
23 ก.พ. 2568 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง “เพื่อไทย VS ภูมิใจไทย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยในช่วงที่ผ่านมา การสำรวจอาศัย. การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 38.85 ระบุว่า มีความขัดแย้งกัน แต่ไม่ค่อยจริงจังเท่าไร รองลงมา ร้อยละ 32.91 ระบุว่า มีความขัดแย้งกันอย่างจริงจังพอสมควร ร้อยละ 17.40 ระบุว่า ไม่มีความขัดแย้งกันเลย ร้อยละ 10.38 ระบุว่า มีความขัดแย้งกันอย่างจริงจังมาก และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นไปได้ของบทสรุปของความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 38.09 ระบุว่า ท้ายที่สุดทั้งสองพรรคจะตกลงกันได้ และยุติความขัดแย้ง รองลงมา ร้อยละ 37.40 ระบุว่า ความขัดแย้งจะมีต่อไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยังอยู่ร่วมรัฐบาลกันเหมือนเดิม ร้อยละ 10.31 ระบุว่า มีการปรับคณะรัฐมนตรี ดึงกระทรวงที่สำคัญออกจากพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 7.10 ระบุว่า นายกรัฐมนตรี จะประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ร้อยละ 2.52 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ร้อยละ 2.21 ระบุว่า ท้ายที่สุดพรรคภูมิใจไทยจะยอมถอยให้พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 1.30 ระบุว่า ท้ายที่สุดพรรคเพื่อไทยจะยอมถอยให้พรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 1.07 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะถูกปรับออกจากรัฐบาล
ท้ายที่สุดเมื่อถามความต้องการของประชาชนเกี่ยวกับบทสรุปของความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 44.73 ระบุว่าท้ายที่สุดทั้งสองพรรคจะตกลงกันได้ และยุติความขัดแย้ง รองลงมา ร้อยละ 21.60 ระบุว่า ความขัดแย้งจะมีต่อไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยังอยู่ร่วมรัฐบาลกันเหมือนเดิม ร้อยละ 17.40 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ร้อยละ 9.24 ระบุว่า มีการปรับคณะรัฐมนตรี ดึงกระทรวง ที่สำคัญออกจากพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 2.82 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ร้อยละ 1.68 ระบุว่า ท้ายที่สุดพรรคภูมิใจไทยจะยอมถอยให้พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 1.53 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะถูกปรับออกจากรัฐบาล และร้อยละ 1.00 ระบุว่า ท้ายที่สุดพรรคเพื่อไทยจะยอมถอยให้พรรคภูมิใจไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิชาการชี้ Thailand FastPass จุดเปลี่ยนปฏิรูประบบราชการไทย ปลดล็อกคอขวดลงทุนไทย หนุนเป้าลงทุน 7 แสนล้าน แนะเข้มตรวจสอบ ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงการเปิดตัวโครงการ Thailand FastPass อย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ว่า
พท.รอวิป3ฝ่าย สว.บี้ปธ.มงคล แก้รัฐธรรมนูญ
“เพื่อไทย” ยังกั๊กที่มา ส.ส.ร. รอถกวิปสามฝ่ายก่อน ส่วน “พริษฐ์” กอดคำหารือตุลาการรัฐธรรมนูญแน่น บอกเป็นข้อมูลใหม่
ซํ้ารอย‘ประชามติ’ ชี้คำปรึกษาไม่ใช่คำวินิจฉัย/จับตาลงมตินิรโทษฯ
ปธ.วิปรัฐบาลดักทางฝ่ายค้าน ขอพบประธานศาล รธน. หวั่นความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยซ้ำรอยปมประชามติจะแพ้ฟาวล์ทั้งกระบวนการ “พท.” เสียงแตกหวั่นเลือก ส.ส.ร.ทางตรงแล้วมีปัญหา
พท.เสียงแตก นัดสุมหัวชี้ขาด 'สสร.'
เพื่อไทย นัดสุมหัวแนวทาง สสร. หลังเสียงในพรรคแบ่งเป็นสองฝั่งทั้งเดินตามคำวินิจฉัยศาลรธน. และเห็นต่าง
'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน
ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่
'ชัชชาติ' นอนมา นิด้าโพล เผยโค้งสองเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ยังนำโด่ง 72.35%
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “โค้งสอง สนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. 69” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-17 มิถุนายน 2569

