'จุรินทร์' เตือนรัฐบาลอย่านิ่งนอนใจ เหตุสหรัฐฯ อาจเกิดการปรับเพิ่มภาษีอีกได้ ห่วง 'ข้าวไทย' สู้เวียดนามไม่ได้ ถามถ้าไม่ประกันราคาให้เกษตรกร จะแก้ไขปัญหาอย่างไร
9 เมษายน 2568 - เวลา 14.25 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายถึงประกาศของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีการลงนามคำสั่งบริหาร เพื่อกำหนดภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ และระบุถึงการดำเนินการครั้งนี้ เพื่อกำหนดอัตราภาษีศุลกากรนำเข้าไปยังสหรัฐอเมริกาจากประเทศคู่ค้าให้เท่าเทียมกับที่ประเทศคู่ค้าเรียกเก็บจากสหรัฐอเมริกา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงเป็นไปเพื่อลดการขาดดุลของสหรัฐอเมริกา
นอกจากนั้น ยังมีการระบุว่า อาจจะมีการเพิ่มเติมมาตรการขึ้นมาได้อีก หากมาตรการที่ออกมานี้ยังไม่ได้ผล และหากประเทศคู่ค้าใดใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐอเมริกา ก็อาจมีการพิจารณาเพิ่มหรือขยายขอบเขตการจัดเก็บภาษีได้อีก แต่หากประเทศใดยอมแก้ไขและเยียวยาให้กับสหรัฐอเมริกา ก็อาจมีการพิจารณาปรับลดหรือจำกัดขอบเขตภาษีที่จัดเก็บให้
ดังนั้น หากเปรียบเทียบประกาศฉบับนี้กับแผ่นดินไหว ถ้าเกิดการตอบโต้ ก็อาจจะกลายเป็นอาฟเตอร์ช็อก และอย่าคิดว่าจะจบลงเท่านี้ อาจมีอะไรตามมาอีกก็ได้ ดังนั้น รัฐบาลต้องไม่นิ่งนอนใจ เพราะตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย
โดยเฉพาะข้าว ยางรถยนต์ และวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งจะกระทบต่อเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศเรา และการส่งออกข้าวของประเทศไทย จะต้องมีการแข่งขันกับประเทศเวียดนาม เพราะเมื่อบวกภาษีเข้าไปแล้ว ราคาข้าวของเราจะแพงกว่าเกือบเท่าตัว ซึ่งจะนับเป็นดาบสาม ที่จะส่งผลต่อชาวนา
นายจุรินทร์ ย้ำว่า รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการให้ถูกทาง โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลประกาศอย่างแข็งขันว่า จะไม่เอามาตรการประกันรายได้เกษตรกร พร้อมตั้งคำถามว่า จะช่วยผู้ส่งออกและชาวนาอย่างไร ทั้งยังต้องเตรียมมาตรการสำหรับสินค้ายาง เนื่องจากในการซื้อขายจะต้องมีการตกลงราคากันก่อนล่วงหน้า แต่หากถึงวันที่จะมีการปรับภาษีขึ้น จะเกิดการยกเลิกสัญญาหรือไม่ รวมถึงกระแสข่าวรัฐบาลจะต่อรองด้วยการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งราคาข้าวโพดในประเทศตกต่ำอยู่แล้ว ก็ต้องดูแลเรื่องผลกระทบให้ดี
นายจุรินทร์ ยังมองว่า การประกาศกำแพงภาษีครั้งนี้ของสหรัฐอเมริกา คือการใช้อำนาจซื้อที่เหนือกว่าประเทศอื่น และการกำหนดกติกาฝ่ายเดียว ถือเป็นการท้าทายกติกาการค้าแบบพหุภาคี ที่ทั้งโลกยืนยันร่วมกันมานาน ภายใต้องค์การการค้าโลก ที่สำคัญผลจากสงครามการค้าครั้งนี้ มีนักวิชาการหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็น ว่ามีการแบ่งโลก การเกิดขึ้นถึง 4 กลุ่ม คือ สหรัฐฯกับพันธมิตร, จีนกับพันธมิตร, สหภาพยุโรปกับพันธมิตร และประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
