'แพทองธาร' ตั้งบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันแจกเงินหมื่นกลุ่มเปราะบาง -ดิจิทัลวอลเล็ต โดยมีนายกฯนั่งประธาน ผู้ว่าฯแบงก์ชาติเป็นกรรมการ เคาะอำนาจ 9 ด้านทั้งกำหนดเงื่อนไข และที่มาของแหล่งเงิน
19 ก.ย.2567 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กย. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 321/2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา โดยสามารถสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ควบคู่กับการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก และผลักดันโครงการดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล และพัฒนาศูนย์ข้อมูลภาครัฐ ที่มุ่งการพัฒนานโยบายที่ตอบสนอง ความต้องการของประชาชน พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11(6) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ แผ่นดิน พ.ศ. 2534นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้ น.ส.แพทองธาร นายกฯ เป็น ประธานกรรมการ, นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รองประธานกรรมการ คนที่ 1, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรองประธานกรรมการ คนที่ 2, นายพิชัย ชุณหวชิร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรองประธานกรรมการ คนที่ 3, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองประธานกรรมการ คนที่ 4
ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ,นายชูศักดิ์ ศิรินิลรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ,นายเผ่าภูมิ โรจนสกุลรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา,เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล,ประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นกรรมการ โดยมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้ช่วยเลขานุการ
สำหรับ คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่และอำนาจ
1.กำหนดนโยบายโครงการ วัตถุประสงค์โครงการ แนวทางการดำเนินโครงการ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของโครงการ และแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
2.กำกับ ดูแล ติดตาม และตรวจสอบการดำเนินโครงการในภาพรวม ให้เป็นไปตามที่ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ
3.กำกับ ติดตาม ขับเคลื่อน และเร่งรัดส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจบรรลุผลสำเร็จ และเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ
4.ติดตามและประเมินผลทั้งก่อนและหลังการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรายงานต่อคณะรัฐมนตรี
5.รวบรวมและจัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่และสร้างการรับรู้ของประชาชน
6.กำหนดแนวทางในการจัดการฐานข้อมูล รวมถึงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผลและเปิดเผยข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ
7.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือคณะที่ปรึกษา เพื่อช่วยในการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น
8.เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และความเห็น รวมทั้งส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของทางราชการให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการ
และ 9.ปฏิบัติการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายของคณะกรรมการให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547หรือตามระเบียบทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สำหรับการเบิกจ่ายเบียประชุมและค่าใช้จ่ายของคณะอนุกรรมการให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547หรือตามระเบียบทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของหน่วยงานต้นสังกัดของเลขานุการคณะอนุกรรมการ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม็อบบุกทำเนียบฯ บี้ 'หนู' เลิกภาษีน้ำมัน-ลดค่าไฟ-แก้ของแพง
'14 กลุ่มภาคประชาสังคม' จี้ 3 ข้อ 'รัฐบาลอนุทิน' แก้ปัญหาพลังงาน-ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ปูดศูนย์กลางปั่นราคาอาจอยู่ทำเนียบฯ จี้รื้อสัญญานายทุนผูกขาด ทำค่าไฟแพง ซัดผู้นำบริหารล้มเหลว
สลค. คึกคัก! 'ครม.อนุทิน 2' แห่ยื่นเอกสารเช็กคุณสมบัติ
ว่าที่รัฐมนตรี 'ครม.อนุทิน 2' ทยอยส่งทีมงาน ยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติ ตัวแทน 'ประเสริฐ-รุทธพล-ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ' ถึง สลค.
นั่งไม่ติด! นายกฯ ยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบฯตลอดวัน เรียก 'รมต.' ถกด่วนสถานการณ์น้ำมัน
นายกฯเรียกหารือสถานการณ์น้ำมัน พร้อมรับฟังรายงานผลการตรวจสอบคลังน้ำมัน
'โสภณ สุภาพงษ์' แนะฝ่าวิกฤตน้ำมัน ต้องมี 'นายกฯ' ที่สุจริต ไม่มี รมต.ใกล้ชิด 'คดโกง-กักตุน'
โสภณ เล่าเคยถูกตามตัวมาดูแลแก้ไขวิกฤตการณ์น้ำมันในไทยให้นายกรัฐมนตรีพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เนื่องจากวิกฤตการณ์น้ำมันโลกที่ขาดแคลน ราคาสูงขึ้น 400-500%ในปีคศ.1973และ1980 วิกฤตครั้งนั้นรุนแรงกว่าปัจจุบัน
นายกฯ ออกคำสั่งฉบับที่ 4/2569 ปรับมาตรการรับมือน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน
ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 143 ตอนพิเศษ 76ง เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สภาโหวต 'อนุทิน' นั่งนายกฯ คนที่ 32 สมัยที่ 2 คะแนน 293 เสียง
ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159

