หรอยแรง! 'ไตรรงค์' หวนคืนเวทีปราศรัย เชือด 'ประวิตร-ธรรมนัส'

14 ม.ค.2565 - ที่หน้าลานองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดชุมพร นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นปราศรัยเวทีเลือกตั้งซ่อมชุมพร เขต 1 ในรอบ 8 ปี โดยเน้นย้ำถึงวัฒนธรรมทางการเมืองและมารยาททางการเมือง โดยเฉพาะในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันต้องไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เพราะในสนามเลือกตั้งทุกพรรคการเมืองเหมือนพี่น้องกันหมด พร้อมกล่าวติดตลกว่า ส่วนตัวไม่ได้ห่วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ห่วงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่รู้จะตกบันไดเมื่อใด ยืนยัน ไม่ได้มาปราศรัยด่าใคร แค่มาเอาใจช่วย

"ส่วนตัวผิดหวังกับลุงป้อมที่เป็นผู้ใหญ่มาเล่นการเมือง เพราะคนที่เป็นรัฐบุรุษต้องมองการณ์ไกล ต้องเห็นผลประโยชน์ของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของพรรค หากลุงป้อมต้องการช่วยชาติบ้านเมืองต้องสำรวจตัวเองว่า เล่นการเมืองเพื่ออะไร การเลือกตั้งก็ต้องมองการณ์ไกล ที่ต้องมีแนวร่วมไม่ใช่มีแค่เงิน แล้วจะมีพรรคร่วมไปทำไม เที่ยวกวนตีนแต่พรรคร่วม" นายไตรรงค์ กล่าว

นอกจากนี้ นายไตรรงค์ กล่าวถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ว่า ตนไม่ใช่นักเลง แต่นักเลงก็เรียกพี่ มองว่า ร.อ.ธรรมนัส ไร้เดียงสาทางการเมือง พล.อ.ประวิตรต้องดึงสติไว้บ้าง อย่าฟังมากเกินไป มีทรัพย์อับปัญญา มีปัญหาต้องเตือนกัน พร้อมย้ำทุกนโยบายที่เกิดขึ้นหลังจากการจัดตั้งรัฐบาล ถือเป็นนโยบายของทุกพรรค ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง อย่าไปดูถูกใคร เป็นคนบ้าหรือเปล่า นึกว่าเราทำไม่เป็นหรือ แต่ประชาธิปัตย์ไม่อยากทำ หากใช้วิธีนี้ ประชาธิปไตยก็ไม่พัฒนา ที่เอาแต่ใช้เงิน ใช้อิทธิพล จึงขอให้ใช้สมองและเหตุผล รวมถึงนโยบายมาสู้กันดีกว่า

นายไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่โกง แต่ถ้าการเลือกตั้งใหม่แล้ว คนทางดูไบกลับเข้ามา ก็เกิดปัญหาอีก พร้อมยกถึงปัญหาโครงการจำนำข้าวในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เสียหายไปกว่า 7 แสนล้าน และมีอีกหลายคดีที่มีการทุจริต จนเกิดการชุมนุม ภายใต้กลุ่ม กปปส. เพื่อต่อต้านรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เป็นการชุมนุมที่ยาวนานที่สุดในโลก หากไม่ออกมาต่อสู้ บ้านเมืองจะเสียหายมาก ดังนั้น ปัญหาของชาติคือคนดีวางเฉย โดยยกตัวอย่าง นายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร และแกนนำ กปปส. ที่ออกมาต่อสู้เพื่อชาติ ดังนั้น วันนี้ไม่ได้มาหาเสียง ไม่ได้มาด่าพรรคไหน แต่มาขอให้ประชาชนเป็นผู้พิพากษาในการเลือกนายอิสรพงษ์ มากอำไพ เบอร์ 1 เข้ามาเป็นผู้แทน