“ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ชี้ กรณี สว.หมอเกศ ปริญญาเอกและตำแหน่งศาสตราจารย์ หากไม่จริง เป็นการโชว์เหนือ หลอกลวงเพื่อจูงใจให้ผู้สมัคร สว.ด้วยกัน เข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถของตนเอง
1 พ.ย.2567 - ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ“ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชนคนดัง กล่าวถึงกรณีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลิอกตั้ง(กกต.) เปิดเผยความคืบหน้าในการพิจารณาคำร้องให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามกรณีวุฒิการศึกษาของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.)ทาง กกต.รับเป็นสำนวนและมีการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งวันนี้ได้นำเข้าสู่ที่ประชุม กกต.เพื่อพิจารณา ว่า สำนวนที่เสนอมานั้นจากการสืบสวน ไต่สวนมีพยานหลักฐานเป็นอย่างไร มีความเห็นเช่นไร กกต.เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร จำเป็นต้องสืบสวน ไต่สวนเพิ่มเติมหรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจลงมติ
โดยดร.ณัฐวุฒิ ว่า การเลือกตั้ง สว.ที่ผ่านมา มาตรา 11 แห่ง พรป.การได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561 บัญญัติให้ สว. จำนวน 200 คน มาจากการเลือกกันเอง ของบุคคลซึ่งต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์และกลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ 20 กลุ่ม โดย มาตรา 13 ไม่ได้กำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร สว.จบการศึกษาในระดับขั้นต่ำเอาไว้ หมายความว่า พรป.ฉบับนี้ คุณสมบัติของ สว.เน้น ความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในสาขานั้นๆ เป็นหลัก แม้ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว.จะเรียนจบปริญญาเอกจริงหรือไม่ ย่อมไม่ขาดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามเป็นสมัครเลือกตั้ง สว.ไม่ทำให้สถานะความเป็นสมาชิกวุฒิสภาภายหลังสิ้นสุดลง
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่าหากพิจารณาจากเอกสารและหลักฐานประกอบการสมัคร ระบุในมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) ให้ระบุ ข้อความแนะนำตัวของผู้สมัครซึ่งมีความยาวไม่เกินที่ กกต.กำหนด แต่ประเด็นของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย เขียนการศึกษายาวเป็นหางว่าว โชว์การศึกษาว่าตนเองจบการศึกษาปริญญาเอกทั้งภายในและต่างประเทศ แถมมีตำแหน่งทางวิชาการเป็น “ศาสตราจารย์” เป็นการจูงใจให้ผู้สมัครด้วยกันเองให้เลือกตนเอง หากผลการตรวจของคณะกรรมการสืบสวนหรือไต่สวน ในชั้น กกต. ตรวจสอบพบว่า ไม่จบการศึกษาปริญญาเอกจริง หรือ ได้ตำแหน่งศาสตราจารย์มาโดยไม่ชอบนั้น จะเป็นปัญหาต่อตัว พญ.เกศกมลฯ สว.เองโดยตรง
เพราะการแนะนำตัวของผู้สมัคร สว.เพราะกรอกข้อมูลเท็จ โชว์เหนือคนอื่น และไม่ได้จบการศึกษาจริง โดยไม่ได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์จริง ถือว่าเป็นการหาเสียง โดยหลอกลวงเพื่อจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณของผู้สมัครรายใด ตามมาตรา 77 (4) โดยกำหนดโทษเป็นความผิดอาญา มีระวางโทษตามกฎหมายจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี
