'แรมโบ้' อัด 'ณัฐวุฒิ' ควรหุบปาก ประชาชนไม่เชื่อถือแกนนำม็อบสั่งเผาบ้านเผาเมือง ทำประชาชนเดือดร้อน ยันนายกฯประยุทธ์ ไม่มีท้อถอย ยังทุ่มเทตั้งใจทำงานเต็มร้อย ทำมากกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ และไม่คิดทุจริตคดโกงเหมือนรัฐบาลยุคนายณัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรี
24 ม.ค.2565 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์เฟซบุ๊กโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่าอยู่ในภาวะหมดสภาพ เปิดเพลงอย่ายอมแพ้ หมายถึงแพ้แล้ว 3 ป. แตกหัก อยู่มา 8 ปี แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้
โดยนายเสกสกล ยืนยันว่านายกฯ ไม่ได้หมดสภาพ และยังมีใจเต็มร้อยในการทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยเฉพาะขณะนี้ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19
นายเสกสกล กล่าวว่าส่วนเรื่องทางการเมืองนายกฯย้ำหลายครั้งแล้วว่าเป็นเรื่องของพรรคการเมืองนายกฯไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เช่นเดียวกันกับความสัมพันธ์กับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ นายกฯย้ำเสมอว่ายังเคารพรัก พูดคุยกันดี ไม่มีอะไรขัดแย้งกัน
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าตลอดระยะเวลาการบริหารงานนายกฯได้แก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ มากกว่ารัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีนายณัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรี ที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อประชาชนเลย เท่าที่เห็นก็มีแต่ทำเพื่อตัวเอง ครอบครัว และพวกพ้องเท่านั้น
“ขอย้ำอีกครั้งนายกฯ ไม่ได้ทำผิดอะไรและจะต้องทำงานช่วยเหลือประชาชนจนครบเทอม จะไม่ทอดทิ้งประชาชนอย่างแน่นอน และขอแนะนำว่านายณัฐวุฒิ ไม่ควรออกมาพูดอะไรทั้งนั้น เพราะไม่มีประชาชนคนใดเชื่อถือคนที่ชอบออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับม็อบ ทำความเดือดร้อนให้กับประชาชน อีกทั้งไม่เคยทำอะไรเพื่อประชาชน และประเทศชาติบ้านเมืองเลย ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีจนมาถึงวันนี้ ทางที่ดีควรหุบปากเพื่อเอาใจนายใหญ่ได้แล้ว"
นายเสกสกล กล่าวต่อไปว่า นายใหญ่ทางไกลตอบแทนให้รางวัลเป็นรัฐมนตรีช่วยสองกระทรวงฯ ทั้งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแกนนำนปช.สั่งเผาบ้านเผาเมือง แต่พอเป็นรัฐมนตรีฯ ช่วยบอกหน่อยว่าได้มีผลงานอะไรทำเพื่อประชาชนบ้าง เป็นรมช.พาณิชย์นั่งตอบนักข่าวเรื่องทุจริตโกงข้าวชาวนา ตอบไม่ได้สักเรื่อง เหมือนคนเป็นใบ้ ไปไม่เป็น คนเขาเห็นกันทั้งแผ่นดิน ยังจะมีหน้ามากล่าวหาคนอื่น ช่วยตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงาตัวเองบ้างว่า เคยทำความดีอะไรให้บ้านเมือง นอกเหนือจากที่ถูกประชาชนกล่าวประนามว่าเป็นแกนนำเผาบ้านเผาเมือง
"พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯที่ตั้งใจทำความดีทุ่มเททำงานให้ประเทศชาติประชาชนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักโพลทุกสำนักทำวิจัยสำรวจความคิดเห็นประชาชนก็ยังยืนยันให้มาเป็นอันดับหนึ่ง อยากให้เป็นนายกฯต่อ แต่นายณัฐวุฒิไม่เคยสนใจฟังความเห็นประชาชนเลย สนใจอย่างเดียวอยากให้นายใหญ่ทางไกลทั้งสองคนพ้นผิดล้างคดีทุจริตเอากลับบ้าน
ดีเหมือนกัน คนอย่างแรมโบ้จะได้ประกาศให้ทุกคนทราบให้ทั่ว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะไม่สนับสนุนนายกฯที่ซื่อสัตย์สุจริต แต่จะชอบสนับสนุนนายกฯที่ขี้โกงชอบคดโกงเพื่อครอบครัว โกงได้แม้กระทั่ง โกงข้าวชาวนา หากินบนหลังชาวนาซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ตกลงอยากให้ผมตะโกนดังๆว่า นายณัฐวุฒิชอบสนับสนุนนายกฯ เช่นนั้นใช่ไหม" นายเสกสกล กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ
⚪️ LIVE ปลดแอก!ค่าไฟทาง ใครแบกหนี้ต่อ? | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
⚪️ LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | อึ้ง! รีดเลือดคนไทย แบกค่าไฟหมื่นล้าน
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
⚪️ LIVE อลหม่าน สสร.! | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา
รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 12) จาก “แสงเงินแสงทอง” ถึง “วันใหม่ของชาติ” : การตีความและการใช้หลักฐานในงานศึกษาว่าด้วยรัฐประหาร พ.ศ. 2490
ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงบทความ “รัฐประหาร 2490” ในฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้าที่เรียบเรียงโดย ณัฐพล ใจจริง ที่มีข้อความตอนหนี่งว่า “การรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทหารและกลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม มีผลทำให้รัฐบาลพลเรือนของกลุ่มนายปรีดี

