นายกฯอิ๊งค์ ยืนยันกับต่างชาติ การเมืองไทยมีเสถียรภาพรับการลงทุน

24 ม.ค.2568 - เมื่อเวลา 16.30 น. ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2025 ที่กรุงดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ทีมไทยแลนด์ที่เดินทางมาได้พบกับบริษัทเอกชนและผู้นำแต่ละประเทศมากกว่า20 ภารกิจ โดยการพบเอกชนที่เห็นความคืบหน้ามากที่สุดคงเป็นกรณีที่ได้พูดคุยกับกลุ่มบริษัท DP World(UAE) ได้พูดคุยเรื่องแลนด์บริดจ์ที่อยู่ระหว่างการศึกษาที่เป็นการต่อยอดมาจากรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ รวมถึงพูดคุยกับผู้นำหลายประเทศ ที่บางคนยังไม่เจอกันมาก่อน ทั้งนี้รัฐมนตรีที่ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ มีจำนวนมาก ทุกคนได้กระจายกันไปพูดคุยในวงหารือต่างๆ ทุกคนทำงานหนักมาก ตนให้คะแนน 10 เต็ม 10 ทุกท่าน เราช่วยกันเต็มที่เพื่อดึงดูดนักลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลก เพราะเวทีใหญ่แบบนี้ไม่ได้มีขึ้นง่ายๆ มีภาครัฐและเอกชนมารวมกันจำนวนมาก ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะได้มีคอนเน็กชั่นเพิ่มทั้งในส่วนของภาคธุรกิจและภาครัฐ ตนได้ย้ำไปว่าคนไทยมีศักยภาพ อนาคตของธุรกิจที่จะเข้ามาไม่ว่าจะเป็น AI หรือเทคโนโลยี เราก็ได้บอกบริษัทต่างๆให้จัดการอบรมมาสอนคนของเรา และให้เขาทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเพื่อเพิ่มโอกาสให้กับนักศึกษาไทย รัฐบาลจะสนับสนุนทุนการศึกษาต่างประเทศไปศึกษาเกี่ยวกับ AI และเทคโนโลยีต่างๆ เราต้องการเตรียมคนของเราให้มีศักยภาพพร้อม เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานอุตสาหกรรมทางเทคโนโลยีในอนาคต
 
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การมาประชุมครั้งนี้ ได้มีการลงนาม ลงนามความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement : FTA) ระหว่าง ไทย กับ เอฟตา หรือ สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Associations : EFTA) ถึงวางแผนจะลงนามกับสหภาพยุโรป (อียู) ในปีนี้ เพื่อเปิดประตูบานใหญ่ให้ประเทศไทยได้ทำการค้ากับประเทศในอียู หวังว่าจะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศได้ในระยะยาว
 
“เรามีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก และสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศเรา จะมีการเมืองที่มีเสถียรภาพ สามารถผลักดันนโยบายดีๆ ต่อเนื่องได้ เพื่อให้ต่างชาติมั่นใจว่า ไม่ใช่ว่ามาลงทุน 1-2 ปี แล้วก็ไป เราอยากให้เขามาลงทุน แล้วอยู่นานๆ เพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนในประเทศ นี่คือสิ่งที่ดิฉันตั้งใจทำ และคิดว่าจะสร้างความเชื่อมั่นได้มากพอสมควร“ นายกฯ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

EEC เยือนเวียดนามรับฟังข้อเสนอหนุนความร่วมมือการลงทุน

EEC ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เยือนเวียดนาม รับฟังข้อเสนอภาคเอกชนไทย หนุนความร่วมมือการลงทุนไทย–เวียดนาม และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานภูมิภาค

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง

นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้