สุดท้าย ตนจึงขอถามไปยังรัฐบาล ว่าประเทศไทยจะยืนอยู่จุดไหน และยืนอย่างไร เพื่อให้ดำรงอยู่ได้ท่ามกลางปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิเศรษฐศาสตร์ที่เข้มข้น อย่างมีอนาคต หากรัฐบาลมีคำตอบแล้ว ตนเองก็ขอให้กำลังใจ แต่ถ้ายังไม่มีคำตอบ ก็ต้องเร่งหาคำตอบ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้นอนตาหลับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลแจงภาษีสหรัฐฯ ขยับเป็น 12.5% ชี้ไทยยังแข่งได้-กว่า 2,120 สินค้าได้ยกเว้น
รองโฆษกรัฐบาล แจงสหรัฐฯ ปรับภาษีสินค้านำเข้าไทยเพิ่มสุทธิ 2.5 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็นร้อยละ 12.5 ไม่ใช่เก็บเพิ่มทั้งจำนวน ย้ำอัตราอยู่ในระดับเ
'ปกรณ์' เผยรัฐบาลป้องกันใช้แรงงานบังคับตามมาตรฐานสากลเต็มที่แล้ว ชี้ไทยต้องปรับตัวเจรจาคู่ค้ารายอื่น อย่าหวังพึ่งพาสหรัฐ
‘ปกรณ์’ ชี้ไทยเดินหน้ามาตรการแรงงานบังคับเต็มที่ตามมาตรฐานสากล-OECD แล้ว สหรัฐฯ ยังใช้มาตรการภาษี รัฐบาลเร่งหาทางออกใหม่ให้ประเทศ กระจายตลาด เพิ่มอำนาจต่อรอง รับมือการค้าโลกผันผวน
สภาฯ รับหลักการแก้กฎหมายโรงแรม-คนเข้าเมือง ฝ่ายค้านกังวลร่าง ครม. แก้ปัญหาไม่ตรงจุด
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คนเข้าเมือง (ฉบับที่...) พ.ศ... ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ และ ร่างพ.ร.บ.ทำนองเดียวกัน อีก 1 ฉบับ
เร่งจบนิรโทษกรรม ‘โสภณ’ชงเข้าสภาฯพุธนี้ส้มกระอัก‘ม.112’นอนคุกต่อ
ลุ้นคลอด กม.นิรโทษกรรม ฉบับที่ 24 ปิดจบพุธนี้ "โสภณ" สั่งบรรจุร่าง กม.เป็นเรื่องด่วน หากสภาไม่ติดใจ หลังสภาสูงเพิ่มล็อกสองชั้นไม่ให้นิรโทษฯ อายุต่ำกว่า 18 ปี ทำผิด 112 ก็ไม่ล้างผิด รอนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทันที สว.แจงกฎหมายประกาศใช้ ยังไม่มีผลทันที ต้องให้กรรมการสันติสุขไฟเขียวรายบุคคล
สภาฯ บรรจุวาระ 'กฎหมายนิรโทษกรรม' ลุ้นคลอด 8 ก.ค. 'สว.' ตอกฝาโลงห้ามล้างคดี 112 เยาวชน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 8 ก.ค.นี้ มีวาระการประชุมพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เสริมสร้างสังคมสันติสุข ที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมแล้ว
'วีระยุทธ' ซัดรัฐบาลจัดงบ 70 เหมือนคนเป็นโรคกลัวตกกระแส หน้าใหญ่ใช้เงินซื้อรถ แต่ไม่สร้างอุตสาหกรรมในประเทศ
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงความกังวลภาคอุตสาหกรรมและการผลิตของไทยว่า ควรจะเป็นฐานสําคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ กลับถูกทิ้งขว้างจากเพราะรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลเคยประกาศว่า จะพาประเทศไทยเป็นประเทศร่ำรวย ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปีข้างหน้า ซึ่งดูเหมือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล

