีการวางขุนพลหลักๆ ไว้ประมาณ 20 คนที่จะมาพูดในรายกระทรวงนั้นๆ แต่หากมี สส.ที่จะพูดเสริมใน รายกระทรวงนั้นๆ ก็สามารถจะทำได้ เพียงแค่จะต้องมีคนหลักๆ อยู่ ซึ่งก็จะเป็น สส.รุ่นใหม่ที่จะสื่อสารไปถึงประชาชนว่าการจัดทำงบประมาณในปีนี้มีนโยบายอะไรบ้าง หลักการในการจัดทำงบประมาณเป็นอย่างไรบ้าง โดยในวันพรุ่งนี้ นอกจากจะมีการประชุม สส.ของพรรคแล้ว ก็จะมีการซักซ้อมผู้ที่จะอภิปรายหลักๆ ด้วย

เมื่อถามว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตและโครงการซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย จะต้องมีการอภิปรายสนับสนุนหรือไม่ นายดนุพร กล่าวว่า มี เพราะเกี่ยวข้องกับงบประมาณของแผ่นดิน และจะมีผู้ที่อภิปรายถึงอยู่แล้วในทุกด้าน 

เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านมุ่งเน้นที่จะอภิปรายเรื่องโครงการดิจิทัลวอลเล็ตและโครงการซอฟต์พาวเวอร์เป็นหลัก มั่นใจหรือไม่ว่ารัฐมนตรีจะสามารถชี้แจงได้ นายดนุพร กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นความลับอะไร เพราะเป็นนโยบายที่เราหาเสียงไว้ตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งแล้ว ซึ่ง สส.ของรัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่ตอบโต้ฝ่ายค้าน คนที่จะตอบโต้หรือลุกขึ้นชี้แจงได้ก็คือรัฐมนตรี ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายค้านจะมีข้อท้วงติงในเรื่องของการจัดงบประมาณ และถือว่าเป็นเรื่องปกติไม่น่าห่วงอะไร

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.จะสามารถผ่านวาระแรกได้อย่างฉลุย นายดนุพร กล่าวว่า มั่นใจ เพราะงบประมาณปี 2568 เป็นงบประมาณปีแรกที่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทำเอง และเป็นความรับผิดชอบของพรรคร่วมรัฐบาล 100 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่งบประมาณปี 2567 มีการจัดทำงบประมาณไปพลางก่อน ฉะนั้น ตนเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกกระทรวงพร้อมตอบทุกคำถาม

เมื่อถามถึง การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประชามติฯ ทางพรรคเพื่อไทยเตรียมขุนพลที่จะอภิปรายทั้งหมดกี่คน นายดนุพร กล่าวว่า จะมีคนหลักๆ อยู่ประมาณ 4-5 คน และผู้ที่ลงชื่อจะอภิปรายเสริมอีกประมาณ 15 คน ซึ่งตนไม่แน่ใจเรื่องของเวลาที่ได้รับการจัดสรรมา แต่ทั้งนี้จะไม่เลิกดึกมาก น่าจะเลิกประชุมประมาณ 17.00-18.00 น. เนื่องจากวันถัดไปต้องมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ดึก จึงจำเป็นที่จะต้องจัดสรรคนให้เหมาะสมกับเวลา

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะผ่านฉลุย นายดนุพร กล่าวว่า ผ่านแน่นอน เพราะฝ่ายค้านก็เห็นด้วย เมื่อฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเห็นไปในทิศทางกันว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องแก้ไขกฎหมายนี้ ไม่เช่นนั้นจะทำประชามติด้วยความยากลำบากในการที่จะขอเสียงประชาชน ก็มั่นใจว่าจะสามารถผ่านแน่นอน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภมาส' ลาออก สส.บัญชีรายชื่อ เปิดทาง 'พงศกร อรรณนพพร' ขึ้นมาเป็นแทน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร (ผ่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร) เพื่อขอลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ  

'ศุภมาส' เผยอยากรีบลาออก สส.บัญชีรายชื่อ เปิดทางให้คนมีเวลาทำงานในสภาแทน

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย จำเป็นจะต้องลาออกจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อหรือไม่ ว่า เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติในลักษณะของคนที่เป็นสส.บัญชีรายชื่อ

'โสภณ' แตะเบรก 'จาตุรนต์' ขอหารือผลประชามติ หนุนทำ รธน.ใหม่

นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกหารือต่อประเด็นเรื่องที่แจ้งให้ทราบ ว่า การรับทราบรายงานผลการออกเสียงประชามติเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการประชามติเกิด

'ไอติม' หล่ออีกแล้ว! บอกปม 44 สส.สิ่งน่ากังวลไม่ใช่อนาคตพรรคแต่คืออนาคตประเทศ

'ไอติม' ลั่นพรรคประชาชนสู้ยิบตาเพื่ออนาคตประเทศ ป้อง 44 สส. จากดาบ ป.ป.ช. ย้ำเสนอกฎหมายไม่ควรถูกตัดสิทธิ์ ชี้สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จุดจบพรรค แต่คือประชาธิปไตยไทย