สส.เพื่อไทย ยื่นแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา 6 ประเด็น

18 ก.ย.2567 - ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่าในการประชุมสส.พรรคเพื่อไทย เมื่อ 17 ก.ย. ได้พูดคุยถึงการยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เป็นรายมาตรา และขณะนี้ได้เปิดให้ สส.ของพรรคร่วมลงชื่อเพื่อเสนอต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาในช่วงสัปดาห์หน้า ส่วนจะทันนำเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 25 ก.ย. หรือไม่ต้องพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ดีจากที่การหารือกับวิป 3 ฝ่ายไปก่อนหน้านี้ถึงการกำหนดการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 25 ก.ย. ขณะนี้มีความเป็นไปได้ว่าจะเลื่อนการประชุมรัฐสภา เนื่องจากการกำหนดนัดอย่างเป็นทางการยังไม่ได้หารือกับวุฒิสภา ทั้งนี้ในความชัดเจนของการประชุมร่วมรัฐสภาสัปดาห์หน้าว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ จะขอยืนยันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสส.พรรคเพื่อไทย นั้นได้แจ้งรายละเอียดถึงการยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิมเติมเป็นรายมาตรา โดยแบ่งเป็น 6 ประเด็น ได้แก่

1.แก้ไขมาตรา 98 (7) ว่าด้วยการกำหนดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ซึ่งห้ามบุคคลที่ต้องโทษจำคุกโดยพ้นโทษไม่ถึง 10 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดที่ทำโดยประมาทหรือลหุโทษ ให้รวมถึงความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วย


2. แก้ไขมาตรา 160 ว่าด้วยคุณสมบัติของรัฐมนตรี ใน 3 ประเด็น คือ  (4) ว่าด้วยมีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ โดยแก้ไขให้เป็น  “ไม่มีพฤติกรรมหรือการกระทำที่ประจักษ์ว่า ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต” โดยกำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่รัฐธรรมนูฉบับแก้ไขบังคับใช้

(5) ไม่มีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยแก้ไขให้ชัดเจนว่า  ต้องเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการในศาลฎีกา

และ (7)  ว่าด้วยไม่ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอลงโทษ เว้นแต่ทำผิดโดยประมาท ความผิดลหุโทษหรือ ความผิดฐานหมิ่นประมาท แก้ไขให้นำกรณีดังกล่าวเป็นเหตุความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 แทน

3.แก้ไขกลุ่มมาตราที่เกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตและจริยธรรมที่กำหนดเป็นคุณสมบัติของรัฐมนตรี คือ มาตรา 201 มาตรา202 มาตรา 222 มาตรา 228 มาตรา 232 มาตรา 238 และ มาตรา246

4. แก้ไข มาตรา 211  ว่าด้วยมติของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยคดีต่างๆ ที่กำหนดให้ถือเสียงข้างมาก แก้ไขโดยกำหนดเงื่อนไข กรณีเป็นคำวินิจฉัยให้สมาชิกภาพ สส.-สว. สิ้นสุดลง หรือความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว และการวินิจฉัยว่ามีการฝ่าฝืนตามมาตรา 144 ให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ของตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ และแก้ไขเรื่องคำวินิจฉัยที่ผูกพันกับทุกองค์กรนั้นให้เฉพาะคำวินิจฉัยที่เป็นประเด็นหลักโดยตรงของเรื่องที่วินิจฉัยเท่านั้นที่จะผูกพัน

5. แก้ไข  235  ว่าด้วยอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เกี่ยวกับการพิจารณาคดีของสส. ซึ่งต้องส่งให้ศาลฎีกาในประเด็นมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ  ที่กำหนดให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งโดยไม่มีกำหนดเวลา และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งอีกไม่เกิน 10 ปี โดยแก้ไขระยะเวลา การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 5 แต่ไม่มีการเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง

6. แก้ไข มาตรา 255ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรรมนูญ  ซึ่งเติมความเป็นวรรคสอง ให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับฉบับใหม่สามารถทำได้ 

และแก้ไขมาตรา 256 (8) กำหนดรายละเอียดของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ต้องผ่านการออกเสียงประชามติ คือ แก้ไขเพิ่มเติมหมวด1 บททั่วไป หมวด2 พระมหากษัตริย์ และการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น ซึ่งได้ตัดเงื่อนไข ในประเด็นการแก้ไขเกี่ยวกับคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่วกับหน้าที่หรืออำนาจของศาลหรือองค์กรอิสระ หรือ เรื่องที่ทำให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติหน้าที่หรืออำนาจนั้นได้ออก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จุลพันธ์' มั่นใจทวงคืน 'ปากน้ำ' สีแดงยกจังหวัด โวกระแส 'ยศชนัน' มาแรง

“จุลพันธ์” ตั้งเป้าทวงคืนสมุทรปราการจากสีส้มยกจังหวัด บอก แค่เติมความจัดก็เป็นแดงแล้ว มั่นใจกระแส “ยศชนัน” มาแรง ย้ำดึง “อัศวเหม” ร่วมทัพ ไม่ใช่เรื่องบ้านใหญ่บ้านเล็ก แต่คือการทำงานเพื่อประชาชน

'จุลพันธ์' เชื่อ รมต.กัมพูชา พูดชี้นำเลือกตั้งไทย มีความไม่ปกติ ขอคนไทยอ่านให้ลึก

"จุลพันธ์" ข้องใจ รมต.กัมพูชา เคลื่อนไหวชี้นำเลือกตั้งไทย เป็นสิ่งไม่ปกติทั้งที่ไม่เคยพูดถึงการเมืองไทย เท่ากับแทรกแซงกิจการภายในไทยชัดเจน ชี้ไม่เป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทย-ปชน. ขอคนไทยใช้วิจารณญาณ อ่านเกมให้ออก

'อนุทิน' ไม่ปิดกั้นจับมือ 'เพื่อไทย-ปชน.' หากรับนโยบายภูมิใจไทยได้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกฯ ร่วมงาน“ทิศทางโลกทิศทางไทย” Global Dynamics and Thailand 's Future หัวข้อ Thailand Vision 2035

เปิดกฎเหล็ก กกต. ออกข้อห้ามการออกเสียงประชามติร่างรธน. พร้อมบทลงโทษจำ-ปรับ ตัดสิทธิ

กกต. เตือนผู้สมัคร พรรค องค์กร ประชาชน แสดงความเห็นเกี่ยวกับประชามติร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่พึงระวังห้ามให้ข้อมูลเท็จ มีโทษทั้งจำและปรับ รวมถึงตัดสิทธิเลือกตั้ง

“อนุชา นาคาศัย” ผู้สมัคร สส.ชัยนาท เขต1 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียง ชูนโยบายเป้าหมายดันราคาข้าว15,000ต่อตัน

วันนี้ 12 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณ ตลาดนัดชุมชนบึงกะทะ ต.ท่านฉนวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.ชัยนาท พรรคเพื่อไทย เบอร์3 พร้อมทีมหาเสียง ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ค้า พร้อมชูนโยบายพรรค