ยากถึงตัว“ผู้บงการ”ยิงรถสส. เข็น“พรรคประชาชาติ”ไปต่อ

นับแต่ “แม่ทัพยูร” พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวความคืบหน้าคดียิงรถยนต์ “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.เขต 5 พรรคประชาชาติ จ.นราธิวาส “คำพูด” ของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่พาดพิงถึงสถาบันการศึกษาในพื้นที่บางแห่งเป็นต้นเหตุของปัญหาไฟใต้ รวมไปถึงการยกตัวอย่างการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ในกรณีที่ฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งหวังเอาชีวิตนักการเมืองดังกล่าวจริง คงไม่รอด จนถูกมองว่าเป็นการย้อนกลับไปใช้ “การทหารนำการเมือง” กลายเป็นประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายความมั่นคง

ล่าสุด พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาให้กำลังใจ “แม่ทัพภาคที่ 4” ในฐานะที่เป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่นเดียวกัน และเคยรับราชการในกองทัพภาคที่ 2 มาด้วยกันอย่างยาวนาน พร้อมเชื่อว่ากระแสกดดันให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่ไม่น่ากังวล 

“เรื่องนี้มันจบแล้ว เขาคุยกันเข้าใจแล้ว” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุ

ส่วนประเด็นทางคดี ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 คน เหลือผู้ต้องหาอีก 1 คน อยู่ระหว่างการหลบหนี คือ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน และเป็นมือปืน ขณะที่ น.อ.มนตรี โตประเสริฐ ผู้ให้ยืมรถหลวง (กอ.รมน.) ถูกย้ายกลับต้นสังกัดคือ สำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ เพื่อรอผลการสอบสวนว่าเกี่ยวข้องรู้เห็นกับการก่อเหตุดังกล่าวหรือไม่ ในขณะที่ความผิดทางละเมิดกรณีนำรถราชการไปใช้ในทางที่เสียหาย จะดำเนินคดีในทางแพ่งเรียกค่าเสียหาย สำหรับความผิดทางวินัย ทางกองทัพเรือตั้งคณะกรรมการสอบ โดยรอผลทางคดีจากทางพื้นที่ขึ้นมาประกอบ 

ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เดินทางไปให้กำลังใจ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่บ้านพัก อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พร้อมตั้งคำถามว่า “รถที่ใช้ในการก่อเหตุ” ซึ่งปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีรถ 2 คัน รวมถึงรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ที่ติดตาม สส.มาจากสนามบินหาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถคันดังกล่าวอย่างเต็มที่หรือไม่ นอกจากนี้เชื่อว่ายังมีข้อมูลการฝึกซ้อมยิงปืนก่อนลงมือก่อเหตุด้วย

เชื่อว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของคนร้าย ทำให้คุณกมลศักดิ์รอดมาได้ เราเห็นภาพชัดว่ามีการบงการจ้างวานอย่างชัดเจนจากผู้มีอำนาจ และจุดเชื่อมโยงสำคัญก็อยู่ใน จ.นราธิวาส จึงขอให้ชุดทำงานได้ใช้ความรอบคอบและเป็นอิสระ ส่วนการตั้งคณะกรรมการอิสระนั้น เราพร้อมสนับสนุน” พ.ต.อ.ทวีระบุ

 เหนืออื่นใด สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งเป้าคือ “แรงจูงใจ” ในการก่อเหตุยิงรถยนต์ สส.กมลศักดิ์ ว่าเกิดจากปมประเด็นใด และเกี่ยวกับเรื่องการเมืองมากน้อยแค่ไหน

และเมื่อดูจากความสัมพันธ์ของกลุ่มผู้ถูกออกหมายจับ ก็พบความโยงใยในลักษณะเครือญาติและคนใกล้ชิด ส่อเค้ารับงาน “กลุ่มผลประโยชน์” และ “กลุ่มการเมือง”