ส่วนที่ถามว่า หากจบการศึกษาปริญญาเอกจริงแต่ กพ.ไม่รับรองหรือได้ตำแหน่งทางวิชาการ โดยไม่ถูกต้องตามกระบวนการผลทางกฎหมายเป็นอย่างไร “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชนคนดัง กล่าวว่า หากจบในต่างประเทศจริง เป็นมหาวิทยาลัยห้องแถว ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ที่จบมหาวิทยาลัยห้องแถว เท่าที่รู้ มหาวิทยาลัยบางแห่งในประเทศฟิลิปปินส์ อินเดีย หรือสหรัฐอเมริกา ส่วน Californnia University FCE ให้สังเกต ชื่อมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกา มีสถาบันการเรียนการสอนจริง แต่คำพ้องจ้อง โดยเพิ่มข้อความตอนท้าย “FCE” ทำให้หลงเชื่อว่า เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน แต่เป็นคนละแห่ง ซึ่งไม่มีการเรียนการสอนจริง
นักกฎหมายมหาชน กล่าวว่าก่อนหน้านี้ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และ สส.พรรคพลังประชารัฐ โดยจบการศึกษาจาก Californnia University FCE โดยนำดุษฎีนิพนธ์มาโชว์สื่อ ภายหลัง กลับอ้างว่าถูกหลอกให้เรียน
โดยคนไทยบางคนใช้ช่องทางนี้ ตั้งตนเป็นตัวแทนของสถาบันแห่งนี้ คนไทยอยากเรียนจบดอกเตอร์จากต่างประเทศง่ายๆ แล้วมาหลอกให้คนไทยไปเรียน ทำให้ไม่ได้จบการศึกษาจริง เพราะหลอกให้ไปเรียน ทำให้เสียเงินจำนวนมาก แต่กระบวนการเรียนมีอาจารย์ที่ปรึกษาในเมืองไทย และเผยแพร่ผลงานทางวิชาการจริง โดยกระทรวง อว.ไม่รับรอง มีผลเพียงนำคุณวุฒิไปใช้สมัครสอบหน่วยงานราชการไม่ได้ แต่ถือว่าจบการศึกษาจริง แต่คุณภาพการศึกษาไม่มีมาตรฐาน โดย กระทรวง อว.ไทย ไม่รับรอง โดยอาจไปสมัครงานเอกชนได้
ทั้งนี้หากนำมาเขียนในรายละเอียดคุณสมบัติ สว.สำคัญผิดว่าจบการศึกษาจริง ย่อมไม่เป็นการหลอกลวงจูงใจให้สำคัญผิดในความรู้ ส่วนตำแหน่งทางวิชาการ ศาสตราจารย์ ที่นำมาใช้ที่ได้จาก Californnia University FCE ต้องดูว่า เป็นไปตามกระทรวงศึกษาของสหรัฐอเมริกาหรือไม่ หากได้มาโดยไม่ชอบ แต่เจ้าตัวสำคัญผิดในข้อเท็จจริงและหยุดใช้ เมื่อทราบ อาจไม่เข้าข่ายหาเสียงโดยการหลอกลวงเช่นกันเพราะขาดเจตนา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ร้องเอาผิด 'สมชัย' พ่วง 'สส.ผึ้ง' ปมตั้งอนุ กมธ.
มีผู้เข้ากล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ให้ดำเนินคดีอาญากับอดีตกกต.สมชัย-สส.พนิดา กรณีการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมาธิการ โดยอ้างว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายและมาตรฐาน
'วุฒิสภา' ลงมติ 145 เสียง ผ่านร่าง พรบ.อากาศสะอาด 'สว.รัชนีกร' กังวลเปิดช่องทุจริตมากขึ้น
ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ.... ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. เป็นประธานกมธ.
'ศิริกัญญา' พูดเต็มปากไม่ได้ปั่นเฟคนิวส์แต่ที่ลบโพสต์เนื่องจากคลุมเครือ!
'ศิริกัญญา' ยันไม่เฟคนิวส์ ปมโพสต์ พรบ.นิรโทษกรรม เปิดช่องเอื้อคดีฮั้วสว. อ้างยัด พ.ร.ป.ที่มา สว.บัญชีแนบท้าย ด้าน 'เท้ง' จวกสุดอำมหิตตัดทิ้งกลไก กก.ทำแผนหาทางออกเซฟคนไม่เจตนาละเมิด 112
วุฒิสภา แถลงผลงาน 2 ปี ปัดครหา สว.สีน้ำเงิน มองคดีฮั้ว สว. เป็นเรื่องนานาจิตตัง
นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ร่วมแถลงผลงาน 2 ปี วุฒิสภาภารกิจเพื่อประชาชน รวมถึงผลการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ รับทราบผลการดำเนินงานของวุฒิสภาในด้านต่างๆ
ดร.ณัฏฐ์ ซัดนิด้าโพลเข้าข่ายปั่นกระแส ชี้ผลสำรวจความนิยมการเมืองยังไม่นิ่ง
“ดร.ณัฏฐ์” ตั้งข้อกังขาผลสำรวจความนิยมทางการเมืองไตรมาส 2/2569 ของนิด้าโพล ชี้การเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 2,500 คนทางโทรศัพท์ยังไม่ครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศ พร้อมตั้งคำถามว่าเข้าข่าย “ชี้นำสังคม” หรือ “ปั่นกระแสทางการเมือง” หรือไม่ และยื
บี้ 'อนุทิน' สร้างตำนาน! หั่นสิทธิประโยชน์เกินจำเป็น 'สส.-สว.'
นักวิชาการรุกต่อ! จี้ยกเลิกสิทธิประโยชน์เกินความจำเป็นสมาชิกรัฐสภาไทย กระทุ้ง 'อนุทิน' สร้างตำนานโชว์หั่นรายจ่ายประจำที่ฟุ่มเฟือย

