ดาหน้าดับสูตรรัฐบาลแดง-เขียว-ส้ม "อ.เชน" ยัน พท.เป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่เข้มแข็ง “ธรรมนัส” ลั่นแค่ข่าวลวง ปัดดีลโมนาโกไม่ได้เจอทักษิณ “พริษฐ์” ย้ำ "สส.ปชน." ตระหนักความไว้วางใจจาก ปชช.เสมอ “ฝ่ายค้าน” ลุยเวทีตรวจสอบฮั้ว สว.ต่อ “สว.สำรอง-อดีตผู้ตรวจการ กกต.” แฉคลิปส่งโพยฮั้ว ซัด กกต.รู้แต่ไม่จัดการ ท้าเปิดหีบลงคะแนนพิสูจน์ “ปชน.” ตื่นตั้ง คกก.คนนอกสอบปม "แก้วตา” ถูกคุกคามทางเพศ “มท.3” จ่อแจ้งจับขบวนการปล่อยข้อมูลบัตร ปชช. พุ่งเป้ากลุ่มการเมือง
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ไม่ปิดทางรัฐบาลส้ม-เขียว-แดง ว่าเรื่องนี้ต้องแยกเป็นสองส่วน คือการทำงานให้ประชาชน เพราะที่ผ่านมาเรามีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจหรือการรับมือกับภัยพิบัติน้ำท่วมน้ำแล้งต่างๆ ตรงนี้ถึงอย่างไรรัฐบาลก็ต้องเป็นปึกแผ่น ไม่อยากให้ข่าวที่เกี่ยวกับการเมืองมาทำให้บรรยากาศการทำงานของรัฐบาลเสียไป ขอย้ำว่า ปัจจุบันพรรค พท.ทำงานเต็มที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนสามารถผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ได้
นอกจากนี้ อีกด้านคือด้านการเมือง ที่มีข่าวออกมา ขอเรียนว่าส่วนตัวไม่ทราบข่าวนี้เลย และเรามีความรับผิดชอบในสิ่งที่เราทำวันนี้ เมื่อเราบอกว่าเราร่วมรัฐบาล เราก็จะทำงานอย่างเต็มที่ สำหรับความสัมพันธ์ของพรรค พท.และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นั้น ตนกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เราทำงานด้วยกันอย่างเต็มที่
ถามว่า พรรค พท.กับพรรคกล้าธรรม (กธ.) สามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ขอไม่ให้ความเห็นเรื่องนี้ แต่ส่วนของเราทำงานร่วมกับรัฐบาล และเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้
ซักว่าในพรรค พท.ใครมีอำนาจตัดสินใจเรื่องนี้ นายยศชนันกล่าวว่า อยากแยกส่วน ตนทำหน้าที่ที่ปรึกษาพรรค พท. แต่สำหรับการบริหารบ้านเมือง ตนในฐานะรองนายกฯ ก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ
เมื่อถามว่า หลังมีกระแสข่าวดังกล่าวได้คุยกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายยศชนันไม่ตอบคำถามดังกล่าวและเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที
ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค กธ. กล่าวถึงกระแสข่าวดีลลับโมนาโกว่า เรื่องที่ตนเดินทางไปต่างประเทศเพิ่งกลับมาจนเกิดข่าวลือโมนาโกหรือเรื่องต่างๆ ขอยืนยันไม่มี เพราะตนไปเฉพาะครอบครัว และไม่ได้ไปเจอใครที่ต่างประเทศเลย มีเฉพาะคณะที่เดินทางไปด้วยเท่านั้น ขอยืนยัน
ถามถึงกรณีสูตรเขียว-แดง-ส้ม เหมือนเคยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มี ตนไม่เคยคุย ไม่เคยดีลอะไรกับใคร เมื่อถามว่าเรื่องของการจับขั้วมันเป็นสัญญาณจริงหรือเป็นแค่การเบี่ยงเบนประเด็นจากพรรค ภท. ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า น่าจะเป็นเรื่องการวิเคราะห์การเมืองของนักวิชาการมากกว่า วิเคราะห์ว่าหากกรณีเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองจะเกิดขั้วการเมืองจากพรรคไหนมากกว่า ตนคิดว่าเป็นการวิเคราะห์จากการวิเคราะห์ของนักการเมืองหรือนักวิชาการ จึงนำไปสู่การเผยแพร่ในโซเชียล ตนคิดว่าเป็นแบบนี้มากกว่า
ซักว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราต้องดูว่าเขาจะอภิปรายรัฐมนตรีคนใด จะอภิปรายรายบุคคลหรือทั้งคณะ
สูตร 'แดง-เขียว-ส้ม' ข่าวลวง
เมื่อถามว่า จะประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านแบบเต็มตัว หรือจะคงไว้เผื่อสถานการณ์พลิกเกมการเมือง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ถ้าเห็นตนในการวางตัวทุกวันหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาทำเต็มที่ และเป็นคนให้โอกาสคน ในเมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารบ้านเมืองก็ให้รัฐบาลแสดงฝีมือให้เต็มที่ ถ้าวันหนึ่งไม่ไหวค่อยมานั่งคุยกัน เมื่อถามอีกว่าตอนนี้รัฐบาลโดนกระแสต่างๆ นานา มองว่ารัฐบาลยังสามารถทำงานต่อไปได้หรือควรจะต้องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตรงนี้ไม่ทราบ ตนไม่ได้เป็นรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า โอกาสที่จะพลิกเป็นเขียว-แดง-ส้ม มีมากน้อยแค่ไหน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราไม่ได้มีการคุยกันเลย เป็นการคาดการณ์และการวิเคราะห์มากกว่า เมื่อถามย้ำว่าในอนาคตไม่ปิดประตู พร้อมที่จะคุยใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า พรรค กธ.ไม่เหมือนพรรคอื่น ตนต้องคุยกับพี่น้องของตน