ที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้ก่อเหตุสะกดรอยตามตั้งแต่สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ จนเข้าพื้นที่ อ.บาเจาะ ก่อนจะลงมือใกล้หน้าบ้าน สส. นั่นย่อมรู้อยู่แล้วว่าผู้ที่อยู่ในรถยนต์เป็นใครบ้าง และนั่งในตำแหน่งไหน ดังนั้น การตรวจสอบจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ร่องรอยในการติดต่อ สื่อสาร เชื่อมต่อเป็นทอดๆ ย่อมหนีไม่พ้นตัวผู้อยู่เบื้องหลัง 

เพียงแต่ว่าในที่สุด “ผู้มีอำนาจ” จะเอาจริงเอาจัง สาวให้ถึงผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง พิสูจน์ทราบถึงปมเงื่อนของแรงจูงใจในการก่อเหตุหรือไม่ หรือขีดเส้นไว้แค่ใคร เพราะการเมืองเป็นเรื่องของ “ดีล” และ “การเจรจา”

และการที่ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ลงไปในพื้นที่ “สยบกระแสดรามา” ด้วยการประสานเสียงขอโทษกับแม่ทัพภาคที่ 4 และ รมว.กลาโหม คงไม่ได้หวังแค่หยุดดรามาที่กำลังบานปลายให้ยุติลงเท่านั้น แต่น่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่า ปัญหาที่ค้างคากำลังจะจบลงแล้ว

ทำให้วงข้าวที่บ้าน “ศรียะลา” ของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกฯ ไร้เงาของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งเปิดประเด็น กดดันให้พนักงานสอบสวนหาผู้กระทำความผิดมาให้ได้ เพราะมีดาบตำรวจนอกราชการได้รับบาดเจ็บสาหัส สูญเสียการมองเห็น 

ย้อนกลับไปเมื่อวัดอุณหภูมิวันก่อนหย่อนบัตรก็บ่งชี้ว่า ในพื้นที่เขต 5 นราธิวาส ร้อนปรอทแตก มีการต่อสู้กันดุเดือด ทาง พ.ต.อ.ทวีเร่งเครื่องทุกสรรพกำลัง จนสามารถหนุน “กมลศักดิ์” ฝ่ากระสุนดินดำ และใบเทาเข้ามาได้เพียง 1 ที่นั่ง จาก 5 ที่นั่ง โดยชนะอันดับที่ 2 เพียงไม่กี่พันคะแนน จนเกิดปรากฏการณ์เผชิญหน้าของ “คนมีสี” นอกราชการ ที่รับงานคนละฝ่าย

ในขณะที่ “บ้านมะทา” ยังรักษาพื้นที่ไข่แดงใน ยะลา ได้ทั้ง 3 ที่นั่ง ส่วนปัตตานีไม่ได้แม้แต่ที่นั่งเดียว

ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับ “พรรคประชาชาติ” ที่พยายามตรึงพื้นที่ในฐานะพรรคการเมืองของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ไม่น้อย

เมื่อบริบททางการเมืองเปลี่ยน อ.วันนอร์นั่งเก้าอี้กุนซือนายกฯ อีกทั้ง “อนุทิน” ก็แสดงมิตรไมตรีกับ “ซูการ์โน มะทา” เลขาธิการพรรคประชาชาติ เมื่อไปเยือนที่ "บ้านศรียะลา" ยังทักทาย และถามถึงที่ตั้งบ้านของ “ซูการ์โน” นับว่าเป็นการส่งสัญญาณทางการเมือง “สีน้ำเงิน” ที่ค่อนข้างชัด 

ขณะที่ “พ.ต.ท.ทวี” ซึ่งอยู่มาตั้งแต่ก่อตั้งพรรคประชาชาติมากว่า 7 ปี อาจเห็นว่า “ประชาชาติ” ไม่ควรเป็นพรรคเฉพาะกิจ แต่ควรเป็นทางเลือกทางการเมืองของ “คนทุกรุ่น” แต่เมื่อถูกรุมกินโต๊ะจากเกมหย่อนบัตรเลือกตั้งที่ผ่านมา จึงอาจต้องกลับมา “ทบทวน-ถอดบทเรียน” เพื่อนำพาพรรคเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยมองว่ายังเป็น “ปลาคนละน้ำ” กับพรรคสีน้ำเงิน

