‘จิรพงษ์’ โวยหญิงป่วน ‘ทักษิณ’ หาเสียงช่วย ‘พลพัฒน์’ เล่นการเมืองสกปรก

22 ม.ค.2568 - นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ผู้ช่วยหาเสียง นายพลพัฒน์ จรัสเสถียร ผู้สมัครนายก อบจ. มหาสารคาม เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ 3 จุด

ในจังหวัดมหาสารคาม เพื่อนำเสนอนโยบายของนายพลพัฒน์ จรัสเสถียร หรือ ที่พี่น้องประชาชนเรียกว่า อ้ายเปิ้ล ผู้สมัครนายก อบจ.จังหวัดมหาสารคาม หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ความมุ่งมั่นในการที่จะพัฒนาจังหวัดมหาสารคาม ภายใน 4 ปี เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวมหาสารคาม ด้วยชุดนโยบาย 4 เร่งด่วนทำทันที 1. เร่งซ่อมสร้าง ถนน-ไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัย 2. น้ำการเกษตรไม่ขาดไม่เค็ม 3. รพ.สต.ทันสมัย ยกระดับสุขภาพประชาชน และ 4. ติวเตอร์กลางเพิ่มโอกาสให้ลูกหลาน

นายจิรพงษ์ กล่าวอีกว่า และปัญหาใหญ่ที่ประชาชนชาวมหาสารคามเดือดร้อนมากที่สุด คือ ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งนายพลพัฒน์ เสนอชุดความคิดการแก้ไขจากความร่วมมือระหว่างการเมืองระดับชาติกับการเมืองท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดอย่าง อบจ. โดยบรรยากาศการปราศรัยสองจุดแรก คือ บริเวณโดมเทศบาลตำบลเชียงยืน และจุดที่สองคือโรงฝึกกีฬาอเนกประสงค์สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม โดยมีผู้ช่วยหาเสียง ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญ ได้แก่ นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีต รมว.กระทรวงกลาโหม น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ โดยตลอดระยะเวลาการปราศรัยทั้งสองเวทีเป็นไปด้วยความราบรื่น ประชาชนชาวมหาสารคามให้การตอบรับเป็นอย่างดี จนล้นออกมานอกสถานที่จัดงานทั้งสองแห่งโดยเฉพาะที่โรงฝึกกีฬาอเนกประสงค์ สถาบันการพลศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม มีประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ในยิมเนเซียม และบริเวณโดยรอบผ่านการถ่ายทอดสดและตบมือชื่นชมเป็นระยะๆ ตลอดการปราศรัย

“ช่วงเวลาเที่ยงครึ่ง ผมได้ขึ้นเวทีปราศรัยจุดที่สาม ณ บริเวณศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย เป็นคนแรก โดยมีผู้ฟังมากกว่า 2 หมื่นคน ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยทีมงานผู้จัดงานรายงานกับผมว่า มีผู้หญิงร่างท้วมมาเริ่มป่วนงานก่อนการปราศรัย ให้คอยระวังเหตุโดยมีพฤติกรรมที่โวยวายหาเรื่อง ซึ่งสถานการณ์ก็ปกติดี ในการปราศรัยคนต่อมาคือ นายสุทิน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายพลพัฒน์ นายณัฐวุฒิ และต่อมาซูเปอร์ไฮไลท์ คือ นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ระหว่างการปราศรัยของนายทักษิณ ผู้หญิงคนดังกล่าวได้แหวกมวลชนท่ามกลางทีมงานช่างภาพบริเวณหน้าเวทีปาสิ่งของมาบนเวทีทำให้ประชาชนผู้ฟังคำปราศรัยตกใจเงียบกันทั้งโดม แต่ด้วยการเป็นผู้นำของนายทักษิณ ได้พูดให้ประชาชนผู้ร่วมงานมีสติไม่แตกตื่น จนประชาชนผู้เข้าฟังช่วยกันโห่ไล่ผู้หญิงดังกล่าว และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เชิญออกไปอย่างละมุนละม่อม ก่อนจบการปราศรัย นายทักษิณ ยังกล่าวขอโทษผู้ร่วมรับฟังแทนหญิงก่อเหตุ นี่คือการแสดงในสถานะผู้นำของนายทักษิณ อย่างแท้จริง ผู้สร้างตำนาน 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท การปราบผู้ค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด“นายจิรพงษ์ กล่าว

นายจิรพงษ์ กล่าวต่อว่า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของนายพลพัฒน์ เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย ตนมองว่า การกระทำของผู้ป่วนการปราศรัย เป็นการเล่นการเมืองสกปรกไม่สร้างสรรค์ พยายามสร้างความวุ่นวาย และความเสียหายให้ผู้คนแตกตื่น ทั้งจากที่ตนได้ตระเวนรณรงค์หาเสียงมาหลายตำบล หลายอำเภอในจังหวัดมหาสารคาม เห็นว่า ชาวมหาสารคามเป็นคนที่มีจิตใจดี สุภาพเรียบร้อย และสนใจในการเมือง ไปที่ไหนก็เอาผ้าขาวม้ามาผูกเอวให้ นี่คือภาพสะท้อนความผูกพันระหว่างนายพลพัฒน์ พรรคเพื่อไทย กับชาวมหาสารคาม โดยตนในฐานะคนการเมืองรุ่นใหม่ อยากเห็นการเมืองที่สร้างสรรค์ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างและสานต่อนโยบายที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน สามารถแก้ไขความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”