ถามว่า น.ส.ศิริกัญญา รองหัวหน้าพรรค ปชน. แบะท่าเหมือนส่งสัญญาณมาทางพรรค กธ. ตรงนี้พรรค กธ.จะรับไมตรีหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “เรื่องก่อนการเลือกตั้งผมลืมไปแล้ว” เมื่อถามย้ำว่าแปลว่าเริ่มต้นใหม่ได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ไม่ ผมหมายความว่าเรื่องก่อนการเลือกตั้ง ผมพูดแล้วว่าการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ผมพูดมาโดยตลอด ก่อนการเลือกตั้งคนที่เคยเป็นศัตรูกันก็กลับมารักกันได้ ต้องเห็นกับประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการพูดคุยกันนะ ต้องขอยืนยัน เดี๋ยวไปแปลความหมาย ตัดคำพูดผม ตัดบางคำไป เดี๋ยวจะเกิดความเสียหาย”
ถามว่า พรรค กธ.กับพรรค ภท.ยังจับมือกันได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “เอางี้ ผมไม่เคยคุยกับพรรคไหน” เมื่อถามว่ากับพรรค พท.ได้พูดคุยกันหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้คุยกับใครเลย ไม่ได้คุยกับพรรคไหนเลย อันนี้ยืนยัน เมื่อถามย้ำว่าได้คุยกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสปฏิเสธว่า ไม่มี เมื่อถามว่าในอนาคตเขียว-แดง-ส้มจะมีทางเกิดขึ้นได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสหัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ก็ถามถึงอนาคตที่มันยังไม่เกิด” ถามอีกว่าได้ยินดีกับนายทักษิณหลังได้รับอิสรภาพหรือยัง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้คุยกันเลย
เมื่อถามว่า ได้มีการติดต่อกับ สส.บางกลุ่มของพรรค ภท.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า พวกเราเป็น สส. สังเกตเวลาตนเข้าสภาก็มีคนมาทักทายเยอะแยะ เป็นเรื่องปกติ เพราะรู้จัก สส.เยอะ คุยกันเป็นเรื่องปกติ เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าดีลต่างๆ ที่ออกมาเป็นข่าวไม่จริงใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ข่าวลือ ข่าวลวง ไม่ใช่ข่าวลับ เมื่อถามย้ำว่า แต่ส่วนใหญ่ข่าวลือที่ออกมามันมักจะเป็นข่าวจริง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่จริงหรอก ตนยืนยัน ฟังจากปากตนนี่
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงข่าวจัดตั้งรัฐบาลแดง-เขียว-ส้มว่า ตอนนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานหลายอย่างมาก ซึ่งยังไม่ได้มีการยืนยันในแต่ละภาคส่วน สิ่งที่เราทำตอนนี้คือการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้าน เชื่อว่าสิ่งที่ สส.พรรค ปชน.ทุกคนตระหนักอยู่เสมอคือความไว้วางใจที่ประชาชนให้เราในวันเลือกตั้ง
ซักว่าหากแดงกับเขียวมาคุยด้วย จุดยืนของพรรค ปชน.จะเป็นอย่างไร นายพริษฐ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราก็มีความชัดเจนว่าเราทำหน้าที่ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน และคงไม่ไปคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น แต่ย้ำในเชิงหลักการว่าตนตระหนักอยู่เสมอว่าอยู่ในสภาแห่งนี้ได้ ได้รับการเลือกตั้งและความไว้วางใจจากประชาชน ฉะนั้นสิ่งที่เรานำเสนอกับประชาชนในวันเลือกตั้งถือเป็นสัญญาประชาคมที่เราได้ให้ไว้ และเป็นสิ่งที่เราต้องตระหนัก
พอถามว่ามองอายุของรัฐบาลจะอยู่ได้นานหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า คงไปคาดการณ์อนาคตไม่ได้ แต่สิ่งที่พรรคฝ่ายค้านทำได้คือพยายามนำเสนอให้ สส.ในสภาและนอกสภาเห็นว่าการที่รัฐบาลนี้อยู่ต่อไปจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ที่ตอนนี้กระจายไปในหลายภาคส่วนและหลายระดับ
“คิดว่าจะทำเต็มที่ในบทบาทตรงนั้น หากมีการเลือกตั้งครั้งถัดไปเมื่อไร เราก็พร้อมจะนำเสนอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับประชาชน ให้นำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่า” นายพริษฐ์กล่าว
ส้มโต้น้ำเงินไม่เกี่ยวฮั้ว สว.
ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาคพิเศษ) เราไว้ใจ กกต.ได้แค่ไหน?" โดยมีพยานบุคคลร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ได้แก่ นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์ สว.สำรอง, พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ สว.สำรอง และ พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการ กกต.
นางศรินทรกล่าวตอนหนึ่งว่า หลังจากที่เลือกเสร็จสิ้นตนได้กลับไปศึกษาคุณสมบัติของผู้สมัครหลายหลายคน พบผู้สมัครบางคนอายุ 40 มีคุณสมบัติที่น่าสงสัย เขียนว่าเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยฯ 10 ปี แต่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าข้อมูลเป็นเท็จ และข้อมูลที่อ้างว่าเป็นพยาบาลโรงพยาบาลสินแพทย์ เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าเป็นเท็จ จึงทำเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. สุดท้ายจนถึงปัจจุบันเรื่องเงียบ และบุคคลดังกล่าวได้เป็น สว.ชุดปัจจุบัน
พล.ต.ต.บัญญัติกล่าวว่า การให้ กกต.เพียงฝ่ายเดียวมีอำนาจเด็ดขาดในการดำเนินการเรื่องของการเลือก ซึ่งตนกับเพื่อนเห็นอยู่กับหู รู้อยู่กับตา เห็นกันอยู่ แต่ทำอะไรไม่ได้ ถูกจับโยนทิ้ง ไม่ให้ขึ้นสู่เวที ฉะนั้นประเด็นนี้คิดว่าจะต้องมีการปรับแก้ในเรื่องของการให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้ ให้เป็นผู้เสียหายในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
ส่วน พ.ต.อ.มนัส ได้เปิดคลิปวิดีโอการส่งโพยเข้าไปในสถานที่เลือกตั้ง และการเก็บโพยในการเลือก สว. วันที่ 26 มิ.ย.2567 ช่วงประมาณ 18.30 น. ซึ่งในคลิปมีการประกาศว่าไม่ให้เอกสารเข้า และพูดชัดว่าจะมีการแจก สว.3 ฉบับใหม่ให้กับผู้สมัครที่ผ่านรอบเช้ามา ขณะที่คลิปที่สองเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เดินถามว่าคนไหนมีโพย และห้ามมีโพยพร้อมเดินเก็บโพย ในคลิปที่ 3 เป็นภาพของนายนิยม จันทร์เยี่ยม ผอ.กกต.อุตรดิตถ์ ที่เก็บโพยมาเต็มกระเป๋า และลงบันทึกเซ็นเอกสารประจำหน่วยว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่นายแสวงกลับออกมาบอกว่าไม่มีอะไร
พ.ต.อ.มนัสกล่าวว่า ตนคิดได้ 3 ข้อที่ทำให้การเลือก สว.ครั้งนี้มีความไม่ชอบมาพากล คือ 1.การจัดสถานที่เลือก สว. ตามกฎหมายให้เป็นความลับ แต่กลับจัดในห้องแบบรวม 2.ระเบียบที่เขียนไว้ว่าให้ใช้หมายเลขเดิมตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับประเทศ ทำให้สามารถวางแผนฮั้วได้ และ 3.ประธาน กกต.ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน แต่ปรากฏว่าตั้งลูกน้องนายแสวงมาสอบนายแสวงเอง กกต.ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาล มีเหตุสงสัยควรส่งฟ้องศาลไม่ใช่ยกเรื่อง
"กกต.อย่าทำตัวเป็นศาล ต้องส่งศาล ที่บอกว่าคะแนนซ้ำจะเป็นจริงหรือไม่ ขอให้เปิดหีบลงคะแนนเพื่อพิสูจน์การลงคะแนนฮั้ว ผมขอท้า กกต.ให้เปิดหีบพิสูจน์" อดีตผู้ตรวจการ กกต.ระบุ
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ และอดีตกรรมการปฏิรูปประเทศ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอเสนอไปยังพรรคฝ่ายค้านให้เสนอแก้รัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ สว. คู่ขนานกับการจัดทำฉบับใหม่ทั้งฉบับเพื่อแก้ปัญหาไปก่อน เนื่องจากไม่รู้ว่าการทำใหม่ทั้งฉบับจะผ่านหรือจะถูกยอมรับหรือไม่ และตนขอเสนอให้ สว. หากจะมีให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ให้แต่ละจังหวัดเลือกกันเอง
