17 มิ.ย.2567 - ว่าที่ร.ต.ยุทธนา สำเภาเงิน รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะโฆษกประจำสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงผลการตรวสอบปัญหาการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. ....ฉบับประชาชน ที่เสนอโดย น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 36,723 คน ตามพ.ร.บ.การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. 2564 ซึ่ง สำนักงานฯ โดยสำนักสารสนเทศได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ขอชี้แจงว่า กระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายทุกฉบับ เป็นไปตามม .77 ของรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของส่วนราชการประจำ ซึ่งจะไม่มีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
จบข่าว! ประชาชนแห่โหวตคัดค้านนิรโทษกรรมรวมคดี 112
ซึ่งคณะกรรมการขับเคลื่อนการรับฟังความคิดเห็นได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ระหว่างวันที่ 13 พ.ค.ถึงวันที่ 12 มิ.ย. 2567 ทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา โดยมีประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับผลกระทบให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เข้ามามีส่วนร่วมในระดับการรับรู้ข้อมูล จำนวน 376,764 คน และเข้ามามีส่วนร่วมในระดับการแสดงความคิดเห็น จำนวน 88,705 คน แต่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ประชาชนผู้ใช้ระบบพบความผิดพลาดของระบบการรับฟังความคิดเห็นหลายประเด็น จากการตรวจสอบข้อมูลที่เป็นข้อสงสัยบนสื่อออนไลน์แล้วพบปัญหา เช่น การแสดงความคิดเห็นในขั้นตอนสุดท้ายและกดปุ่มแสดงความคิดเห็น เพื่อส่งความคิดเห็น พบว่าบางอุปกรณ์ไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จ โดยไม่ขึ้นข้อความแจ้งเตือนว่า “ท่านได้แสดงความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว” จากการตรวจสอบพบว่า เกิดจากความหนาแน่นของผู้ใช้งานในช่วงเวลานั้น (networks traffic) หรืออาจเกิดกับอุปกรณ์บางชนิด บางประเภท บางรุ่น
ส่วนข้อผิดพลาดที่ประชาชนสามารถคัดลอกที่อยู่ URL ของหน้าแสดงความคิดเห็นไว้ แล้วนำมาใช้แสดงความคิดเห็นอีกเมื่อครบกำหนดการปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว แต่ยังสามารถแสดงความคิดเห็นได้นั้น พบว่าเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นจริง ทางสำนักสารสนเทศ ได้แก้ไขโดยการปิดระบบทั้งในระบบเว็บไซต์และปิดระบบจากการใช้วิธีคัดลอกที่อยู่ URL ของหน้าแสดงความคิดเห็นนี้แล้วทันทีที่ทราบปัญหา และได้มีการปรับปรุงโดยตัดข้อมูลความคิดเห็นที่ส่งมาหลังจากครบกำหนดเวลา คือ หลังเวลา 24.00 นาฬิกา ของวันที่ 12 มิถุนายน 2567 ออก โดยจะไม่ถูกนำมาประมวลผล
ส่วนกรณีปัญหาการกดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ในส่วนสุดท้ายของแบบสอบถามเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ทำการตอบแบบสอบถามในข้ออื่น ๆ แล้วกรอกหมายเลขบัตรประชาชน ก็ยังสามารถ
ส่งความคิดเห็นได้พบว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เนื่องจากคณะกรรมการฯจัดให้มีขึ้น เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับผลกระทบโดยให้สะท้อนแนวโน้มความเห็นต่อร่างกฎหมายฉบับนั้น ๆ ว่าสมควรจะให้เป็นกฎหมายหรือไม่ แม้ไม่ได้แสดงความคิดเห็นในช่องแสดงความคิดเห็นข้ออื่น ๆ มาก่อน ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาของตัวระบบได้ แต่จะส่งผลต่อการรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายทุกฉบับที่จะจัดขึ้นในอนาคตต่อไปด้วย กล่าวคือ ประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องการจะสะท้อนแนวโน้มความเห็นต่อร่างกฎหมายฉบับนั้น ๆ จะต้องให้ความเห็นทุกข้อเสียก่อน จึงจะร่วมกดปุ่มแสดงแนวโน้มต่อร่างกฎหมายได้ จึงอาจมีผลกระทบที่ทำให้ประชาชนเข้ามามี
