นายกฯ ลงพื้นที่จชต. ยันไม่สู้เรื่องความรุนแรง แต่ต้องไปแก้ปัญหาหลายด้าน

นายกฯ บอกอย่ามองเหตุไม่สงบ ก่อนลงพื้นที่จชต. เป็นสัญลักษณ์ถึงรัฐบาล ยันไม่สู้เรื่องความรุนแรง แต่ต้องไปแก้ปัญหาทุกเรื่อง ชี้ เราโตช้า พร้อมซัพพอร์ตทุกจว.ให้สงบ

15 ม.ค. 2568- ที่เมืองทองธานี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่นายกฯจะลงพื้นที่ในวันที่ 16 ม.ค. จะมีการกำชับการดูแลอย่างไรหรือไม่ ว่า ใช่คะ ให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ช่วยดูในเรื่องของเส้นทาง ซึ่งเดี๋ยวต้องคุยกันอีกทีว่าจะทำอย่างไร ก็เป็นไปตามแผนปกติเดิม ช่วงนี้นายกฯหันไปถาม พ.ต.อ.ทวี ซึ่งตอบกลับมาว่า "ปกติดีครับ"

เมื่อถามว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้จะมีการหยิบยกประเด็นความไม่สงบมาคุยกับผู้นำชุมชน หรือผู้นำศาสนาในพื้นที่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราต้องคุยกันก่อน และต้องคุยนอกรอบกันด้วย ซึ่งอะไรที่เป็นการสนับสนุน เราก็พร้อมจะสนับสนุนให้ทุกจังหวัดมีความสงบสุบ ถ้าอะไรคุยได้ก็ต้องคุย แน่นอนเราไปเพื่อไปแก้ปัญหาในจังหวัดนั้นๆ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจังหวัดไหนจะเจอปัญหาอะไร เราต้องคุยอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า เหตุเกิดขึ้นก่อนที่นายกฯจะลงพื้นที่อาจจะมีการมองว่าเป็นการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ เพื่อจะสื่อถึงรัฐบาล เราจะบูรณาการการทำงานอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ไม่หรอก อย่าคิดอย่างนั้นเลย เราไปด้วยใจที่ต้องการแก้ปัญหาในหลายๆด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นอย่างเดียว เราจะไปช่วยเพิ่มรายได้ต่างๆด้วย อะไรทำได้เราต้องทำ เราโตช้ากว่าประเทศอื่นไปเยอะ เพราะฉะนั้นอะไรทำได้ต้องทำ ซึ่งทราบอยู่แล้วว่าตนไม่สู้เรื่องความรุนแรง ไม่เน้นเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องอื่นอะไรที่สนับสนุนได้ก็พร้อมเต็มที่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยากถึงตัว“ผู้บงการ”ยิงรถสส. เข็น“พรรคประชาชาติ”ไปต่อ

นับแต่ “แม่ทัพยูร” พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวความคืบหน้าคดียิงรถยนต์ “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.เขต 5 พรรคประชาชาติ

สส.บัญชีรายชื่อเพื่อไทย - 'พีระพันธ์' ส่งตัวแทนมารับหนังสือรับรองจาก กกต. คงเหลืออีก 3 คน

ทีมทนายความจากพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนเข้ารับหนังสือรับรองแทน สส.บัญชีรายชื่อของพรรค 11 คน และจะเดินทางออกจากพรรคในเวลา 12.00 น. เพื่อไปรายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในเวลา 12.030 น.