“ธรรมนัส” เปิดใจ หลังถูกขับพ้น พปชร. รับห่วงบ้านเก่า ไร้คนดูแล ส.ส. ปัดเป็นละครฉากหนึ่ง ย้ำจบคือจบ ถ้าไม่จบก็แยกกันเดิน แง้มทำพรรคใหม่มานาน พร้อมทุกเรื่อง มีเซอร์ไพรส์ด้วย
20 ม.ค.2565 - เมื่อเวลา 20.30 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ โพสต์คลิปวิดีโอ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุข้อความว่า “เคลียร์ประเด็นร้อน ตอบคำถามที่หลายท่านอยากรู้ เมื่อคืนผมนอนหลับหรือไม่ พรรคใหม่คือที่ใด ความรู้สึกหลังจากออก ลาออกกับขับออกต่างกันอย่างไร เป็นแค่ละครฉากหนึ่งจริงไหม การออกมามีผลยังไงต่อการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปวิดีโอดังกล่าว มีความยาว 3.27 นาที เป็นลักษณะของการตั้งคำถามให้ ร.อ.ธรรมนัสตอบ
เมื่อถามว่า เมื่อคืนหลับสบายหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ตั้งแต่เสร็จจากการประชุม โทรศัพท์ก็เข้ามา พอวางสายก็สายซ้อนมาตลอดเวลา จนถึงเกือบตี 1 ได้ถึง อาบน้ำ สวดมนต์ไหว้พระ และดูหนังนิดหน่อย ก็ไม่ได้เครียดอะไรแล้วก็นอนหลับสบาย
เมื่อถามว่า ลาออกกับขับออกต่างกันอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ถ้าเราลาออกจะสิ้นสภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แต่ถ้าถูกขับออก ใช้คำว่าขับออก โดยมติของคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. โดยใช้เสียง 3 ใน 4 ของที่ประชุม เรียกว่าขับออกจากความเป็นสมาชิกของพรรคนั้น พอถูกขับออกมาแล้ว สถานะ ส.ส.ยังอยู่ มันต่างกัน
เมื่อถามว่า ความรู้สึกแรกหลังออกมา ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า “ก็ห่วงบ้านเก่าอ่ะ เอาตรงๆนะครับ ห่วงบ้านเก่าว่า พี่น้องเราหลายคนที่เป็นนักการเมือง มีอุดมการณ์ เขาจะอยู่กันอย่างไร ถ้าไม่มีเราดูแลเขา ช่วงที่ผ่านมาบ้านเมืองมีวิกฤตโควิด ส่วนใหญ่ที่ ส.ส.ไปลงพื้นที่ ได้รับการสนับสนุนจากพี่ทั้งนั้น 80% จากพี่และหัวหน้าพรรค หลังจากไม่มีเรา ใครจะทำให้เขา ใครจะดูแลเขา”
เมื่อถามว่า การออกมามีผลอย่างไรต่อการช่วยเหลือประชาชน ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า อยู่บ้านเก่าหลายอย่างทำได้ไม่เต็มที่ เพราะว่าด้วยเงื่อนไขหลายอย่างที่ไม่ต้องไปพูด ในหัวเราใจเราที่สั่งสมองให้ทำงาน เรายึดหลักผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง เราเอาปัญหามาทำเป็นโจทก์ มาเป็นคำถามถามตัวเองว่าจะแก้อย่างไร ท้ายที่สุดมันทำไม่ได้ เราก็อยากจะมาทำด้วยตัวเอง อะไรที่ทำด้วยตัวเอง ตนมีความมั่นใจว่ามันจะมีคุณภาพมากกว่า
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ได้ยินคนพูดว่าก็แค่ละครฉากหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า เราต้องยอมรับความเป็นจริงอย่างหนึ่งว่า พี่เป็นคนตรงไปตรงมา ฉะนั้นการพูดตรงไปตรงมาอาจไม่เป็นที่ถูกใจของนักการเมืองบางกลุ่ม เพราะฉะนั้นภาพที่เราออกสื่อ ก็เพราะเราทำงาน ทำให้หลายคนไม่ชอบ คนอย่างตนเคลียร์จบก็คือจบ ไม่เคยที่จะเอามาเป็นประเด็น
“มันอยู่ด้วยกันแล้วเนี้ย ไม่ยอมรับความเป็นจริง เมื่อจบก็ต้องจบ เมื่อจบไม่จบ เราก็แยกกันเดินดีกว่า”
เมื่อถามทิ้งท้ายว่า บ้านหลังนี้ใหม่นี้มีชื่อว่าอะไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคนี้ บ้านหลังใหม่นี้ไม่ใช่พรรคที่เพิ่งเกิด เป็นพรรคที่เกิดมานานพอสมควร ครั้งหนึ่งผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะใช้เป็นพรรคหลัก พรรคนี้เมื่อเปิดตัวมาแล้ว ทุกคนจะร้องอ๋อว่าเป้นพรรคของใคร เรามีความพร้อมทุกเรื่อง องค์ประกอบอื่นๆเราพร้อมหมด บ้านหลังใหม่เราเตรียมมานานแล้ว เดี๋ยวมีเซอร์ไพรส์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
⚪️ LIVE อลหม่าน สสร.! | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา
รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 12) จาก “แสงเงินแสงทอง” ถึง “วันใหม่ของชาติ” : การตีความและการใช้หลักฐานในงานศึกษาว่าด้วยรัฐประหาร พ.ศ. 2490
ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงบทความ “รัฐประหาร 2490” ในฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้าที่เรียบเรียงโดย ณัฐพล ใจจริง ที่มีข้อความตอนหนี่งว่า “การรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทหารและกลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม มีผลทำให้รัฐบาลพลเรือนของกลุ่มนายปรีดี
⚪️ LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | ขวากหนาม ‘รัฐบาลหนู’
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
จับตา 2 กลุ่มในภูมิใจไทย เสี่ยงถูกปรับพ้นรัฐมนตรี
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์กระแสภายในพรรคแกนนำรัฐบาล ชี้จับตา 2 กลุ่มรัฐมนตรีเสี่ยงถูกประเมินผลงาน หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งกลุ่มรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนนอกหรือมืออาชีพ ที่ยังถูกตั้งคำถามเรื่องผลงานในช่วงที่ผ่านมา