ส่วนร่วมน้อยลงสำหรับร่างกฎหมายฉบับอื่น ๆ ได้ ซึ่งเรื่องนี้จะนำไปพิจารณาในคณะกรรมการฯ อีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้กรณีปัญหาระบบรับฟังความคิดเห็นไม่มีขั้นตอนยืนยันตัวตน เพราะต้องการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ต้องไม่ทำให้มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก แต่เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น อาจต้องพิจารณาปรับปรุงระบบโดยกำหนดให้ต้องใส่เครื่องมือยืนยันตัวตน ด้วยระบบ CAPTCHA เพื่อป้องกันการเข้าแสดงความคิดเห็นในลักษณะ BOT ได้ แต่อาจส่งผลกระทบที่ตามมาได้ที่ทำให้ประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับผลกระทบเข้ามามีส่วนร่วมกับร่างกฎหมายฉบับอื่น ๆ น้อยลง ส่วนที่ ไม่ต้องกรอกเลขบัตรประชาชน หรือกรอกเลขไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็สามารถกดปุ่มส่งความคิดเห็นได้นั้นทางสำนักสารสนเทศ ใช้ระบบ script เพื่อตรวจสอบรูปแบบบัตรประจำตัวประชาชนเบื้องต้นว่า เลขที่กรอกนั้นเป็นไปตามหลักและผลรวมของบัตรประจำตัวประชาชนหรือไม่เท่านั้น แต่ไม่ได้ใช้ระบบการสมัครสมาชิกหรือยืนยันตัวตน เพราะเจตนาต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยง่าย และกฎหมายก็ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขของผู้แสดงความคิดเห็นที่เหมือนกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองกรณีอื่น ๆ
ส่วนความผิดปกติในการเรียกใช้งาน Method POSTนั้น สำนักงานฯพบว่าในช่วงวันที่กำหนดมีการเรียกใช้งาน ซึ่งพบ IP Address ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ กทม.มากสุด รวมถึง ปทุมธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ กาญจนบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี และระยอง
ทั้งนี้สำนักงานฯย้ำว่าการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายตามบทบัญญัติของกฎหมายมีเจตนารมณ์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายที่สส.หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ เพื่อให้มีช่องทางในการสะท้อนความคิดเห็นมาให้กับสภา วุฒิสภา รัฐสภา และคณะกรรมาธิการ ใช้ประกอบการพิจารณาว่าสมควรจะตรากฎหมายฉบับนั้น ๆ หรือไม่ หรือควรตรากฎหมายในทิศทางใดที่เหมาะสมกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองในปัจจุบัน เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน เศรษฐกิจ สังคมน้อยที่สุดโดยยึดหลัก คือ การสร้างพื้นที่แสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่สามารถทำได้โดยไม่จำกัดคุณสมบัติด้านอายุ หรือความถี่ในการมีส่วนร่วมต่อร่างกฎหมาย ง่ายต่อการใช้งาน ไม่ใช้ระบบการยืนยันตัวตนเหมือนการมีส่วนร่วมอื่นซึ่งมีกฎหมายกำหนดเงื่อนไข
“การที่รัฐสภาจะตรากฎหมายฉบับใดขึ้นมานั้น ตามรัฐธรรมนูญ 60 ยังคงให้เป็นอำนาจของรัฐสภาพิจารณาว่าสมควรจะตรากฎหมายฉบับนั้น ๆ ออกมาหรือไม่ แต่ผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เป็นสิ่งที่รัฐสภาต้องคำนึงและใช้ประกอบการพิจารณาด้วยทุกขั้นตอน แต่ไม่ถึงขั้นผูกมัดรัฐสภาที่จะต้องตัดสินใจตามข้อมูลที่ปรากฏในรายงานผลการรับฟังความคิดเห็น”เลขาธิการสภากล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สว.พิสิษฐ์ ซัดกลับ 'สมชาย' ปูดสอดไส้นิรโทษฮั้ว สว. ยันไม่คิดล้างผิดตัวเอง
สว.พิสิษฐ์ โต้ “สมชาย แสวงการ” หลังตั้งข้อสังเกตร่างกฎหมายนิรโทษกรรมอาจสอดไส้ล้างผิดคดีฮั้วเลือก สว. ยืนยันไม่มีการแก้ไขในประเด็นดังกล่าว และไม่คิดนิรโทษกรรมตัวเอง
ประธาน กมธ.สร้างเสริมสันติสุข วุฒิสภา ยืนยันไม่มีสอดไส้นิรโทษกรรม 'คดีฮั้ว สว.'
พล.ต.อ.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสันติสุข วุฒิสภา กล่าวว่า ในการพิจารณาของ กมธ.ฯ ไม่พบเนื้อหาหรือสาระสำคัญที่ระบุถึงการนิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. และในบัญชีแนบท้ายไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ยังยืนยันหนักแน่นว่ารับประกันได้ว่าไม่มี โดยในบัญ
กระจ่าง! ไม่นิรโทษ 'ฮั้วสว.' เปิดบัญชีท้าย 'พรบ.สร้างเสริมสันติสุข'
นายถาวร เสนเนียม อดีตรมช.คมนาคม และอดีตรมช.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สืบเนื่องจากการที่สื่อบางสื่อและมีผู้เขียนเฟซบุ๊กกังวลในเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
'สมชาย' ข้องใจ 'พ.ร.บ.นิรโทษกรรม' สอดไส้ล้างผิด 'คดีฮั้ว สว.'
นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ส่วนตัวสนับสนุนหลักการของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข
ปชน.ไม่ถอยยื่น 6 ร่าง กม.กลับสภาไม่พลาดมี กม.นิรโทษกรรมคดีบุกรุกป่า
'ปชน.' ไม่ถอย ยื่น 6 ร่างกฎหมายกลับเข้าสภา อีกครั้ง หลัง ครม.ไม่ยืนยันร่างค้างจากสภาชุดก่อน ด้าน 'ไอติม' เผย ยื่นร่าง ม.256 ไม่เกินสัปดาห์หน้า หวัง สว.ให้ผ่านวาระ 1 เหมือนรอบที่แล้ว
นิรโทษกรรมคดีการเมือง! วัดใจนายกฯอนุทิน ไปต่อหรือพอแค่นี้
ความขัดแย้งทางการเมืองไทยลากยาวมานานกว่าสองทศวรรษ ผ่านรัฐประหารหลายครั้ง ผ่านการชุมนุมหลายระลอก ผ่านการเปลี่ยนรัฐบาลมาหลายชุด แต่สิ่งหนึ่งที่ยังค้างอยู่เสมอ คือคดีความทางการเมืองจำนว