จากนั้นนายพริษฐ์สรุป 5 พฤติกรรมของ กกต.ที่ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจ คือ 1.ออกระเบียบ กกต.เกี่ยวกับการเลือก สว. ที่อาจจะยังไม่รัดกุมเพียงพอในการป้องกันการทุจริต 2.การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครที่อาจจะยังไม่รอบคอบเพียงพอ 3.การปล่อยปละละเลยการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้นในวันเลือก สว. โดยเฉพาะการเลือกระดับประเทศ 4.ข้อสงสัยหรือข้อครหาเกี่ยวกับการเตะถ่วงคดีและการตั้งคณะอนุฯ ขึ้นมาฟอกขาวในคดีดังกล่าว และ 5.เป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่เรากังวลว่าจะเกิดขึ้นคือการเตรียมเป่าคดี อ้างหลักฐานไม่เพียงพอหรือไม่เพื่อให้เรื่องไปไม่ถึงศาล
“เราไม่มั่นใจว่า กกต.จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพราะเราเห็นว่าที่ผ่านมามีขั้นตอนตั้งแต่ก่อนเลือก สว. และคดีหลังจากการเลือก สว.ผ่านไปแล้ว เราหวังว่าเราจะคิดผิด และหวังว่า กกต.จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการตรวจสอบคดีนี้ ด้วยหลักฐานที่ละเอียดหนักแน่น กกต.ควรที่จะส่งเรื่องไปที่ศาลตามมติของคณะอนุฯ ไต่สวนชุดที่ 26” นายพริษฐ์กล่าว
หลังเสร็จงานเสวนา นายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์กรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรค ภท. เตรียมเปิดหลักฐานว่ามี สว.สีส้มที่ประชุมร่วมกันอาจเข้าข่ายฮั้วว่า ตนคงตอบรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่นายศุภชัยพูดถึงไม่ได้
ถามว่า จะชี้แจงอย่างไรที่มีการโยง สว.ประชาชนมาถึงตัวพรรค ปชน. รวมถึงมีคนพูดถึงขั้นเป็นการต่างตอบแทน นายพริษฐ์กล่าวว่า หากในนามพรรค ปชน. เราต้องยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน และพรรคไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เราคงปฏิเสธข้อเท็จจริงไม่ได้ว่าอาจจะมีบางคนที่เคยลงสมัคร สว. แล้วก็เข้ามาสู่กระบวนการการเสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส. แล้วก็ผ่านการคัดเลือกมา
“สิ่งที่ผมยืนยันได้คือการเป็นบุคคลที่เคยลงสมัครหรือไม่เคยลงสมัคร สว.นั้น ไม่ได้เป็นปัจจัยใดๆ เลยในการมาตัดสินใจว่าบุคคลที่สมัครเข้ามาคนไหนมีความเหมาะสมที่จะลงสมัคร สส.ในนามของพรรค ปชน.” นายพริษฐ์กล่าว
เมื่อถามว่า ทนายของพรรค ภท.พยายามจัดการให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างอดีตแกนนำของพรรค ปชน. ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.ที่ผ่านมา นายพริษฐ์กล่าวว่า อย่างที่ตนย้ำว่า ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ใครก็ตามที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต สว. ตนเห็นว่า กกต.ก็ควรที่จะตรวจสอบแล้วก็ส่งเรื่องไปที่ศาล การตรวจสอบที่เราดำเนินการอยู่เวลานี้
บัตร ปชช.คนการเมืองหลุด
ส่วนนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นหลักฐานต่อนายพริษฐ์ เป็นสเตทเมนต์ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2567 ถึงวันที่ 27 เม.ย.2568 ของเลขาฯ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่มีส่วนร่วม โดยมีชื่อย่อ “ญ.” ที่โอนเงินให้กับหลานของนางสุขสมรวยรวมถึงคนสนิท ซึ่งเส้นเงินนั้นมีนัยสำคัญคือ โอนเข้าไปในเครือข่ายฮั้ว สว.ให้กับผู้สมัคร สว.ในจังหวัดอำนาจเจริญ และเครือข่ายสุราษฎร์ธานี จำนวน 5 แสนบาท นอกจากนี้ โอนให้ กกต.เกือบ 1 ล้านบาท
