'ไอติม' ไม่สน 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่น เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว.

‘พริษฐ์’ ไม่หวั่น ‘ทรงศักดิ์’ ฟ้องหมิ่นประมาท เดินหน้าเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ชี้ข้อมูลบัตรลงคะแนนสอดคล้องโพย จี้ ‘กกต.’ ส่งศาลตรวจสอบ

3 ส.ค. 2569 – นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีวันที่ 2 ส.ค. ทนายความของนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งความที่ จ.บึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีอาญากับตนในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยระบุว่า เข้าใจว่าสาเหตุหลัก สืบเนื่องมาจากการที่นายสนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ อดีตผู้สมัคร สว. พยานบุคคลจากหนองบัวลำภู ได้ให้ข้อมูลบนเวทีวิปฝ่ายค้านว่าได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการจัดตั้ง จ้างคนมาลงสมัคร สว. นำโดยนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. และยังเล่าว่ามีบางช่วงที่ตนได้ยินนายสรชาติ โทรไปรายงานนายทรงศักดิ์ ที่ ณ ตอนนั้น เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับรายชื่อผู้สมัคร สว. ที่ถูกดึงมาอยู่ในขบวนการ

แม้ สว. สรชาติ ยอมรับว่าเป็นเพื่อนของนายทรงศักดิ์ และได้โทรคุยกับนายทรงศักดิ์จริงในช่วงการเลือก สว. แต่ นายสรชาติ ยืนยันว่าไม่ได้คุยกับนายทรงศักดิ์เรื่องการเลือก สว. และไม่เคยมีส่วนในขบวนการโกง สว. ใดๆ (อ้างอิง: https://www.bbc.com/thai/articles/c5y6085rlr6o)

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น เป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบและพิสูจน์กันต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการที่คนในรัฐบาลฟ้องตนครั้งนี้ จะไม่ทำให้ตนหยุดเดินหน้าตรวจสอบคดีโกง สว. ต่อไป และตนขอเดินหน้าต่อในวันนี้ ด้วยการเปิดข้อมูลใหม่ให้เห็นว่าทำไม ตนจึงเห็นว่าคำพูดของนายสรชาติ ขาดความน่าเชื่อถือ-คงเส้นคงวา และทำไมจึงมีเหตุที่ทำให้สังคมสงสัยได้ว่านายทรงศักดิ์ อาจรับรู้หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการโกง สว. ที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

นายพริษฐ์ ระบุว่า วันนี้ขอนำเสนอหลักฐานใหม่จากบัตรเลือก สว. ระดับประเทศ ที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยง ระหว่างนายสรชาติ กับนายพรเพิ่ม ทองศรี สว. ซึ่งเป็นพี่ชายของนายทรงศักดิ์ที่กำลังฟ้องตน ในการเลือก สว. ที่ผ่านมานายสรชาติ กับนายพรเพิ่ม ได้สมัครเป็น สว. กลุ่ม 13 โดยในการเลือกระดับประเทศรอบสุดท้าย นายสรชาติ หมายเลข 111 ได้รับเลือกเป็น สว. ด้วยคะแนนสูงเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม 13 ขณะที่นายพรเพิ่ม หมายเลข 65 ได้รับเลือกเป็น สว. ด้วยคะแนนสูงเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม 13

นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า คำถามสำคัญ คือ สว. 2 คนนี้ ต่างคนต่างถูกรับเลือกมาเป็น สว. หรือ สว. 2 คนนี้ มีการจับมือกัน วางแผนกัน หรือแม้กระทั่งร่วมมือกันในขบวนการโกง สว. ที่ถูกกล่าวหา ตั้งแต่ก่อนวันเลือก สว. ซึ่งหากเราเจาะลึกหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เราจะค้นพบว่า 1.ในบรรดาโพยใบสั่งต่างๆ ที่ถูกรวบรวมมาได้ในคดีนี้ เราจะเห็นได้ว่าตัวเลขในกลุ่ม 13 ของแทบทุกโพย จะปรากฏหมายเลขผู้สมัครของทั้งนายสรชาติและนายพรเพิ่มอยู่คู่กันเสมอ

โดยหมายเลขผู้สมัครของกลุ่ม 13 ที่ปรากฏใน 4 โพย ซึ่งแต่ละโพยจะมีเบอร์ผู้สมัครแค่ 5 เบอร์ต่อกลุ่ม เนื่องจากผู้สมัคร สว. จะเลือกได้แค่ 5 คนต่อกลุ่ม ในรอบสุดท้ายซึ่งเป็นการเลือกไขว้ระหว่างกลุ่ม ดังนี้ โพย A 65-111-36-123-1 โพย B 65-111-36-123-9 โพย C 65-111-36-123-39 และ โพย D 65-111-123-1-9