ส่วนทางคดี พ.ต.อ.ทวียังคงติดตามการดำเนินการของตำรวจอย่างใกล้ชิด กดดันไปที่หน่วยงานความมั่นคงในฐานะที่ถูกโยง เพราะใช้รถยนต์เอื้อประโยชน์ในการก่อเหตุ เพื่อหวังให้นำคนที่กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ เพราะนั่นหมายถึง ความน่าเชื่อ และ บารมี ของหัวหน้าพรรคซึ่งเคยเป็น รมว.ยุติธรรม เลขาฯ ศอ.บต.ในการนำพาพรรคสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งต่อไป

โดยวันที่ 26 เม.ย.นี้จะมีการประชุมใหญ่สามัญพรรคที่ปัตตานี เพื่อผนึกกำลังในการวางอนาคตทางการเมืองของพรรคในบริบทการเมืองของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะขยับขยายทางการเมืองในขณะนี้ แม้แนวทางการเมืองภายในอาจจะมองเป็น 2 ทาง

ยิ่งบาดแผลจากศึกการเลือกตั้งที่ผ่านมายังไม่หายสนิท มีปมประเด็นที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเข้ามาเกี่ยวข้อง เอกภาพจึงยังเป็นเรื่องจำเป็นในขณะนี้.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายค้านจ่อซักฟอก-ม็อบก่อหวอด จุดเปลี่ยน'รัฐบาลสีน้ำเงิน'

วันที่ 6 ก.ย.นี้ ครบ 5 เดือนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

ศึกซักฟอกเปิดฉาก! ฝ่ายค้านจัดชุดใหญ่ ล็อกเป้าเชือด 'ขั้วสีน้ำเงิน' ดักทางยุบสภาฯ

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นกลไกตรวจสอบที่สำคัญที่สุดในระบบรัฐสภา แต่ในเชิงการเมืองคือ "เวทีชำแหละแผลเปื่อยของรัฐบาล" และเป็น "พื้นที่โชว์ศักยภาพฝ่ายค้าน"

ลากยาวปลด"สรณ-ปธ.กสทช." เกมพลิก ศึกยืดเยื้อ

หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคำฟ้องของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ที่ฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช.เพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหา กสทช.ที่วินิจฉัยว่า นพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.มาตั้งแต่ต้น ไว้พิจารณา และให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งในเรื่องคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีของ นพ.สรณต่อไป

ผลเลือกบริษัทต่อ 'เรือฟริเกต' ถึงมือนายกฯ ก่อนส่งปลัดกห.อนุมัติจ้าง ย้ำชื่อ 'ฮันวา' ยังยืนหนึ่ง

ผลเลือกบริษัทต่อ 'เรือฟริเกต' ถึงมือ นายกฯ ก่อนส่ง ปลัด กห.อนุมัติจ้าง / เตรียมเปิดแถลงข่าวหลังกระบวนการยื่นอุทธณ์ 7 วันเสร็จสิ้น ย้ำชื่อ 'ฮันวา' ยังยืนหนึ่ง

ขยับเปลี่ยน ‘โทรโข่งรัฐบาล’ ปรับการข่าวตรงบุคลิก 'อนุทิน’

รัฐบาลขยับ ‘การข่าว’ เตรียมสลับ ‘หมอเอก’ นพ.เอกภพ เพียรวิเศษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็น ‘โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี’ แทน ‘ดร.กานต์’ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาลคนปัจจุบัน

ปลดล็อก"บ้านใหญ่" อยู่ยาวคุมท้องถิ่น เข้าทาง"ขั้วน้ำเงิน"

ผลทางการเมืองหลังเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการเลือกตั้งท้องถิ่น รวม 4 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด, พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล, พ.ร.บ.เทศบาลและ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2569 ที่เป็นการแก้ไขจากกฎหมายเดิมบางมาตรา และมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 29 ส.ค.เป็นต้นมา