ด้าน น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรค ปชน. กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบกรณี น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีต สส.กทม. พรรค ปชน. ถูกคุกคามทางเพศว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการโดยไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาชุดที่ผ่านมาขึ้นมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เสียหายรู้สึกสบายใจที่สุด วางใจที่สุด และปลอดภัยที่สุด
“ยอมรับว่าในอดีตตามความเห็นของคุณแก้วตา วิธีการจัดการรับมือกับเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ดีมากพอที่จะทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยต่อการที่จะสื่อสารในสิ่งนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ในวันนี้เราตระหนักรู้และมีพัฒนาการทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมในปัจจุบันสามารถมอบความเป็นธรรมให้กับคุณแก้วตาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดได้ ส่วนเรื่องความชัดเจนของเรื่องนี้ คงจะให้ข้อมูลได้หลังจากนี้ เพราะขณะนี้ความชัดเจนยังมีไม่เพียงพอ” น.ส.พนิดากล่าว
วันเดียวกัน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลบนโลกโซเชียลมีเดียว่า ขณะนี้กรมการปกครอง ในฐานะเจ้าของข้อมูลกลาง เตรียมดำเนินการแจ้งความกับบุคคลที่นำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยข้อมูลที่หลุดออกไปเป็นข้อมูลบัตรประชาชน ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้นำไปเผยแพร่บนโลกอินเทอร์เน็ต สำหรับภาพของตนที่หลุดออกไปเป็นภาพถ่ายติดบัตรประชาชน ส่วนของบุคคลอื่นตนไม่ทราบ
“ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบว่าข้อมูลหลุดจากหน่วยงานใด แต่เบื้องต้นยืนยันข้อมูลไม่ได้หลุดจากกรมการปกครองอย่างแน่นอน แต่อาจหลุดจากหน่วยงานอื่นที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง โดยข้อมูลที่มีการเผยแพร่นั้นเป็นข้อมูลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมือง โดยมีการเล็งเป้าไปยังบุคคลเพียงบางกลุ่มเท่านั้น” รมช.มหาดไทยกล่าว
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้สั่งให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ตรวจสอบกรณีข้อมูลส่วนบุคคลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รวมถึงรัฐมนตรีและข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่หลุดออกจากระบบแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คดี44ส้มลากยาวกลางปี70
ศาลฎีกาตรวจหลักฐานคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ไต่สวนพยานปากสุดท้าย 18 พ.ค.ปีหน้า
สรณร้องศาลวืดยกแรก จับตาถก‘บอร์ดกสทช.’
“สรณ” ดิ้นอีกเฮือก! ฟ้องคดี กก.สรรหาฯ ต่อศาลปกครอง ร่ายยิบ 92 หน้า
ชูผนึก‘อาเซียน’ หนูชี้ไทย-เขมร ทวิภาคีฟื้นไว้ใจ
นายกฯ เปิดเวทีธุรกิจไทย-อินโดนีเซีย ดัน 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ
ไร้นักการเมืองโกง! ปกรณ์ปิดจ๊อบบิ๊กขรก.-คนนอกนับร้อยเอี่ยวชงอนุทินฟัน
"ปกรณ์" เผย คกก.สอบโกงท้องถิ่นสรุปผลเตรียมส่งนายกฯ เร็วๆ นี้
ฟังจากปาก 'ธรรมนัส' ไม่มีดีล 'แดง-เขียว' หยอด 'ส้ม' ลืมเรื่องก่อนเลือกตั้งหมดแล้ว ศัตรูก็กลับมารักกันได้
ที่ชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงส์ กทม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหายหน้าห
จับตา‘กลุ่มเสี่ยง’ พ้นโทษ5พันคน!
ยธ.นั่งไม่ติดเรียกถกคดีสะเทือนขวัญ ผวา! สั่งเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงภัยสังคม 5 พันคน