2.นายสรชาติและนายพรเพิ่ม ได้คะแนนส่วนใหญ่ จากผู้สมัครที่ลงคะแนนให้กับทั้งนายสรชาติ และนายพรเพิ่ม มากกว่าผู้สมัครที่ลงคะแนนให้กับแค่คนใดคนหนึ่ง คือนายสรชาติได้ทั้งหมด 66 คะแนน และนายพรเพิ่มได้ทั้งหมด 60 คะแนน จากการตรวจสอบบัตรเลือก สว. เบื้องต้น เราค้นพบว่ามีผู้สมัครถึง 44 คน ที่ลงคะแนนให้กับทั้งนายสรชาติ และนายพรเพิ่ม หมายความว่าสูงถึง 67% ของคะแนนที่นายสรชาติ ได้รับและ 73% ของคะแนนที่นายพรเพิ่มได้ มีที่มาจากผู้สมัครที่ลงคะแนนให้กับทั้งสรชาติและพรเพิ่ม

3.ตัวเลขที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งจำนวนมาก เป็นตัวเลขที่ตรงตามโพยใบสั่งอย่างชัดเจน เช่น โพย A 65-111-36-123-1 มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย 11 ใบ มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย และเรียงลำดับเป๊ะๆ ตามโพย 8 ใบ หรือ โพย B 65-111-36-123-9 มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย 9 ใบ มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย และเรียงลำดับเป๊ะๆตามโพย 7 ใบ

ส่วนโพย C 65-111-36-123-39 มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย 5 ใบ มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย และเรียงลำดับเป๊ะๆ ตามโพย 4 ใบ และ โพย D 65-111-123-1-9 มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย 5 ใบ มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย และเรียงลำดับเป๊ะๆ ตามโพย 3 ใบ

“ทั้งหมดนี้ประกอบกันเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีขบวนการโกง สว. แล้วหรือยังครับ กกต. เพราะหากใช่ ผมต้องย้ำว่า กกต. ไม่ได้มีหน้าที่จะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงจนสิ้นข้อสงสัย แต่มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 62 ที่จะต้องส่งเรื่องต่อไปที่ศาลเพื่อให้ศาลพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่” นายพริษฐ์ ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดชื่อ 25 สว.สำรอง 17 กลุ่ม ใครบ้างมีสิทธิเลื่อนขึ้น หาก 26 สว.พ้นตำแหน่ง

เปิดบัญชี 25 สว.สำรอง 17 กลุ่ม หลัง กกต.มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา 26 สว.ในคดีเลือก สว. พบชื่อ “ศรีวราห์-คำรบ-นุชนารถ-ณพลเดช”

'อนุทิน' ชี้จุดเริ่มมาจากการเมือง ลากภูมิใจไทยไปเอี่ยวคดีฮั้ว สว.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเสียงวิพากษณ์วิจารณ์คดีฮั้วสว. ที่ยังคงมีต่อเนื่องว่า ตนยืนยันเหมือนเดิมรัฐบาลไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับการตัดสินใจหรือมติหรือการส่งดำเนินคดีใดๆก็ตาม

ทิ้งบอมบ์! ปูดสภาสูงปีก 'น้ำเงิน' ลุยเติมเสียงดูด สว. เข้าก๊วน

ระเบิดลงวุฒิสภา! ปูดสภาสูงปีกน้ำเงินเดินเกมเติมเสียงดูด สว. เข้าก๊วน เชื่อคนอยากได้ตำแหน่งยังไปวิ่งเต้นที่เขากระโดง-ซอยรางน้ำ เหตุแม้ยื่นสอย 26 คน แต่ยังคุมเบ็ดเสร็จ

'โอฬาร' ชี้ กกต.ไม่ใช่ 'บุรุษไปรษณีย์' ต้องกลั่นกรองหลักฐานก่อนส่งศาล คดี สว.ใช้กระแสตัดสินไม

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่า ภายหลังประกาศรับรองผลการเลือก สว.แล้ว กกต.ไม่ใช่ผู้วินิจฉัยความผิดขั้นสุดท้าย เพราะอำนาจตัดสินเป็นของศาลฎีกา แต่ในขณะเดียวกัน กกต.ก็ไม่ใช่ “บุรุษไปรษณีย์” ที่มีหน้าที่รับทุกข้อกล่าวหาแล้วส่งต่อไปยังศาลโดยไม่ตรวจสอบหรือกลั่นกรอง