'ภูมิใจไทย' คว่ำรายงานนิรโทษกรรมปูทางล้างผิด 112  

“ภูมิใจไทย” ไม่เอาด้วย ยันโหวตคว่ำรายงานนิรโทษกรรม ไม่ร่วมสังฆกรรม ชงล้างผิด 112 ย้ำเนื้อหามีปัญหา กำกวม

20 ต.ค.2567 – น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต่อการพิจารณารายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการตราพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ สภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีการพิจารณากันอีกครั้งในวันที่ 24 ต.ค.นี้ ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่สามารถลงมติรับรายงานดังกล่าวได้ เพราะเนื้อหาในรายงานมีความกำกวม ไม่ชัดเจน และที่สำคัญที่สุดก็คือ พรรคภูมิใจไทย เห็นว่า การนิรโทษกรรมต้องเป็นเรื่องการนิรโทษกรรมคดีที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมือง แต่ปรากฏว่าเนื้อหาในรายงาน กลับมีเรื่องการเสนอให้นิรโทษกรรมคดี 110 กับคดี 112 ตามประมวลกฎหมายอาญาเข้ามาด้วย ซึ่งพรรคเห็นว่าทั้งสองกรณี ไม่ใช่ความผิดที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมือง จึงไม่สมควรมาอยู่ในรายงานดังกล่าวตั้งแต่แรก

“จึงเป็นรายงานที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ควรเอาบางเรื่องอย่างเรื่อง 112 มารวมไว้ด้วย จึงเป็นรายงานที่มีปัญหา ดังนั้นหากกมธ.ไม่ยอมถอนรายงานกลับไปพิจารณาใหม่ แล้วจะให้มีการลงมติรับทราบรายงาน-ข้อสังเกตของกมธ.ฯ พรรคภูมิใจไทย ก็จะลงมติไม่รับทราบหรือไม่เห็นชอบรายงานดังกล่าว” น.ส.บุณย์ธิดา ระบุ

เมื่อถามถึงการที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะนัดคุยกันในวันที่ 21 ต.ค.นี้ จะมีผลต่อท่าทีของพรรคภูมิใจไทยต่อรายงานดังกล่าว หรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า คงไม่สามารถให้ความเห็นได้ เพราะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ และการนัดดังกล่าวก็มีการนัดไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว

“รายงานผลการศึกษาต่างๆ ที่เข้าสภาฯ มันไม่ได้มีผลทางกฎหมาย คือก็เป็นเหมือนรายงานเล่มหนึ่งที่ใช้อ้างอิงในการทำเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมา สภาฯ ก็มีการทำรายงานผลการศึกษาต่างๆ มามากมาย โดยที่ผลการศึกษาไม่ใช่ตัวร่างพ.ร.บ. ฯ จึงไม่มีผลทางกฎหมาย ดังนั้นหากรายงานของคณะกรรมาธิการฯ ที่ส่งเข้ามา จะตกหรือจะผ่าน มันไม่มีผลทางกฎหมายในการจะบังคับใช้ เพียงแต่รายงานผลการศึกษาการตราพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ดังกล่าว หากผ่านสภาฯ ไป จะพบว่าในข้อสังเกตของรายงาน มีการระบุว่าให้ส่งรายงานไปให้ครม. ซึ่งถ้า สภาฯ เสียงส่วนใหญ่เห็นควรว่าไม่ต้องส่งครม. ก็เท่ากับเป็นรายงานของสภาฯ ที่ทำเสร็จแล้วหนึ่งเล่ม แต่หากสภาฯ เห็นชอบ แล้วมีการส่งให้ครม. ตัวรายงาน ดังกล่าวก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งเล่มรายงานที่นำไปอ้างอิงเพื่อให้เขาไว้ใช้ดู แต่มันก็ไม่มีผลทางกฎหมาย เพียงแต่ว่า เราเป็นห่วงในเนื้อหารายงานที่มันมีความไม่ชัดเจนอยู่” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากความคับแค้น สู่การเปิดโปง อนุทิน-สีน้ำเงินพันฮั้วสว. เป้าใหญ่รอถล่มศึกซักฟอก

เริ่มโหมโรง-เรียกแขกกันแล้ว สำหรับ “ศึกซักฟอก เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” ของพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชน

พลิกเกมคดีฮั้วสว.ล้างไพ่ดีเอสไอ ระวังดาบสองคม“หันทิ่มรัฐบาล”

มติ ครม.วันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง เมื่อมีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปลอยแพเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับ 11 ปลอบใจ พร้อมตีตั๋วข้ามห้วยดึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เสียบเก้าอี้เบอร์ 1 ดีเอสไอแทนแบบไร้รอยต่อ

6 สส.ภูมิใจไทย อยุธยา ยืนยันติดตามปัญหาน้ำท่วมต่อเนื่อง ไม่นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนประชาชน ชี้ผลักดันมาตรการแก้ไขทั้งระยะสั้น-ระยะยาว เตรียมตั้งกระทู้ถามนายกฯ พรุ่งนี้

วันที่ 23 กันยายน 2569 นายปะดิธ สังขจาย สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 พร้อมด้วย นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย

'ธนกร' สวน 'ไหม' เอาไงแน่ วันก่อนด่านโยบายประชานิยม แต่วันนี้กลับยุให้แจก ‘ไทยพลัส‘ 100%

นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นางสาวศิริ

'ปกรณ์' ถก คกก.สร้างเสริมสันติสุข แก้ขัดแย้ง 20 ปี ยุติคดี ลบประวัติอาชญากรรม

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยมีพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงยุติธรรม และอนุกรรมการฯ เข้าร่วม