'หมอเปรม-นันทนา' รุมโวยรัฐมนตรี เทกระทู้สภาสูง

สว. โวย ‘รมต.’ เท ตอบกระทู้ ถ่ายโอน รพ.สต.-แก้ปัญหาการครอบงำของอีคอมเมิร์ซข้ามชาติ ‘หมอเปรม’ ซัด 30บาทรักษาทุกที่คือที่ไหน ขณะที่ ‘นันทนา’ ฉะ ‘รมว.พณ.’ ไม่สนใจช่วยเอสเอ็มอี

16 ก.ย. 2567 – เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามเป็นหนังสือจำนวน 2 กระทู้ แต่เนื่องจากกระทู้ถามเรื่องนโยบายการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถามนายกรัฐมนตรี และนายกฯ มอบหมาย ให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ โดยขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามไปเป็นวันที่ 23 ก.ย. และกระทู้ถามเรื่องขอให้รัฐบาลเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบงำของอีคอมเมิร์ซข้ามชาติเพื่อปกป้องผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในไทยของ น.ส. นันทนา นันทวโรภาส สว. ถามนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยขอเลื่อนการตอบกระทู้ไปเป็นวันที่ 7 ต.ค. ดังนั้นวันนี้จึงไม่มีการถามตอบกระทู้ถามที่เป็นหนังสือ

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ทราบเมื่อช่วงเช้าว่านายกฯ มอบหมายให้ รมว.มหาดไทย มาตอบ แต่ รมว.มหาดไทย ก็มอบหมายรัฐมนตรีช่วย มาตอบแทน ดังนั้นอยากตั้งเป็นข้อสังเกตว่าจริงๆ แล้ว เรื่องการถ่ายโอน รพ.สต. เป็นนโยบายเรือธง ของรัฐบาลคือนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ จึงต้องถามว่าทุกที่หมายถึงที่ไหน เพราะที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุดคือ รพ.สต. แต่วันนี้ที่ภาคใต้ รพ.สต.ตอนนี้เกิดปัญหามาก ทั้งบุคลากรและงบประมาณไม่พร้อม วันที่ 30 ก.ย. นี้ บุคลากร รพ.สต.จำนวนหนึ่งก็ต้องเกษียณ แต่ไม่มีการบรรจุคนใหม่เข้ามาแทนความโกลาหลจะเกิดขึ้นกับประชาชนผู้รับบริการ ดังนั้นจึงถามกระทู้นี้เพราะคิดว่าเป็นกระทู้ด่วน ซึ่งเสนอกระทู้นี้ตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน แต่ปรากฏว่านายเศรษฐาต้องออกจากตำแหน่ง แต่เมื่อมาเป็นรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กระทู้ของตนก็ถูกเลื่อนออกไปอีก

“ดังนั้นเมื่อรมว.มหาดไทย ได้รับมอบมาแล้วก็อยากให้มาตอบกระทู้ในวันที่กำหนดไว้จริงๆ เพราะไม่อย่างนั้นจะมีเหตุต้องเลื่อนไปอีกก็ไม่รู้จบสักที และวันที่ 30 ก.ย. ที่บุคลากรเกษียณ จะทำให้ รพ.สต.ทั่วประเทศเกือบหมื่นแห่งไม่มีบุคลากร สมบูรณ์แบบเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ อยากให้ประธานฯ ช่วยขันน็อตให้รัฐมนตรีมาตอบด้วย อย่ากลัวว่าสภาจะมีปัญหาอะไรกับท่าน เพียงแต่ต้องการให้ท่านรักษาคำมั่นกับสภาว่า เมื่อท่านแถลงนโยบายไปแล้วก็อยากให้ทำงานตามนโยบาย ถ้าเลื่อนออกไปแสดงว่านโยบายของท่านไม่จริงจังอะไรเลย แล้วประชาชนจะหวังอะไร” นพ.เปรมศักดิ์ ระบุ

ด้าน น.ส.นันทนา กล่าวว่า ได้ยื่นกระทู้เรื่องการครอบงำของอีคอมเมิร์ซข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไทย ตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ตอนนี้เอสเอ็มอีไทยกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก กำลังสูญสลายและหมดเนื้อหมดตัว ตนตั้งใจที่จะให้ รมว.พาณิชย์มาตอบว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร แม้ท่านเพิ่งรับตำแหน่ง แต่คิดว่าท่านสามารถที่จะมาตอบได้เลย แต่เหตุไฉนท่านจึงเลื่อนการมาตอบกระทู้ไปถึงวันที่ 7 ต.ค. สถานการณ์ตรงนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนที่ทำธุรกิจอยู่กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก แต่รัฐมนตรีกลับมองว่าเอาไว้วันที่ 7 ต.ค. ค่อยมาตอบก็ได้ เมื่อถึงตอนนั้นตนไม่แน่ใจว่าท่านจะมาตอบหรือไม่ ทั้งที่ในขณะที่ท่านเพิ่งเข้ารับตำแหน่งท่านยังไม่มีงานอะไรมากมาย ท่านรีบมาตอบแล้วแก้ปัญหาให้กับประชาชนก่อนที่เขาจะเจ๊งกันไปหมดทั้งประเทศ

“ดิฉันไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่มาตอบกระทู้ หรือมองความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องเล็กน้อย ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ใส่เอาไว้ในนโยบายเร่งด่วนว่าจะช่วยเหลือเอสเอ็มอี การไม่มาตอบกระทู้ถือว่าขัดแย้งกับสิ่งที่รัฐบาลได้แถลงไว้ในนโยบาย ดิฉันจึงมีความรู้สึกว่าวันที่ 7 ต.ค. รมว.พาณิชย์ ควรจะมาตอบและไม่ควรจะเลื่อนหรือส่งตัวแทนมาตอบหากท่านเคารพต่อความเดือดร้อนของประชาชน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าครั้งหน้า รมว.พาณิชย์ จะมาตอบนี้” น.ส.นันทนา ระบุ

น.ส.นันทนา กล่าวด้วยว่า ที่สำคัญทำให้ตนเสียสิทธิ์ในการที่จะตั้งกระทู้ถามสด เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าเมื่อกระทู้ของตนบรรจุแล้วก็ไม่สามารถที่จะถามกระทู้สดได้ ทั้งที่ตนตั้งใจจะถามกระทู้สดด้วยวาจาเรื่องใหญ่คือการแทรกแซงเสรีภาพทางวิชาการของนักวิชาการไทยที่ถูกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สั่งแบนหนังสือที่เป็นงานวิจัยดีเด่นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใครก็ตามตนคิดว่าเรื่องของการละเมิดเสรีภาพทางวิชาการเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งตนจะดำเนินการในโอกาสต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอาจริง! รัฐบาลตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน

“อนุทิน” ลงนามตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน ดึงหัวหน้าส่วนราชการ-ตัวแทนเอกชน นั่งกรรมการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฮับผลิตชิปขั้นสูงอาเซียน ดันสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไทย ผลักดันเป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ควบคู่พัฒนาบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม 14 มิถุนายน 2569 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 192/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการแถลงต่อรัฐสภาว่ารัฐบาลมีนโยบายในนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพ การเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ เช่น ดิจิทัล AI หุ่นยนต์(Robotic) เซมิคอนดักเตอร์ อาหารแปรรูปมูลค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่การแพทย์และสุขภาพ ซึ่งอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจำนวนมากต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์เป็นอุปกรณ์ และส่วนประกอบที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดึงดูดการลงทุน และวางยุทธศาสตร์การผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน และผลักดันผลิตภัณฑ์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ให้เกิดจริงภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ ปี พ.ศ. 2593 โดยเน้นยุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน ทั้งนี้เผื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงนายกรัฐมนตรีจึงได้มีคำสั่งให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติขึ้น โดยนโยบายนี้จะสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโช่อุปทานของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ทำให้เกิดการพัฒนาบุคลากรและปัจจัยสนับสนุนการลงทุน นำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในภาพรวมและการสร้างขีดความสามารถของประเทศในการเป็นฐานการผลิตเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนได้ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการฯมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการประกอบไปด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี นายอนุชิต อนุชิตานุกูล กรรมการ และมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นกรรมการและเลขานุการ สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯได้แก่ 1.กำหนดทิศทางนโยบาย แผนแม่บท และเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย 2.พิจารณาแผนงานและโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการพัฒนา อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ 3.บูรณาการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง ตามแผนงานและกรอบแนวทางที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงใหเเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป 4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และ 5.ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของหน่วยงานต้นสังกัดของเลขานุการคณะอนุกรรมการ

รัฐบาลสั่งขรก.ไว้ทุกข์-ลดธงครึ่งเสา 15 วัน พร้อมเตรียมงานพระราชพิธีพระศพ

ครม.น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' สั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา 15 วัน นายกฯ นำคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพ 13 มิ.ย. ไม่ห้ามจัดกิจกรรม-งานรื่นเริง ให้ ปชช.ดำเนินชีวิตปกติ

นายกฯ แจงช่วงไว้อาลัย ปชช.ใช้ชีวิตปกติ งานรื่นเริง-คอนเสิร์ตยังจัดได้

นายกฯ นำ ครม. ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' บอกปชช.ใช้ชีวิตปกติ เชื่อทุกคนรู้ดีการปฏิบัติตัวให้เหมาะสม

นายกฯ แถลงการณ์ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' ชวนคนไทยน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ

นายกฯ แถลงการณ์ผ่านทีวีพูล ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้

ทำเนียบฯ ลดธงครึ่งเสา ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'

ทำเนียบรัฐบาลลดธงครึ่งเสา ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' ขณะที่นายกฯ หัวโต๊ะ ครม.นัดพิเศษ หารือมอบหมายภารกิจถวายงานพระราชพิธี