'บิ๊กป้อม' ตอบชัดเจน หลังมีข่าวสะพัดทิ้งพลังประชารัฐ

22 ส.ค.2567 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ่ายวันเดียวกัน ได้เกิดกระแสข่าว พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพปชร. เนื่องจากเกิดความขัดแย้งภายในพรรคอย่างสูง จากการส่งรายชื่อรัฐมนตรีของพรรค และจะยกพรรคพปชร.
ให้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพปชร.ไปดูแลแทน
 
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามพล.อ.ประวิตร ถึงกระแสข่าวดังกล่าว โดยพล.อ.ประวิตรยืนยันว่า "ไม่ลาออก จะลาออกทำไม ผมยังทำหน้าที่ต่อไป"
 
ขณะที่ด้านร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ยังไม่ทราบเรื่องข่าวที่ออกมา
 
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับสส.พรรคที่จ.สระบุรี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟังจากปาก 'ธรรมนัส' ไม่มีดีล 'แดง-เขียว' หยอด 'ส้ม' ลืมเรื่องก่อนเลือกตั้งหมดแล้ว ศัตรูก็กลับมารักกันได้

ที่ชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงส์ กทม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหายหน้าห

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

ดับฝันเกมเสี้ยม"2น.1พ." “ธรรมนัส"ปิดตาย'ดีลโมนาโก'

ด้วยเสถียรภาพและองคาพยพของ ระบอบสีน้ำเงิน ที่มีความเข้มแข็ง ช่องทางของฝ่ายตรงข้ามที่จะสั่นคลอนรัฐบาลอนุทินได้ก็คือการทำลายความเชื่อถือต่างๆ รวมถึงเสี้ยมให้เกิดความแตกแยก ดังที่เกิดขึ้นในยุค 3 ป. แห่งบูรพาพยัคฆ์ ที่เกิดความขัดแย้ง แย่งชิงอำนาจ ระหว่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

'อนุทิน' ตอบปม 'ธรรมนัส' บินโมนาโก ชี้สีแดงผสมเขียว ก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบุรีเซตกระทรวงมหาดไทยในเดือนสิงหาคม จะเริ่มต้น ด้วยการโยกย้ายใช่หรือไม่ ว่า

นั่นไง! กูรูชมเปาะ ‘ธรรมนัส’ ใจใหญ่ถอนฟ้อง ‘โรม-ไอซ์‘

เผย “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ตอบรับถอนฟ้องคดีอาญาที่ฟ้อง “รังสิมันต์ โรม” และ “รักชนก ศรีนอก” โดยไม่เรียกร้องให้ขอขมาหรือขอโทษ ยกเป็นผู้ใหญ่ใจใหญ่ หวังเปิดทางให้ทุกฝ่ายร่วมงานการเมืองเพื่อประโยชน์ประเทศต่อไป.