'จุลพันธ์' โบ้ยกฎหมายใหม่ทำให้ กยศ.อยู่ในช่วงปรับตัว!

กฎหมาย กยศ.ใหม่เริ่มพ่นพิษ! 'จุลพันธ์' เผยลูกหนี้จัดอันดับจ่ายหนี้กองทุนฯ ไว้เป็นเป้าสุดท้าย เหตุเบี้ยปรับถูก-ไม่มีคนค้ำ เล็งหารือธนาคารสร้างแรงจูงใจ

20 มิ.ย.2567 - นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่ากองทุนของบประมาณครั้งแรกในรอบหลายปี เพราะมีการปรับแก้ไขกฎหมาย กยศ. ปรับโครงสร้าง ฉะนั้นเวลานี้จึงเหมือนเป็นช่วงปรับตัวให้เข้ากับ พ.ร.บ.ใหม่ ซึ่งกองทุนของบมาทั้งสิ้น 1.9 หมื่นล้านบาท แต่เราจัดสรรให้ 800 ล้านบาท ซึ่งดูแล้วว่าบริหารจัดการได้ภายใต้กรอบเงินที่คงเหลือในกองทุน รวมถึงเงินที่ได้รับการชำระจากลูกหนี้ ยังสามารถจัดการบริหารเงินได้ในกรอบที่จะรับเงินเพิ่มเติม 800 ล้านบาท แต่ถ้าไม่พอก็มีกลไลรองรับอื่นๆ เช่น งบกลาง ยืนยันว่าจะไม่มีนักเรียน นักศึกษาหลุดจากระบบการศึกษา เพราะไม่สามารถกู้ยืม กยศ.ได้ และเรายังตั้งเป้าการกู้ยืมที่ 6.2 แสนราย แบ่งเป็นนักเรียนเก่า 75% และนักเรียนใหม่ 25%

“การแก้ไข พ.ร.บ.กยศ. เป็นการแก้เบี้ยปรับจาก 18% เหลือ 0.5% ไม่ให้มีคนค้ำประกัน และกฎหมายมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันแรกจนชำระคืนวันสุดท้าย ภายหลังจากที่ได้คำนวณใหม่แล้ว กยศ.ยังค้างเงินให้กับลูกหนี้หลายราย รวมเป็นเงินพันล้านบาท เพราะเมื่อคำนวณแล้วเขาจ่ายเกินมาก แต่ทั้งหมดอยู่ในกรอบบริหารทางการเงินที่สามารถจัดการได้” รมช.คลัง กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้เกิด Moral Hazard เล็กๆ กยศ. กลายเป็นเป้าสุดท้ายที่ประชาชนผู้กู้จะมาคืน เพราะไม่โดนฟ้อง ค้ำประกันก็ไม่มี ดอกเบี้ยก็ถูก ถ้าเทียบกับหนี้ในส่วนอื่นๆ ลูกหนี้ก็จะไปชำระหนี้อื่นๆก่อน แต่ตอนนี้เราก็ยังไม่มีแนวคิดปรับแก้ไขกฎหมาย เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นมติจากที่ประขุมรัฐสภาที่ให้ความเห็นชอบ เราก็มีภาระรับโจทย์นี้ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นประโยชน์กับนักเรียก นักศึกษา วันนี้เราไม่มีกระบองก็หากลไกให้เกิดแรงจูงใจให้เขาเป็นผู้กู้ที่ดี โดยกำลังพูดคุยกับส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ชำระดีกับ กยศ. จะถือเป็นลูกค้าเกรดเอ ถ้าเดินเข้าไปในธนาคารออมสินหรือธนาคาร ธ.ก.ส. จะมีโอกาสได้รับเงินกู้ที่ง่ายขึ้น มากขึ้น และอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน ทั้งนี้ เพื่อหาวิธีการให้กองทุนสามารถอยู่ได้อย่างมั่นคง และยืนยันการจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างพอดี ไม่มีถมเงินไปที่กองทุนใดกองทุนหนึ่ง และยืนยันผู้กู้ในปีนี้กว่า 6 แสนรายต้องได้กู้อย่างแน่นอน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จุลพันธ์' สั่งสำนักงานประกันสังคมเร่งสางบัญชีให้โปร่งใส!

'จุลพันธ์' เผยผลสอบงบการเงิน สปส. ปี 68 เร่งหน่วยงานแก้ไขปมบัญชีคลาดเคลื่อน ย้ำต้องโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นผู้ประกันตน

สภาเดือด! เท้งฉะ 5 บังเอิญพลัสปมกักตุนน้ำมัน 'มาร์ค-ไอติม' ประสานเสียงบี้ รมต.เบี้ยวกระทู้

สภาประท้วงวุ่น 'เท้ง' แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้ 'อนุทิน-พิพัฒน์' มาตอบเอง 'น้า-หลาน' ผนึกกำลังรุม 'โสภณ' จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผล 'นายกฯ-รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้

ครม. อนุมัติโครงการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี 45 รายการ วงเงินกว่า 1.11 แสนล้าน

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติรายการก่อหนี้ผู

'โสภณ' วอนวางการเมืองไว้ก่อน ผนึกกำลังแก้กม. ปลดล็อกประเทศโดยไม่ต้องใช้งบเพิ่ม

‘โสภณ’ เปิดงานสภาพบประชาชน ร่วมแก้ปัญหายาเสพติด ชี้ ต้องบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ภายใต้งบประมาณที่กระจัดกระจาย บอก วางการเมืองไว้ก่อน ผนึกกำลังแก้กม. ปลดล็อกประเทศโดยไม่ต้องใช้งบเพิ่ม

'เอกนิติ' เผยอาจไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะ หลังถก 4 หน่วยงานวางกรอบงบ 70

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยถึงถึงผลการประชุมพิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณปี 2570 ร่วมกับ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล

'ภราดร' กางยุทธศาสตร์งบปี 70 ตอบโจทย์สถานการณ์โลก-ภายในประเทศ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายการจัดทำงบประมาณปี 2570 ยึดหลักความคุ้มค่า และงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่หน่วยรับงบประมาณจะเสนอต้องเป็นงบประมาณที่ตอบโจทย์ 3 เรื่อง คือ ตอบโจทย์สถานการณ์ของโลก ตอบโจทย์กับสถานการณ์ของประเทศไทย และที่สำคัญจะต้องตอบโจทย์ในการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง