เปิดผลโหวตไม่เลื่อนญัตติ 'หมอเปรม' ขอให้รัฐสภาส่ง 'ศาล รธน.' ตีความก่อนถก 'แก้ รธน.' พบ 'สว.สีน้ำเงิน' ลงมติค้าน 136 เสียง ขณะ 'ภูมิใจไทย' ไม่ร่วมสังฆกรรมตามเจตนารมณ์
13 ก.พ. 2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงมติว่าจะเลื่อนญัตติด่วนของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. ที่ขอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรค 1(2) ก่อนที่จะมีการพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256
ผลการลงมติ ปรากฏว่าไม่เห็นด้วยให้เลื่อนญัตติด่วนของ นพ.เปรมศักดิ์ ด้วยคะแนน 275 ต่อ 247 จากการตรวจสอบรายชื่อสมาชิกรัฐสภาที่ลงมติพบว่าพรรคประชาชนเกือบทั้งพรรค ไม่เห็นด้วยที่ให้เลื่อนญัตติด่วนของ นพ.เปรมศักดิ์ ขึ้นมาพิจารณาก่อน มีเพียง สส. 6 คนที่ไม่ร่วมลงคะแนน ประกอบด้วย นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม สส.เชียงราย , นายณรงค์เดช อุฬารกุล สส.บัญชีรายชื่อ , นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. กทม. , นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.บัญชีรายชื่อ , นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และนายศักดินัย นุ่มหนู สส.ตราด
ขณะที่พรรคเพื่อไทย ลงมติเห็นด้วยให้เลื่อนญัตติดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อน มีเพียง สส. 12 คน ที่ไม่ร่วมลงคะแนน อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ , น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย , นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และ นายสุชาติ ตันเจริญ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นต้น
ส่วนพรรคภูมิใจไทย ไม่ร่วมลงคะแนนเกือบทั้งพรรค มีเพียงนายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น ที่ลงมติเห็นด้วย ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ลงมติเห็นด้วย 20 คะแนน ไม่ลงคะแนน 16 คน อาทิ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม , นายสุชาติ ชมกลิ่น สส.บัญชีรายชื่อ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นต้น
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วย 16 คน ไม่ลงคะแนน 9 คน โดยมีรายชื่อที่น่าสนใจได้แก่ นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคกล้าธรรมทั้งพรรคลงมติเห็นด้วย ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ โหวตเห็นด้วย 1 คน ได้แก่ น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ ส่วนที่เหลือไม่ลงคะแนน
สำหรับพรรคชาติไทยพัฒนา เห็นด้วยครึ่งพรรค ที่เหลือไม่ได้ลงคะแนน และพรรคประชาชาติ ลงมติเห็นด้วยทั้งพรรค ยกเว้นนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ทำหน้าที่ประธาน และนายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สส.ปัตตานี ที่งดออกเสียง
ส่วนพรรคไทยสร้างไทยเห็นด้วย 2 คน ได้แก่ นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สส.อุบลราชธานี และ นางสุภาภรณ์ สลับศรี สส.ยโสธร ขณะที่นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด ไม่เห็นด้วย สส.ที่เหลือไม่ลงคะแนน
สิ่งที่เป็นที่น่าสังเกตคือ กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา ลงมติไม่เห็นด้วยให้เลื่อนญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งมีจำนวนถึง 136 คน ไม่ร่วมลงคะแนน 26 คน งดออกเสียง 2 คน ที่เหลือเป็นเสียงข้างน้อยที่เห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติดังกล่าว
ทั้งนี้ กลุ่ม สว.ที่ลงมติไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ญัตติดังกล่าวไม่สามารถเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
'โสภณ' รอศาลรัฐธรรมนูญก่อนเปิดสภาสมัยวิสามัญถกเงินกู้ 4 แสนล้าน
'โสภณ' รอเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนส่ง ครม.ทูลเกล้าฯ เปิดสภาวิสามัญ ถก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้าน
มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต
ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ
ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน
รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้

