ประธานกกต. คาดพรุ่งนี้สี่ทุ่ม รู้ผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร

15 ม.ค.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงายว่า​ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)​ ซึ่งอยู่ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อดูความพร้อมการจัดเตรียมและแจกอุปกรณ์สำหรับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ที่จะมีการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ (16​ ม.ค.2565)​ โดยย้ำถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งซ่อมว่า​ ทุกส่วนให้ความร่วมมือ เพิ่มความเข้มข้นในการป้องปรามการทุจริตการเลือกตั้ง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้สั่งการเจ้าหน้าที่ ห้ามกระทำการขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง และผู้บังการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ยังได้เพิ่มจุดตรวจในพื้นที่สำคัญ

นายอิทธิพร กล่าวว่า เมื่อปิดหีบลงคะแนนเลือกตั้งเวลา 17.00 น. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องในเบื้องต้นและประกาศนับคะแนน ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้ง 280 หน่วย โดยหน่วยเลือกตั้งที่มีผู้มีสิทธิ์ที่ตั้งมากที่สุด 800 คน ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุดจำนวน 200 คน โดยเฉลี่ยแล้วมีหน่วยละ 500 คน คาดว่าการติดประกาศผลการนับคะแนนที่หน้าหน่วยจะแล้วเสร็จในเวลา 19.00 น. ส่วนการนำผลนับคะแนนทั้งหมดมารวมที่ศูนย์ปฏิบัติการคาดว่าจะแล้วเสร็จในเวลา 22.00 น. จะได้รับผลการประกาศคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ

ส่วนคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งเขต 1 ชุมพร ขณะนี้ยังไม่มีคำร้องใด ส่วนที่สงขลามี 1 คำร้องเรื่องการปราศรัยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ รออยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาคำร้อง หากมีการรับคำร้องก็จะเข้าสู่กระบวนการไต่สวน​ และขณะนี้ในพื้นที่การเลือกตั้งซ่อมยังไม่มีรายงานเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงเข้ามา ซึ่งมีทีมผู้ตรวจการเลือกตั้ง และชุดหาข่าว กกต. รวมถึงชุดเคลื่อนที่เร็วที่ร่วมมือกับตำรวจ ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่ และฝากเตือนประชาชนจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง รวมถึงผู้สมัครระวังกระทำผิดกฏหมายในการหาเสียงหลังเวลา 18.00 น.

“ฝากไปยังประชาชนพลเมืองดี หากพบเห็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง สามารถแจ้งเบาะแสเข้ามายัง กกต.หรือแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่นตาสับปะรด ซึ่งกกต. มีระบบคุ้มครองพยาน และการให้เงินรางวัลผู้ที่แจ้งเบาะแสด้วย” นายอิทธิพร กล่าว

ส่วน มติ กกต. สั่งใบเหลืองนายวัฒนา สิทธิวังส.ส.ลำปาง พลังประชารัฐ นายอิทธิพร​ กล่าวว่า​พิจารณาคำร้องแล้วมีหลักฐานเพียงพอที่เชื่อว่ามีการกระทำผิดตามคำร้องทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต จึงต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ทั้งนี้ศาลฎีกาจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด